วงการโรงแรมไทยเผชิญแรงกดดันรอบด้าน หลังอัตราค่าไฟฟ้าใหม่มีแนวโน้มปรับขึ้นแบบขั้นบันไดแตะระดับสูงสุดราว 5 บาทต่อหน่วย สำหรับผู้ใช้ไฟเกิน 400 หน่วย สร้างความตกใจให้ผู้ประกอบการทั่วประเทศ เนื่องจากค่าไฟถือเป็นต้นทุนหลักอันดับ 1 หรือ 2 ของธุรกิจโรงแรม ซึ่งต้องใช้พลังงานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย เปิดเผยว่า ต้นทุนค่าไฟของไทยยังสูงกว่าประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามราว 10-20% ส่งผลกระทบโดยตรงต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน ทั้งในด้านการตั้งราคาห้องพักและการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ
แม้โรงแรมส่วนใหญ่ยังคงเปิดให้บริการ แต่ต้องแบกรับภาระต้นทุนคงที่จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้างพนักงาน ภาษีที่ดิน และค่าธรรมเนียมต่างๆ ในขณะที่รายได้กลับลดลงต่อเนื่อง สะท้อนภาวะธุรกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
ขณะเดียวกัน ธุรกิจยังเผชิญปัจจัยลบซ้ำเติมจากภาคการบิน หลังสายการบินหลายแห่งต้องลดเที่ยวบินลง เนื่องจากต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น โดยคาดว่าเที่ยวบินทั้งในและระหว่างประเทศอาจหายไปถึง 50-60% ในช่วงกลางปี ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ภาพรวมการท่องเที่ยวในเดือนพฤษภาคมยังน่ากังวล ยอดจองห้องพักลดต่ำลง ขณะที่ยอดยกเลิกสูงกว่ายอดจองใหม่ ปัจจัยหลักมาจากราคาตั๋วเครื่องบินที่แพงขึ้น และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทำให้นักท่องเที่ยวชะลอการเดินทาง
ด้านตลาดในประเทศก็ชะลอตัวเช่นกัน แม้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา การเดินทางส่วนใหญ่เป็นการกลับภูมิลำเนา มากกว่าการท่องเที่ยว เนื่องจากผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย ท่ามกลางราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจยังคงคาดหวังว่าในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2569 สถานการณ์จะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ยังต้องจับตาความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน ซึ่งอาจกระทบต่อเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ตั้งไว้ 32 ล้านคนในปีนี้
สำนักข่าววิหคนิวส์ รายงาน
