เรื่องฮอต ประเด็นฮิต » #เพื่อไทยซวยแล้ว ! พี่ศรี แฉหลักฐาน-ร้องกกต.ผู้สมัคร สก.เคยปล้นทรัพย์ทหาร-พยายามฆ่า จ่อยื่นยุบพรรคซ้ำ

#เพื่อไทยซวยแล้ว ! พี่ศรี แฉหลักฐาน-ร้องกกต.ผู้สมัคร สก.เคยปล้นทรัพย์ทหาร-พยายามฆ่า จ่อยื่นยุบพรรคซ้ำ

12 May 2022
191   0

   เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 พฤษภาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องต่อ กกต. และ กกต.กทม. เพื่อขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) พรรคเพื่อไทย เขตตลิ่งชัน หากพบว่าไม่เป็นไปตามกฎหมายขอให้เพิกถอนการสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครรายดังกล่าว พร้อมเอาผิดฐานแจ้งความต่อพนักงานเจ้าหน้าที่อันเป็นเท็จ

โดยนายศรีสุวรรณกล่าวว่า จากการดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ตามกฎหมายพบว่า มีผู้สมัคร ส.ก.ของพรรค พท. เขตตลิ่งชัน เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ (ปล้นทรัพย์) ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา โดยถูกพนักงานอัยการเป็นผู้ยื่นฟ้องต่อศาล และศาลอาญาธนบุรี ฐานปล้นทรัพย์ (พยายาม) เป็นคดีหมายเลขแดงที่ 2524/2527 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340, 83, 80 และประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พ.ย.2514 ข้อ 14 จำคุกมีกำหนด 10 ปี ของกลางริบ และศาลยังให้นับโทษต่อจากในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 747/2527 อีกด้วย ส่วนศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น และผู้สมัครดังกล่าวถูกจำคุกจริงตามคำพิพากษาของศาลแล้ว จึงถือได้ว่าอาจเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ตามมาตรา 50 (10) แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562

“ผู้สมัครรายดังกล่าว มีหัวหน้าครอบครัวพรรค พท.และทีมงาน ได้ลงไปช่วยเดินรณรงค์หาเสียงเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจอย่างยิ่งว่าระบบการคัดกรองผู้สมัครหรือสมาชิกพรรค อาจมีช่องโหว่ทำให้มีผู้ที่มีคุณสมบัติต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งหลุดเข้ามาในพรรคได้” นายศรีสุวรรณกล่าว

นายศรีสุวรรณกล่าวว่า แม้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร จะประกาศให้บุคคลดังกล่าวเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ก.และได้หมายเลขประจำตัวผู้สมัครไปแล้ว แต่ กกต.มีสิทธิที่จะตรวจสอบและสอยออกไปได้ และที่สำคัญบุคคลดังกล่าวอาจต้องคดีฐานแจ้งความต่อพนักงานเจ้าหน้าที่อันเป็นเท็จตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ