ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณสนับสนุนแนวคิดจำกัดการส่งออกดีเซลของสหรัฐฯ หลังราคาดีเซลภายในประเทศพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางภาวะอุปทานเชื้อเพลิงทั่วโลกตึงตัว
ทรัมป์กล่าวต่อผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ว่า
“I’ve said let’s not send out the diesel. We make a lot of diesel.”
ทรัมป์ระบุว่าเขาได้เสนอแนวคิดดังกล่าวต่อทีมงานแล้ว ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพิจารณาว่าจะสามารถจำกัดการส่งออกได้หรือไม่ และหากดำเนินการจริงควรเป็นการจำกัดทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศคำสั่งห้ามส่งออกดีเซลอย่างเป็นทางการ
แรงกดดันเกิดขึ้นหลังราคาดีเซลสหรัฐฯ พุ่งขึ้นเหนือ 6 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เป็นครั้งแรก และแตะประมาณ 6.51 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เมื่อวันที่ 21 กันยายน ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 76% ตามข้อมูลที่ Reuters อ้างอิงจาก AAA
ตลาดดีเซลทั่วโลกกำลังเผชิญภาวะอุปทานตึงตัวจากสงครามในตะวันออกกลางและสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งกระทบการผลิตและการส่งออกจากผู้ผลิตรายสำคัญ ขณะที่โรงกลั่นหลายแห่งทั่วโลกเดินเครื่องในระดับสูง ทำให้ความสามารถในการเพิ่มกำลังผลิตเพิ่มเติมมีจำกัด
สหรัฐฯ เองเป็น ผู้ส่งออกดีเซลรายใหญ่ที่สุดของโลก ทำให้แนวคิดจำกัดการส่งออกมีผลต่อทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดโลก โดย Reuters รายงานว่านักวิเคราะห์และฝ่ายอุตสาหกรรมมองว่าการดึงน้ำมันดีเซลกลับมาใช้ในประเทศอาจช่วยเพิ่มอุปทานภายใน แต่ในอีกด้านหนึ่งอาจทำให้ตลาดต่างประเทศตึงตัวมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ ส.ว.จอห์น ทูน ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐฯ แสดงท่าทีเปิดรับการพิจารณาเรื่องห้ามส่งออกดีเซล ขณะที่ ส.ว.ชัค แกรสลีย์ เรียกร้องให้มีมาตรการดังกล่าว ท่ามกลางราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน Reuters รายงานว่า ภาวะขาดแคลนดีเซลทั่วโลกอาจยืดเยื้อไปถึงปี 2570 หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและยูเครนยังคงกระทบห่วงโซ่อุปทาน และปริมาณสำรองยังอยู่ในระดับต่ำ
สรุปสถานะล่าสุด: ทรัมป์สนับสนุนแนวคิด “ไม่ส่งดีเซลออก” และรัฐบาลกำลังศึกษารูปแบบมาตรการ แต่ ยังไม่มีคำสั่งแบนการส่งออกดีเซลอย่างเป็นทางการ
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: Reuters
#ทรัมป์ #Trump #ดีเซล #Diesel #น้ำมัน #สหรัฐอเมริกา #ราคาน้ำมัน #พลังงานโลก #ตลาดน้ำมัน #วิกฤตพลังงาน #ข่าวต่างประเทศ #สำนักข่าววิหคนิวส์
