คปท. บุกจี้ ป.ป.ช. เร่งคดีชั้น 14 ขยายผลหาผู้ร่วมทำผิดเพิ่ม บี้เร่งสรุปสำนวน 12 ข้าราชการ
วันที่ 14 มกราคม 2569 ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ นนทบุรี เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดยนายพิชิต ไชยมงคล นายนัสเซอร์ ยีหมะ ตัวแทนคปท.ยื่นหนังสือถึง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ขอทราบความคืบหน้าและขอให้เร่งดำเนินการกับข้าราชการที่ช่วยเหลือสนับสนุนให้ นายทักษิณ ชินวัตร ไม่ถูกกุมขังตามหมายศาล
สำหรับเนื้อหาในหนังสือ ระบุว่า ตามที่เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้ยื่นหนังสือติดตามและขอให้ดำเนินการกับกลุ่มข้าราชการที่ร่วมกันช่วยเหลือ สนับสนุน ให้ นายทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้ถูกกุมขังตามหมายศาล โดยการอ้างอาการป่วยวิกฤตจนต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 ตลอดเวลาที่ต้องโทษจำคุก ไปเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 ความดังนี้
“….เรื่องดังกล่าวกระทบต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมและเป็นที่สนใจของประชาชนเป็นอย่างมากจนนำมาสู่การยื่นเรื่องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและนำมาสู่การไต่สวนความจริง และต่อมาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำสั่งเกี่ยวกับการบังคับโทษให้เป็นไปตามคำพิพากษาและหมายขัง ให้นายทักษิณ ชินวัตร กลับเข้าสู่เรือนจำเป็นเวลา 1 ปี นั้น
จากคำสั่งดังกล่าวย่อมแสดงให้เห็นว่า มีขบวนการร่วมมือกันของกลุ่มข้าราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งจาก กรมราชทัณฑ์ โรงพยาบาลราชทัณฑ์ โรงพยาบาลตำรวจ ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ชี้มูลความผิดไปแล้ว 12 คนนั้น
เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฎิรูปประเทศไทย (คปท.) ในฐานะผู้ยื่นเรื่องร้องเรียน จึงขอให้ท่านได้เร่งดำเนินการ ดังนี้
- ขอให้ดำเนินการ ขยายผลหาผู้ร่วมกระทำผิดเพิ่ม ตามคำสั่งของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 โดยเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ .ทวี สอดส่อง ที่กำกับดูแลกรมราชทัณฑ์ เนื่องจากปฏิบัติหน้าที่มิชอบ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฎิรูปประเทศไทย (คปท.) เคยยื่นหนังสือให้ ตรวจสอบอาการป่วยของ นายทักษิณ ชินวัตร หลายครั้งแต่กลับเพิกเฉย และยืนยันว่า นายทักษิณ ชินวัตร มีอาการป่วยวิกฤตจริง
- ขอให้เร่งสรุปสำนวนและดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดี ข้าราชการทั้ง 12 คน ทันที
- ขอให้ดำเนินการทางคดีเพิ่มเติมกับ นายทักษิณ ชินวัตร ในข้อหา ตัวการ หรือ ผู้สนับสนุน ให้ข้าราชการดังกล่าว ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการช่วยเหลือตนเองไม่ให้ถูกบังคับโทษในเรือนจำ ตามคำพิพากษา….”
บัดนี้ล่วงเวลามากว่า 4 เดือน ซึ่งอาจมีผลกระทบอื่นในแวดวงราชการ อย่างเช่น การจัดลำดับอาวุโสของ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่มีการจัดลำดับอาวุโสให้ พล.ต.ท.นพ. โสภณรัชน์ สิงหจารุ เป็นอาวุโสลำดับที่ 1 ซึ่งอาจมีผลต่อการเลื่อนตำแหน่งในอนาคต ทั้งที่ พล.ต.ท.นพ.โสภนรัชน์ สิงหจารุ ยังมีมลทินทางคดีในเรื่องนี้และยังถูกยึดใบประกอบวิชาชีพแพทย์ในเรื่องนี้อยู่ด้วย
การปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปนานเท่ากับปล่อยให้ความ อยุติธรรม บดทับความยุติธรรม ตามหลักการทางกฎหมาย “ความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความไม่ยุติธรรม” ซึ่งจะเป็นผลเสียต่อการบริหารราชการแผ่นดินของราชการ
คปท. จึงขอทราบความคืบหน้าในการดำเนินการเกี่ยวกับคดีดังกล่าวเพื่อให้นำตัวผู้ร่วมขบวนการมาลงโทษต่อไป
