จำนวนผู้ชม

ข่าวประจำวัน » ทักษิณ เงิบ !! อดีตผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกาชี้ ทักษิณขอนิรโทษกรรม! ยก ม.3 พ.ร.บ.สันติสุข ชัดทำไม่ได้

ทักษิณ เงิบ !! อดีตผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกาชี้ ทักษิณขอนิรโทษกรรม! ยก ม.3 พ.ร.บ.สันติสุข ชัดทำไม่ได้

13 October 2026
94   0

วันที่ 13 ตุลาคม 2569 นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสและอดีตหัวหน้าคณะผู้พิพากษาศาลฎีกา เผยแพร่บทความเกี่ยวกับกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นคำร้องขอให้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขวินิจฉัยเรื่องการได้รับนิรโทษกรรมตามพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569

นายวัสระบุว่า คำร้องดังกล่าวมีประเด็นสำคัญทางกฎหมาย โดยเฉพาะขอบเขตการนิรโทษกรรมและข้อยกเว้นเกี่ยวกับความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ

เปิด 3 ประเด็นสำคัญในคำร้องทักษิณ

ตามบทความ นายทักษิณมอบอำนาจให้นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เพื่อขอให้คณะกรรมการวินิจฉัยเรื่องการนิรโทษกรรมจากคดีที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองในอดีต

คำร้องอ้างถึงการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 การดำเนินคดีภายหลังรัฐประหาร ตลอดจนบัญชีท้ายพระราชบัญญัติ ซึ่งมีการระบุประกาศคณะปฏิรูปการปกครองฯ ฉบับที่ 30 ไว้ในลำดับที่ 29

นอกจากนี้ ยังมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับคดีหมายเลข อม.1/2553 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการริบทรัพย์สินมูลค่า 46,373,687,554.70 บาท และคดีหมายเลข อม.4/2551, อม.5/2551 และ อม.10/2552

วัสชี้ข้อยกเว้นตามมาตรา 3

นายวัสระบุว่า มาตรา 3 ของพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 กำหนดข้อยกเว้นการนิรโทษกรรมไว้ ได้แก่

  • ความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ
  • ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
  • ความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือได้รับอันตรายสาหัส
  • ความผิดต่อส่วนตัวหรือความผิดที่ต้องรับผิดต่อบุคคลที่มิใช่หน่วยงานของรัฐเป็นการเฉพาะรายหรือเฉพาะกลุ่ม

นายวัสเห็นว่า เมื่อพิจารณาคำพิพากษาในคดี อม.4/2551, อม.5/2551 และ อม.10/2552 ซึ่งเกี่ยวข้องกับความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการและความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐแล้ว คดีดังกล่าวจึงติดข้อจำกัดตามมาตรา 3

ยกคำขอพระราชทานอภัยโทษปี 2566 มาเปรียบเทียบ

บทความยังกล่าวถึงการขอพระราชทานอภัยโทษของนายทักษิณเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2566 ซึ่งมีการระบุถึงคำพิพากษาในคดี อม.4/2551, อม.5/2551 และ อม.10/2552 รวมทั้งการยอมรับผิดและขอรับโทษตามคำพิพากษา

นายวัสจึงเห็นว่า คำร้องขอให้นิรโทษกรรมในครั้งนี้มีประเด็นที่ต้องพิจารณาเปรียบเทียบกับถ้อยคำในคำขอพระราชทานอภัยโทษครั้งก่อน

ชี้เจตนารมณ์กฎหมายมุ่งคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมือง

นายวัสระบุเพิ่มเติมว่า เจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติมุ่งช่วยเหลือผู้ที่ถูกดำเนินคดีจากการเข้าร่วมชุมนุมหรือแสดงออกทางการเมืองในช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยมีเป้าหมายลดความขัดแย้งและเปิดทางให้ผู้ได้รับผลกระทบกลับคืนสู่สังคม

ในบทสรุป นายวัสเห็นว่า แม้มาตรา 6 จะกำหนดอำนาจของคณะกรรมการในการวินิจฉัยคำร้อง แต่การใช้อำนาจดังกล่าวยังต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของกฎหมาย โดยเฉพาะข้อยกเว้นตามมาตรา 3 สำหรับความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: บทความของนายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ตามข้อมูลที่ได้รับ

#วัสติงสมิตร #ทักษิณชินวัตร #พ.ร.บ.สันติสุข2569 #นิรโทษกรรม #คดีทุจริต #การเมืองไทย #กระบวนการยุติธรรม