จับตา! เงินกู้มหาศาล 4 แสนล้าน เดินหน้าหลังศาลวินิจฉัยผ่าน งบท้องถิ่น 2 แสนล้านมาแล้ว
วันที่ 12 กรกฎาคม 2569
ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติวินิจฉัยว่า พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ วงเงิน 400,000 ล้านบาท เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้รัฐบาลสามารถเดินหน้าแผนการใช้จ่ายงบประมาณจากเงินกู้ก้อนใหญ่ได้อย่างเป็นทางการ
รัฐบาลกำหนดกรอบการใช้เงินออกเป็น 2 ส่วนหลัก โดยวงเงินประมาณ 200,000 ล้านบาท จะนำไปใช้ในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชน ส่วนอีก 200,000 ล้านบาท เตรียมกระจายลงสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาในพื้นที่
สำหรับโครงการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณนั้น ครอบคลุมทั้งการก่อสร้างและซ่อมแซมถนน ระบบระบายน้ำ แหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค การปรับปรุงตลาด พื้นที่สาธารณะ รวมถึงโครงการพัฒนาชุมชนที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม การจัดสรรงบประมาณจะ ไม่ใช่การแจกแบบเท่ากันทุกแห่ง แต่แต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องจัดทำโครงการเสนอขอรับการสนับสนุน ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาและอนุมัติตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ
ย้อนอดีต
ก่อนหน้านี้ ร่างพระราชกำหนดกู้เงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท ถูกจับตาอย่างหนักจากทั้งฝ่ายค้าน นักวิชาการ และภาคประชาชน โดยมีข้อถกเถียงถึงความจำเป็นในการออกกฎหมายกู้เงิน รวมถึงความเหมาะสมในการใช้เงินกู้จำนวนมหาศาล แต่ท้ายที่สุด ศาลรัฐธรรมนูญมีมติวินิจฉัยว่าพระราชกำหนดดังกล่าวไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เปิดทางให้รัฐบาลเดินหน้าแผนใช้งบประมาณได้
แม้แผนการใช้เงินกู้จะเดินหน้าต่อได้ แต่ยังคงเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายจับตา โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใส ความคุ้มค่า และประสิทธิภาพของการใช้งบประมาณ ว่าจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างประโยชน์ต่อประชาชนได้ตามเป้าหมายที่รัฐบาลประกาศไว้หรือไม่
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: สำนักงบประมาณ, กระทรวงการคลัง, ข้อมูลการแถลงของรัฐบาล และคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
