ไทยโพสต์ – อัยการสูงสุด ชี้ขาด ให้ฟ้อง บอสมิน-บอสเเซม คดีดิไอคอน เเล้ว เตรียมนัดนำตัวมายื่นฟ้องต่อศาลอาญา
18 กุมภาพันธ์ 2569 – สำหรับความคืบหน้าในคดีที่ พันตำรวจตรียุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ทำความเห็นแย้ง เห็นควรฟ้อง นายยุรนันท์ ภมรมนตรี หรือบอสแซม ,น.ส.พีชญา วัฒนามนตรี หรือบอสมิน 2 ผู้ต้องหาในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน , ร่วมกันโดยทุจริตหรือหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ , ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน , ร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรง ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ดำเนินกิจการในลักษณะที่เป็นการชักชวนให้บุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่ายในการประกอบธุรกิจฯ และร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรงโดยไม่ได้รับอนุญาต ในคดีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป
เมื่อช่วงเดือนเมษา 2568
โดยตามขั้นตอน เมื่ออธิบดีดีเอสไอมีความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทััง 2 คนส่งสำนวนมา ความเห็นแย้งดังกล่าวจะถูกส่งไปยังอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาชี้ขาดความเห็นแย้งนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 145/1
มีรายงานว่าเมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมาหนังสือความเห็นชี้ขาดของอัยการสูงสุดได้ส่งมาที่อัยการสำนักงานคดีพิเศษเห็นควรชี้ขาดตามความเห็นของอธิบดีเอสไอให้ฟ้องผู้ต้องหาทั้ง2 ราย
โดยหลังจากนี้ขั้นตอนต่อไปทางอัยการคดีพิเศษจะมีการนัดหมายให้ผู้ต้องหาทั้งสองมาพบพนักงานอัยการเพื่อยื่นฟ้องตามคำสั่งชี้ขาดของอัยการสูงสุดต่อไปหากตัวผู้ต้องหายังไม่มาตามนัดของอัยการคดีพิเศษทางสำนักงานอัยการคดีพิเศษก็จะมีหนังสือให้ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษไปนำตัวผู้ต้องหามาส่งพนักงานอัยการเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลอาญาต่อไป
มีรายงานว่าคดีนี้เดิม อัยการคดีพิเศษ สั่งไม่ฟ้องบอสมิน บอสแซม โดยให้เหตุผลว่า พยานหลักฐานรวมถึงสัญญาจ้างระบุว่าทั้งสองเป็นเพียงพรีเซนเตอร์ เเละการขึ้นเวทีพูดในลักษณะขายสินค้า ไม่ได้ชักชวนคนมาสมัครแตกต่างจาก นาย กันต์ กันตถาวรกันต์ หรือบอสกันต์ซึ่งชวนคนมาสมัคร และในสัญญาจ้างเเม้ระบุแม้เป็นผู้บริหาร แต่ก็เป็นเรื่องขายโปรดักส์ ไม่ได้เป็นเรื่องชวนคน มาสมัคร
แหล่งข่าวจากดีเอสไอระบุว่า คดีนี้ทางอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเเย้งทุกข้อหา เพราะเชื่อว่าสิ่งที่คณะทำงานพิจารณาจากพยานหลักฐานมีความเห็นสมควรสั่งฟ้องถูกต้องเเล้ว ที่อัยการคดีพิเศษสั่งไม่ฟ้องเพราะว่าจากพยานหลักฐานไม่เชื่อว่าเป็นการกระทำผิด และทัังสองคนมีสัญญาเเละทำงานได้เงินตามสัญญานั้นทางอธิบดีดีเอสไอไม่เห็นด้วยจึงทำความเห็นแย้งให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาด
ส่วนเหตุผลที่อธิบดีดีเอสไอเห็นแย้งในตอนนั้น เนื่องจากมองว่าจากการสืบสวนสอบสวนตามเดิมว่าผู้ต้องหาทั้งสองมีหลักฐานว่าไปเป็นพรีเซนเตอร์ซึ่งได้รับค่าจ้าง ค่าตอบแทนที่สูง ทัังตัวบอสมินเเละบอสแซมเเม้จะอ้างว่ารับจ้างเป็นแค่พรีเซนเตอร์แต่กลับมีการดำเนินการมากกว่าปกติขึ้นเวทีบรรยายอวดอ้าง เป็นการโน้มน้าวชักจูงจนมีผู้หลงเชื่อจำนวนมาก น่าจะรู้เห็นถึงเเผนธุรกิจมากกว่าแค่เป็นพรีเซนเตอร์ และน่าจะรู้ว่าดิไอคอนเป็นแชร์ลูกโซ่ตั้งแต่เเรก เพราะประชาชนที่โดนหลอกลงทุนเชื่อมั่นในบอสแซมกับมิน ว่าเป็นระดับผู้บริหารในบริษัทดิไอคอนก็เลยมาลงทุนซื้อของกับบริษัทนี้ บทบาทไม่ต่างกับบอสกันต์
นอกจากนี้คดีดิไอคอนยังมีสำนวนที่ 2 ที่เป็นคดีนอกราชอาณาจักรอยู่ระหว่างการพิจารณาโดยผู้ต้องหาเป็นกลุ่มคนชุดเดียวกับสำนวนแรก ถ้าไม่ไม่ทำความเเย้งไปคดีที่ 2 นี้แจ้งข้อหาบอสมินกับบอสแซมไม่ได้
ยังมีข้อสำคัญอีกประการคดีนี้เป็นคดีสำคัญ คดีที่ดีเอสไอสั่งฟ้องเเต่เดิมก็เป็นความเห็นของอธิบดีดีเอสไอ เพราะฉะนั้นเมื่อมีความเห็นสมควรฟ้องไปเเล้วก็ไม่มีเหตุกลับคำสั่งตัวเอง
Credit : ไทยโพสต์
