ศาลสั่งจำคุก”ใบปอ ทะลุวัง” 6 ปี คดีมาตรา 112 เจ้าตัวร่ำไห้ ศาลเมตตาเห็นว่าเป็น นศ.และทำความดีให้สังคม ลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำ 4 ปี ไม่รอลงอาญา ด้านทนายจ่อยื่นประกันชั้นอุทธรณ์
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่ห้องพิจารณา 911 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดูหมิ่นเบื้องสูง หมายเลขดำ อ.1691/2565 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ ฟ้อง น.ส.ณัฐนิจ ดวงมุกสิทธิ์ หรือ ใบปอ และ น.ส.สุพิชฌาย์ ชัยลอม หรือ เมนู แกนนำกลุ่มทะลุวัง ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1 – 2 ในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 , ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ พ.ศ.2550 มาตรา 14(5) กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 30 – 31 มีนาคม 2565 จำเลยทั้งสองได้หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ ด้วยการเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยการแชร์โพสต์ของเพจเฟซบุ๊ก “ทะลุวัง ThaluWang” ซึ่งมีภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบรมวงศานุวงศ์และข้อความวิจารณ์งบประมาณสถาบันกษัตริย์ในปี 2565 ทําให้เสื่อมเสียพระเกียรติ ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง เป็นการบิดเบือนข้อมูล โดยมีเจตนาแสดงความอาฆาตมาดร้าย และทําลายสถาบันกษัตริย์ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธต่อสู้ และได้รับการประกันตัว
ในวันนี้ น.ส.ณัฐนิจ ได้เดินทางเข้ามาฟังคำพิพากษาเพียงคนเดียว ส่วน น.ส.สุพิชฌาย์ จำเลยที่ 2 หลบหนีระหว่างการพิจารณาคดี ซึ่งศาลได้ออกหมายจับและปรับนายประกันก่อนหน้านี้แล้ว
จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ อ้างว่า ไม่ใช่บุคคลในเพจทะลุวัง โดยมีบุคคลอื่นที่เป็นแอดมิน เพจใช้เฟซบุ๊กของจำเลยแทนตนเอง เพราะตนเองไม่ชอบเล่นเฟซบุ๊ก เนื่องจากไม่ปลอดภัย
ศาลพิเคราะห์เบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จากการตรวจสอบพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบโน้ตบุ๊คอยู่ในห้องของจำเลยทั้งสอง ซึ่งมีประวัติการใช้งานบัญชีเฟซบุ๊ก ใบปอ ณัฐนิจ จำเลยที่ 1 และเพจทะลุวัง ทำให้น่าเชื่อว่า จำเลยที่ 1 รู้เห็นการใช้งานและนำภาพและข้อความที่ระบุเกี่ยวกับการใช้งบประมาณจากภาษีประชาชนกว่า 3 หมื่นล้านบาทมาใช้ ซึ่งเป็นการบิดเบือนจาบจ้วงและให้ร้ายสร้างความเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ กระทบความมั่นคงของชาติ พยานหลักฐานโจทก์นำสืบมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ โดยปราศจากข้อน่าสงสัย ข้อต่อสู้จำเลยฟังไม่ขึ้น การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 อันเป็นบทลงโทษหนักสุด พิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 กระทงละ 3 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ 6 ปี อย่างไรก็ตาม จำเลยที่ 1 ให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาบ้าง ทั้งยังเป็นนักศึกษา และทำความดีต่อสังคมด้วยการจะบริจาคอวัยวะ เป็นการบรรเทาผลร้ายจึงลดโทษให้ 1 ใน 3 เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 กระทงละ 2 ปี คงจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ 4 ปี ไม่รอลงอาญา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฟังคำพิพากษาวันนี้มีแนวร่วมกลุ่มทะลุวังเข้ามาให้กำลังใจและร่วมรับฟังการพิพากษาประมาณ 20 คนรวมทั้งบิดา มารดา ของ น.ส.ณัฐนิจ ด้วย หลังจากทราบผลคำพิพากษา น.ส.ณัฐนิจ ถึงกับร้องไห้และโผเข้ากอดครอบครัวของตนเอง โดยมีแนวร่วมกลุ่มทะลุวังยืนปลอบและให้กำลังใจ ด้าน นายกฤฎางค์ นุตจรัส ทนายความ เปิดเผยสั้นๆ ว่า ได้เตรียมคำร้องและหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว น.ส.ณัฐนิจ ในชั้นอุทธรณ์คดีไว้แล้ว