วันที่ 25 สิงหาคม 2569 เวลา 09.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษาคณะกรรมการผู้แทนพิเศษรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยผลการหารือกับนายกรัฐมนตรีและฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หลังเกิดเหตุความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนใต้ต่อเนื่อง
นายวันนอร์ระบุว่า ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า การแก้ปัญหาต้อง บูรณาการการทำงานทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายความมั่นคง กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงฝ่ายปกครองและประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในระดับพื้นที่
ที่ผ่านมา การทำงานยังมีลักษณะต่างคนต่างทำ และบางครั้งอาจประเมินสถานการณ์คลาดเคลื่อน จึงต้องปรับวิธีทำงานใหม่ พร้อมนำเครื่องมือและมาตรการใหม่เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ
💥 “วันนอร์” ชี้ชัด ฝีมือ BRN
เมื่อถูกถามโดยตรงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของ กลุ่มบีอาร์เอ็น (BRN) หรือไม่ นายวันนอร์กล่าวว่า “แน่นอน เป็นงานของเขา”
พร้อมระบุว่า หากฝ่าย BRN ต้องการพูดคุย รัฐบาลก็ต้องเปิดโอกาสให้พูดคุย โดยการพูดคุยต้องอยู่บนพื้นฐานของรัฐธรรมนูญไทย และมีเป้าหมายเพื่อทำให้พื้นที่เกิดความสงบสุข
สำหรับการพูดคุยสันติสุข นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ แจ้งว่า อาจเร่งกระบวนการให้เร็วขึ้น โดยจะมีการพูดคุยในระดับเทคนิคก่อนประมาณ 1–2 รอบ
คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วง ปลายเดือนกันยายน หรือต้นเดือนตุลาคม 2569 เพื่อทำความเข้าใจสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนเข้าสู่การพูดคุยในระดับที่สูงขึ้น
🔥 รับตรง ๆ “การข่าว” มีจุดบกพร่อง
นายวันนอร์ยอมรับว่า เหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า การข่าวมีส่วนที่ต้องปรับปรุง แต่ขอให้เห็นใจเจ้าหน้าที่ เพราะฝ่ายก่อเหตุจะเลือกลงมือในช่วงที่ฝ่ายรัฐเผลอหรือมีช่องโหว่
ยกตัวอย่างกรณีการเผา อบต.บางแห่งไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้า ไม่มีการปิดสถานที่ และบางพื้นที่ไม่มีกล้องวงจรปิด ทำให้ผู้ก่อเหตุสามารถสำรวจและเลือกจุดอ่อนก่อนลงมือได้
พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่าย หยุดมองกันเองเป็นฝ่ายตรงข้าม และกลับมาทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ที่อาจไม่กล้าให้ข้อมูล เพราะเกรงว่าหากมีความคิดเห็นแตกต่างจากฝ่ายความมั่นคงจะถูกมองว่าเป็นฝ่ายสนับสนุนผู้ก่อความไม่สงบ
⚡ เตือนอย่าเอา “ไฟใต้” ไปเทียบชายแดนกัมพูชา
นายวันนอร์ระบุว่า ปัญหาชายแดนภาคใต้แตกต่างจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา เพราะเป็นการเผชิญหน้ากับ องค์กรลับ จึงจำเป็นต้องใช้บุคลากรที่เข้าใจและเข้าถึงปัญหาในพื้นที่อย่างแท้จริง
พร้อมย้ำหลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการแก้ปัญหา หากพื้นที่ยังไม่มีความปลอดภัย การพัฒนา การลงทุน และการท่องเที่ยวก็เดินหน้าได้ยาก
นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้กองทัพรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานอื่นและคนในพื้นที่ เพราะการแก้ปัญหาครั้งนี้ไม่สามารถให้หน่วยงานใดทำเพียงลำพัง
🚨 นายกฯ สั่งบูรณาการ–วัด KPI
นายวันนอร์เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกำชับเรื่อง การบูรณาการการทำงานและความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับสูงสุด พร้อมให้ทุกหน่วยงานร่วมกันประเมินสถานการณ์และกำหนดแนวทางแก้ไขให้ชัดเจน
ส่วนเรื่อง KPI หรือการวัดผลการทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ นายวันนอร์ระบุว่า ที่ผ่านมาการวัด KPI ยังมีปัญหา แต่จากนี้จำเป็นต้องทำให้การวัดผลมีประสิทธิภาพและสะท้อนผลการทำงานจริงมากขึ้น
หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลก็ต้องพิจารณาว่าเกิดปัญหาจากจุดใด และจะปรับการทำงานอย่างไรให้สถานการณ์เดินหน้าไปในทิศทางที่ดีขึ้น
🇲🇾 มาเลเซียพร้อมร่วมมือ
นายวันนอร์ยังเปิดเผยว่า มีผู้ก่อเหตุบางส่วนหลบหนีไปยังฝั่งมาเลเซีย และทางการมาเลเซียพร้อมให้ความร่วมมือ หากไทยส่งข้อมูลที่จำเป็นให้
เนื่องจากความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่งผลกระทบต่อมาเลเซียโดยตรง และทั้งสองฝ่ายไม่ต้องการให้สถานการณ์ขยายตัวจนเปิดช่องให้ปัจจัยจากภายนอกเข้ามาแทรกแซง
สรุปชัด ๆ — “วันนอร์” ระบุชัดว่า BRN เป็นผู้ก่อเหตุความไม่สงบ พร้อมยอมรับว่าการข่าวมีจุดบกพร่อง และสั่งเดินหน้าบูรณาการทุกหน่วยงานใหม่ ขณะที่กระบวนการพูดคุยสันติสุขเตรียมขยับเร็วขึ้น โดยคาดว่าจะเริ่มพูดคุยระดับเทคนิคช่วงปลายเดือนกันยายน–ต้นเดือนตุลาคม 2569 ด้านนายกฯ กำชับเรื่องความปลอดภัยประชาชนและเตรียมใช้ KPI วัดผลการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง การให้สัมภาษณ์ของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 25 สิงหาคม 2569
#วันนอร์ #วันมูหะมัดนอร์ #BRN #ไฟใต้ #ชายแดนใต้ #จังหวัดชายแดนภาคใต้ #สันติสุขชายแดนใต้ #พูดคุยสันติสุข #อนุทิน #ความมั่นคง #การข่าว #KPI #นราธิวาส #ปัตตานี #ยะลา #ข่าวการเมือง #ข่าวด่วน #วิหคนิวส์ #VihokNews
