ข่าวประจำวัน » สัญญาณผิดหวังรัฐบาล !! พิชาย ชี้ วิกฤติความเชื่อมั่นสะท้อนความเปาะบางในหลายมิติ

สัญญาณผิดหวังรัฐบาล !! พิชาย ชี้ วิกฤติความเชื่อมั่นสะท้อนความเปาะบางในหลายมิติ

4 May 2026
48   0

รองศาสตราจารย์ ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต : ผู้อำนวยการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา ระบุว่า วิกฤตความเชื่อมั่นที่สะท้อนผ่าน “ดัชนีการเมืองไทย เมษายน 2569” ของสวนดุสิตโพล ไม่ได้เป็นเพียงการลดลงของตัวเลข แต่คือสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าถึงสถานการณ์ความเปราะบางของรัฐบาลในหลายมิติ

“ปรากฏการณ์ลดลงทุกตัวชี้วัดคือ สัญญาณของความผิดหวังในวงกว้าง”

การที่คะแนนลดลงในทุกหัวข้อสะท้อนว่า ประชาชนอยู่ในสภาวะ “ถดถอยทางความหวัง” ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อนโยบายที่ประกาศไว้เริ่มไม่เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม หรือผลลัพธ์นั้นช้ากว่าปัญหาที่พุ่งเข้าหาประชาชน

ประชาชนไม่ได้แยกแยะปัญหาเป็นส่วนๆ อีกต่อไป แต่รวมเอาเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เข้าเป็นก้อนเดียวกัน หากเงินในกระเป๋าลดลง ความเชื่อมั่นที่มีต่อระบบการเมืองจะพังทลายลงตามไปด้วย

ประชาชนเข้าใจว่าน้ำมันแพงเพราะสงคราม แต่สิ่งที่เขาตัดสินรัฐบาลคือ ความสามารถในการรับแรงกระแทก. หากรัฐบาลทำได้เพียงอธิบายว่าเป็นเพราะปัจจัยภายนอก โดยไม่มีมาตรการเชิงรุกที่จับต้องได้ ประชาชนจะมองว่ารัฐบาลไร้ประสิทธิภาพ

โจทย์ใหญ่คือปากท้อง นี่คือจุดตายของรัฐบาลชุดนี้ หากแก้ไม่ได้ คะแนนดัชนีในเดือนต่อๆ ไปมีโอกาสดิ่งเหว

นัยสำคัญของผลงานฝ่ายค้านที่สูงโดดเด่น คะแนนฝ่ายค้าน (4.31) ที่สูงกว่าดัชนีภาพรวม (3.79) อย่างมีนัยสำคัญ บอกให้ทราบว่า ประชาชนฝากความหวังไว้กับการเบรก หรือ ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐมากกว่าการบริหารของรัฐบาลเอง

การปรากฏชื่อของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ควบคู่กับ รักชนก ศรีนอก ในเดือนเมษายน ในฐานะนักการเมืองที่มีบทบาทโดดเด่นในเดือนนี้ สะท้อนถึงการเมือง 2 รูปแบบ คือ ความเก๋าเกม/หลักการ ผสานกับ ความกล้าชน/คนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ทำให้ฝ่ายค้านดูแข็งแกร่งในสายตาประชาชน

สำหรับตัวเลขที่น่ากังวลที่สุดคือการแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล (3.22) ที่ได้คะแนนต่ำสุด สะท้อนถึงความรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน นี่ไม่ใช่เรื่องของเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของหลักนิติธรรม หากประชาชนรู้สึกว่าผู้มีอิทธิพลยังอยู่เหนือกฎหมาย และยาเสพติดยังแพร่ระบาด มันจะกัดเซาะความเชื่อมั่นในอำนาจรัฐอย่างรุนแรงที่สุด

สถานการณ์ในเดือนเมษายน 2569 คือช่วงหมดโปรโมชั่นของรัฐบาล และเข้าสู่ช่วงพิสูจน์ฝีมือในสนามจริง หากรัฐบาลไม่สามารถแปลงวิกฤตภายนอกให้เป็นโอกาสในการบริหารภายใน ดัชนีการเมืองไทยจะกลายเป็นขาลงต่อเนื่อง ซึ่งอาจนำไปสู่การเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่รุนแรงขึ้นในอนาคตครับ

สำนักข่าววิหคนิวส์