ข่าวประจำวัน » เดือดเปิดศึกผังเมือง!! กลุ่มรวมพลังแผ่นดินจี้ กทม.แจง “บึงคู้บอน–ฟลัดเวย์” หลังน้ำท่วมหนัก

เดือดเปิดศึกผังเมือง!! กลุ่มรวมพลังแผ่นดินจี้ กทม.แจง “บึงคู้บอน–ฟลัดเวย์” หลังน้ำท่วมหนัก

7 October 2026
28   0

7 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น.

ที่บ้านพระอาทิตย์ ภาคประชาชนในนาม “กลุ่มรวมพลังแผ่นดิน” เปิดแถลงข่าวประเด็นร้อนเรื่องพื้นที่รับน้ำของกรุงเทพมหานคร ภายใต้การเรียกร้อง “ทวงคืนแก้มลิง–ฟลัดเวย์” หลังปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกจุดกระแสถกเถียงถึงแผนบริหารจัดการน้ำและร่างผังเมืองฉบับใหม่

การแถลงมีนายสนธิ ลิ้มทองกุล นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี อดีตผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายนิติธร ล้ำเหลือ และนายพิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท. ร่วมแสดงจุดยืน เรียกร้องให้กรุงเทพมหานครชี้แจงข้อสงสัยเกี่ยวกับบึงรับน้ำและทางน้ำหลากที่เคยถูกวางไว้ในแผนบริหารน้ำของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก

ประเด็นนี้ร้อนขึ้นอย่างรวดเร็วหลังเกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับ “แก้มลิง 6 แห่ง” ในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ได้แก่ บึงรับน้ำคู้บอน บึงคลองบางชัน บึงคลองสามวา 1 และ 2 บึงคลองลำหม้อแตก และบึงคลองพระยาสุเรนทร์ ซึ่งเคยอยู่ในแผนศึกษาการเพิ่มพื้นที่หน่วงน้ำหลังวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ปี 2554

ฝ่ายที่ออกมาเรียกร้องระบุว่า ต้องการให้เปิดข้อมูลให้ชัดเจนว่าเหตุใดบางโครงการจึงไม่ได้เดินหน้าตามแผนเดิม รวมถึงตั้งคำถามถึงสถานะของพื้นที่ที่เคยกำหนดให้ทำหน้าที่รับหรือหน่วงน้ำ และผลของการเปลี่ยนแปลงผังเมืองต่อศักยภาพการระบายน้ำของกรุงเทพฯ

อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังมีข้อมูลจากกรุงเทพมหานครอีกด้านหนึ่งที่ต้องนำมาพิจารณาควบคู่กัน

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมว่า กทม.ไม่ได้ยกเลิก “แนวคิดแก้มลิง” และยังใช้หลักการดังกล่าวในการบริหารจัดการน้ำ แต่โครงการบึงรับน้ำขนาดใหญ่ 6 แห่งตามแผนเดิมต้องพิจารณาทั้งราคาที่ดิน ประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำ และความคุ้มค่าของงบประมาณ โดย กทม.ระบุว่าปัจจุบันมีพื้นที่รับและหน่วงน้ำลักษณะแก้มลิง 38 แห่ง และมีแผนเพิ่มอีก 7 แห่ง

สำหรับบึงคู้บอนและบึงบางชัน ซึ่งกลายเป็นศูนย์กลางของข้อถกเถียง กทม.ชี้แจงวันที่ 3 ตุลาคมว่า หากเดินหน้าเวนคืนและก่อสร้างตามแนวคิดเดิม อาจต้องใช้งบประมาณรวมประมาณ 11,000 ล้านบาท แต่สามารถกักเก็บน้ำรวมได้ประมาณ 700,000 ลูกบาศก์เมตร จึงประเมินว่าการพัฒนาระบบคลอง อุโมงค์ระบายน้ำ และพื้นที่หน่วงน้ำอื่นอาจมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ากว่า พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าการตัดสินใจดังกล่าวมีเป้าหมายเอื้อเอกชน

กทม.ยังเสนอแนวทางปรับปรุงระบบคลองแนวเหนือ–ใต้ ตั้งแต่คลองหกวาสายล่างถึงคลองประเวศบุรีรมย์ ใช้งบประมาณประมาณ 6,500 ล้านบาท เป็นหนึ่งในโครงการหลักเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแทนการเดินหน้าแก้มลิงขนาดใหญ่ทั้ง 6 จุดตามแผนเดิม

แต่ตัวเลข “11,000 ล้านบาท” ก็ถูกโต้แย้งเช่นกัน

ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง อดีตโฆษกกรุงเทพมหานคร ออกมาเปิดข้อมูลว่า ในช่วงรัฐบาล กทม.ชุดก่อนเคยมีตัวเลขงบเวนคืนสำหรับโครงการบางส่วนประมาณ 324 ล้านบาท พร้อมเรียกร้องให้ กทม.อธิบายว่าตัวเลขค่าใช้จ่าย 11,000 ล้านบาทคำนวณจากองค์ประกอบใดบ้าง ขณะที่นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ก็ออกมาโต้แย้งตัวเลขค่าเวนคืนในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ตัวเลขเหล่านี้อาจเป็นคนละขอบเขตต้นทุนและคนละช่วงเวลาของโครงการ จึงยังต้องตรวจสอบรายละเอียดเอกสารต้นทางก่อนนำมาเปรียบเทียบโดยตรง

อีกจุดสำคัญอยู่ที่ “ร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร ปรับปรุงครั้งที่ 4” ซึ่งขณะนี้ยังไม่ใช่ผังเมืองที่มีผลบังคับใช้ รอบสุดท้าย

ข้อมูลอย่างเป็นทางการของสำนักการวางผังและพัฒนาเมืองระบุว่า กทม.กำลังปิดประกาศร่างผังเมืองเป็นเวลา 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม ถึง 9 พฤศจิกายน 2569 โดยผู้มีส่วนได้เสียยังสามารถยื่นคำร้องขอแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกข้อกำหนดในร่างผังเมืองได้ตามกระบวนการของ พ.ร.บ.การผังเมือง พ.ศ.2562

นั่นหมายความว่า ศึกเรื่อง “แก้มลิง–ฟลัดเวย์” ยังไม่ปิดฉาก และกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญก่อนหมดเวลายื่นคำร้องวันที่ 9 พฤศจิกายน

ที่ผ่านมา ประเด็นบึงคู้บอนไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะตั้งแต่ปี 2563 ตัวแทนชุมชนเคยยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ กทม. ขอให้เดินหน้าโครงการบึงรับน้ำบริเวณคลองคู้บอน โดยข้อมูลในเวลานั้นระบุว่าพื้นที่ประมาณ 130 ไร่ถูกวางแนวคิดให้เป็นพื้นที่รับน้ำเพื่อช่วยพื้นที่คลองสามวา คันนายาว สายไหม และมีนบุรี

การเคลื่อนไหววันที่ 7 ตุลาคมจึงเกิดขึ้นท่ามกลางข้อถกเถียงสองด้านที่ยังหาข้อยุติไม่ได้

ด้านหนึ่ง ภาคประชาชนและนักการเมืองบางกลุ่มต้องการให้รักษาหรือรื้อฟื้นพื้นที่แก้มลิงและทางน้ำหลากเดิม พร้อมเรียกร้องให้เปิดข้อมูลการเปลี่ยนแปลงผังเมือง

อีกด้าน กรุงเทพมหานครยืนยันว่าไม่ได้ละทิ้งหลักการแก้มลิง แต่เลือกวิธีแก้น้ำท่วมตามความเหมาะสมของสภาพเมืองในปัจจุบัน และเห็นว่าโครงการบางแห่งตามแผนเดิมมีต้นทุนสูงเกินประโยชน์ที่จะได้รับ

ส่วนข้อกล่าวหาว่าการเปลี่ยนแปลงพื้นที่หรือผังเมืองเป็นการ “เอื้อกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์” ยังเป็นข้อกล่าวหาของฝ่ายที่ออกมาเคลื่อนไหว และยังไม่มีข้อยุติจากกระบวนการตรวจสอบที่ยืนยันข้อกล่าวหาดังกล่าว ขณะที่ กทม.ปฏิเสธว่าไม่ได้มีเจตนาเอื้อประโยชน์ให้เอกชน

จากนี้จึงต้องจับตาทั้งเอกสารร่างผังเมือง แผนที่พื้นที่รับน้ำเดิม ตัวเลขเวนคืนและค่าก่อสร้าง รวมถึงเหตุผลทางวิศวกรรมของแต่ละฝ่าย เพราะทั้งหมดจะเป็นตัวชี้ว่า กรุงเทพมหานครจะจัดการ “พื้นที่สำหรับให้น้ำไปอยู่” อย่างไร เมื่อเมืองขยายตัวและฝนสุดขั้วเกิดถี่ขึ้น

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง

MGR Online, กรุงเทพมหานคร–สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง
กรมประชาสัมพันธ์
Thai PBS
ฐานเศรษฐกิจ
The Standard
เดลินิวส์
ข้อมูลการแถลงของกลุ่มรวมพลังแผ่นดิน วันที่ 7 ตุลาคม 2569

#แก้มลิง #ฟลัดเวย์ #บึงคู้บอน #กรุงเทพน้ำท่วม #ชัชชาติ #สนธิลิ้มทองกุล #ปานเทพ #รวมพลังแผ่นดิน #ผังเมืองกทม #ผังเมืองกรุงเทพ #น้ำท่วมกรุงเทพ #กทม #ข่าวการเมือง #ข่าวด่วน #วิหคนิวส์ #VihokNews