วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 นายถาวร เสนเนียม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความกังวลกรณีศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ นายทักษิณ ชินวัตร ชำระภาษีจากการขายหุ้นชินคอร์ป เป็นเงินกว่า 17,600 ล้านบาท โดยระบุว่า รัฐอาจไม่สามารถจัดเก็บเงินจำนวนดังกล่าวได้ครบถ้วน
นายถาวร ระบุว่า คดีดังกล่าวเป็นเรื่องการบังคับชำระภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12 ไม่ใช่การบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 จึงมีกรอบเวลาบังคับจัดเก็บภาษีค้างเพียงถึงประมาณกลางปี 2570 เท่านั้น
อดีตรัฐมนตรีช่วยคมนาคม ระบุอีกว่า ขณะนี้เบื้องต้นทราบว่ากรมสรรพากรสามารถบังคับชำระภาษีได้เพียงประมาณ 50 ล้านบาทเศษ ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับยอดหนี้ทั้งหมด พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ยังไม่มีหน่วยงานหรือบุคคลทางการเมืองออกมาติดตามเรื่องนี้อย่างจริงจัง ทั้งที่เป็นผลประโยชน์ของแผ่นดิน
นายถาวร ยังเรียกร้องให้อธิบดีกรมสรรพากรใช้อำนาจตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และเสนอว่า หากนายทักษิณไม่สามารถชำระหนี้ภาษีจำนวนดังกล่าวได้ กรมสรรพากรควรพิจารณาดำเนินการฟ้องล้มละลาย เนื่องจากเข้าข่ายมีหนี้สินล้นพ้นตัว
นอกจากนี้ ยังฝากไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน ให้ติดตามและตรวจสอบการดำเนินการของกรมสรรพากรในคดีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันความเสียหายต่อเงินแผ่นดินในอนาคต
สำนักข่าววิหคนิวส์
