24 สิงหาคม 2569
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ออกมาเปิดประเด็นร้อนต่อกรณีการตรวจสอบคดี ฮั้วเลือก สว. หลังนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2569 ถึงหลักเกณฑ์การนำรายชื่อผู้เกี่ยวข้อง 229 ราย ส่งศาลฎีกาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 226 โดยระบุว่าต้องพิจารณาองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การกระทำของผู้สมัครหรือการรู้เห็นกับบุคคลอื่น การกระทำที่เข้าข่ายทุจริต และมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกไม่สุจริตหรือไม่เที่ยงธรรม
นายสมชัยมองว่า คำชี้แจงดังกล่าวอาจเป็นการตีความที่แคบเกินไป หากไม่พิจารณาร่วมกับ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561
โดยเฉพาะ มาตรา 77 ซึ่งกำหนดฐานความผิดเกี่ยวกับการจูงใจหรือกระทำการทุจริตหลายลักษณะ และใช้ถ้อยคำขึ้นต้นว่า “ผู้ใด” ไม่ได้จำกัดถ้อยคำไว้เฉพาะ “ผู้สมัคร” เท่านั้น
ขณะที่ มาตรา 62 ของ พ.ร.ป.สว. กำหนดกลไกภายหลังประกาศผลการเลือก สว. หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้สมัครหรือผู้ใด กระทำการทุจริต หรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น อันทำให้การเลือกไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม กกต. มีหน้าที่ดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาตามเงื่อนไขของกฎหมาย
ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การตีความว่า บุคคลที่ไม่ได้เป็นผู้ลงสมัครเอง แต่เข้าไปเกี่ยวข้อง สนับสนุน หรือรู้เห็นกับการกระทำทุจริต จะอยู่ในขอบเขตของกระบวนการตามกฎหมายเพียงใด
ขณะที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 226 เองก็ระบุถึงกรณีผู้สมัครที่กระทำการทุจริต หรือ รู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น และกำหนดให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อพิจารณาเพิกถอนสิทธิที่เกี่ยวข้อง โดยศาลฎีกายังมีอำนาจไต่สวนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้
นายสมชัยจึงตั้งข้อสังเกตอย่างรุนแรงว่า การตีความกฎหมายของ กกต. ที่เน้นองค์ประกอบตามมาตรา 226 แต่ไม่ได้กล่าวถึงรายละเอียดของ พ.ร.ป.สว. อย่างครบถ้วน เป็นการตีความที่ถูกต้องตามเจตนารมณ์ของกฎหมายหรือไม่
พร้อมตั้งคำถามในเชิงการเมืองว่า
“เป็นการหาทางลงให้นาย หรือส่งนายเข้าคุกแทน!!”
นายสมชัยยังยกตัวอย่างเปรียบเทียบว่า ในกรณีการกระทำความผิด บุคคลไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ลงมือด้วยตัวเองเสมอไป หากมีพฤติการณ์รู้เห็นหรือมีส่วนร่วมในความผิด ก็อาจมีประเด็นทางกฎหมายที่ต้องตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม การจะชี้ว่าบุคคลใดมีความผิดหรือมีส่วนร่วมในการทุจริตเลือก สว. ยังต้องพิจารณาพยานหลักฐานและข้อกฎหมายเป็นรายกรณี และท้ายที่สุดเป็นอำนาจของศาลในการวินิจฉัย ไม่ใช่การสรุปความผิดจากการมีชื่ออยู่ในสำนวนเพียงอย่างเดียว
ประเด็นนี้จึงทำให้การตรวจสอบคดีฮั้ว สว. กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง โดยเฉพาะคำถามว่า กกต. จะตีความขอบเขตของมาตรา 226 อย่างไร และจะดำเนินการกับบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตในระดับใด
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิงข้อมูลจากนายสมชัย ศรีสุทธิยากร และรายงานการชี้แจงของนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.
#สมชัยศรีสุทธิยากร #กกต #แสวงบุญมี #ฮั้วสว #เลือกสว #มาตรา226 #มาตรา62 #มาตรา77 #ศาลฎีกา #การเมืองไทย #สำนักข่าววิหคนิวส์
