จำนวนผู้ชม

ข่าวประจำวัน » “ตั้ม” เปิดศึก “บิ๊กโจ๊ก” ส่ง 13 นายตำรวจร้อง ป.ป.ช. ปมไบโอเมทริกซ์ แฉลุงป้อมเอี่ยว เครียร์

“ตั้ม” เปิดศึก “บิ๊กโจ๊ก” ส่ง 13 นายตำรวจร้อง ป.ป.ช. ปมไบโอเมทริกซ์ แฉลุงป้อมเอี่ยว เครียร์

19 October 2026
41   0

วันที่ 18 ตุลาคม 2569 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” เปิดเผยเรื่องราวความสัมพันธ์กับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผ่านรายการ Sittra Talk ทางยูทูบ ซึ่งเผยแพร่ไลฟ์สดเมื่อคืนวันที่ 17 ตุลาคม โดยกล่าวอ้างถึงเบื้องหลังการร้องเรียนโครงการไบโอเมทริกซ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการนำพยานซึ่งเป็นนายตำรวจ 13 นายเข้าให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ปี 2562

นายษิทราเล่าว่า รู้จักกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ตั้งแต่ประมาณเดือนมกราคม 2562 ขณะอีกฝ่ายมียศ พล.ต.ท. จากกรณีที่ตนร้องเรียนเรื่องการนำทะเบียนราษฎร์ของบุคคลอื่นออกจากระบบ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ได้พบกัน

ต่อมาในเดือนเมษายน 2562 มีคำสั่งหัวหน้า คสช. ให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ พ้นจากตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และโอนไปเป็นข้าราชการพลเรือน ตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

นายษิทราระบุว่า ในช่วงแรกมองว่าบิ๊กโจ๊กเป็นตำรวจที่ทำงานเพื่อประชาชน จึงส่งข้อความไปให้กำลังใจหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว

ปมร้องเรียนโครงการไบโอเมทริกซ์

นายษิทราเล่าว่า ในช่วงที่เพจเฟซบุ๊กของตนได้รับข้อมูลเกี่ยวกับโครงการไบโอเมทริกซ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีผู้ส่งข้อมูลที่ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการทุจริตในโครงการมาให้ จึงนำเรื่องไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.

หลังจากนั้น นายษิทราอ้างว่า มีผู้ประสานงานนัดให้ไปพบบิ๊กโจ๊กที่โรงแรมแห่งหนึ่ง พร้อมนำซองมาให้ โดยตนคาดว่าอาจมีเงินประมาณ 100,000–200,000 บาท แต่ยืนยันว่าไม่ได้รับเงิน และปฏิเสธข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับการร้องเรียน

นายษิทรากล่าวว่า บิ๊กโจ๊กขอให้ร้องเรียนบุคคล 4 ราย ได้แก่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา พล.ต.ท.ติณภัทร ภุมรินทร์ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง และ พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์

อ้างมีพยานนายตำรวจ 13 ปาก

นายษิทราระบุว่า ในปี 2563 หลังเกิดเหตุยิงรถยนต์ส่วนตัวของบิ๊กโจ๊ก ทั้งสองยังมีการติดต่อกัน และตนได้ติดตามความคืบหน้าการร้องเรียนโครงการไบโอเมทริกซ์ ซึ่งดำเนินการมาเกือบหนึ่งปีแล้ว

นายษิทราอ้างว่า ขณะนั้นมีพยานเพิ่มเติม 13 ปาก โดยเป็นนายตำรวจที่บิ๊กโจ๊กส่งรายชื่อมาให้ และตนได้ขอให้ ป.ป.ช. สอบปากคำพยานกลุ่มดังกล่าว

นอกจากนี้ ยังกล่าวว่าในช่วงปี 2563 ตนถูกดำเนินคดีหลายคดี รวมถึงถูกแจ้งความและมีหมายจับ 2 คดี พร้อมเล่าว่าบิ๊กโจ๊กเคยให้คำมั่นว่าจะช่วยเหลือเรื่องคดี แต่ท้ายที่สุดคดียังคงดำเนินต่อไป โดยบางคดีศาลมีคำพิพากษายกฟ้องแล้ว

อ้างถูกขอให้ถอนคำร้อง ก่อนยื่นเรื่องใหม่

นายษิทรายังกล่าวอ้างว่า ในช่วงที่บิ๊กโจ๊กกลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ขอให้ตนถอนเรื่องร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ที่เกี่ยวข้องกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ หรือ “บิ๊กแป๊ะ”

นายษิทราเล่าว่า บิ๊กโจ๊กอ้างว่าได้พูดคุยกับบิ๊กแป๊ะและ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ แล้ว จึงขอให้จัดทำเอกสารถอนคำร้อง แม้ตนจะเห็นว่าการถอนคำร้องไม่ได้ทำให้กระบวนการของ ป.ป.ช. ยุติลงโดยอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม นายษิทราระบุว่า ภายหลังจากจัดทำเอกสารดังกล่าวแล้ว ประมาณหนึ่งสัปดาห์ต่อมา บิ๊กโจ๊กกลับขอให้ตนยื่นเรื่องร้องเรียนใหม่อีกครั้ง โดยอ้างว่ามีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เดินทางมาที่สำนักงานทนายความเพื่อสอบถามและดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนต่อ

เล่าความสัมพันธ์และเหตุการณ์อื่นในอดีต

ระหว่างการไลฟ์ นายษิทรายังเล่าถึงเหตุการณ์อื่นที่เกี่ยวข้องกับการทำงานร่วมกับบิ๊กโจ๊ก ทั้งกรณีการร้องเรียนตำรวจนายหนึ่งในช่วงโควิด-19 การให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเข้ามอบตัวของนายไชย์พล วิภา หรือ “ลุงพล” ตลอดจนการติดต่อกับบุคคลต่าง ๆ ในแวดวงตำรวจ

นายษิทรายังกล่าวถึงคำมั่นที่ตนอ้างว่าบิ๊กโจ๊กเคยให้ไว้เกี่ยวกับตำแหน่งที่ปรึกษา หากกลับไปดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รวมถึงเล่าถึงความไม่พอใจที่เกิดขึ้นภายหลังความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองเปลี่ยนแปลงไป

เนื้อหาทั้งหมดเป็นคำกล่าวอ้างและการเล่าเหตุการณ์จากนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ในรายการ Sittra Talk ซึ่งเผยแพร่เมื่อคืนวันที่ 17 ตุลาคม 2569

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: รายการ Sittra Talk ทางยูทูบ และรายงานข่าววันที่ 18 ตุลาคม 2569

#ทนายตั้ม #ษิทราเบี้ยบังเกิด #บิ๊กโจ๊ก #บิ๊กแป๊ะ #ไบโอเมทริกซ์ #ปปช #ข่าวตำรวจ #สำนักข่าววิหคนิวส์