ข่าวประจำวัน » ไม่ใช่แค่เทา !! ศาลฎีกาสั่งถอนชื่อ กิตษณัฐ ผู้สมัคร เพื่อไทย นครศรีฯเหตุมีคดีลักทรัพย์

ไม่ใช่แค่เทา !! ศาลฎีกาสั่งถอนชื่อ กิตษณัฐ ผู้สมัคร เพื่อไทย นครศรีฯเหตุมีคดีลักทรัพย์

4 February 2026
13   0

สำนักข่าวอิศรา – เปิดคำพิพากษาศาลฎีกา ถอนชื่อ ‘กิตษณัฐ อินทร์พรหม’ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเขต 3  นครศรีธรรมราช พรรคเพื่อไทย มีประวัติต้องคำพิพากษาคดีอาญาความผิดฐานลักทรัพย์ อ้างรับสารภาพเพื่อต้องการให้เรื่องจบ เป็นเรื่องระหว่างพี่น้อง ยกขึ้นสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงผลคดีถึงที่สุดแล้วไม่ได้

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 29 มกราคม 2569 ศาลฎีกามีคำสั่งให้ถอนชื่อนายกิตษณัฐ อินทร์พรหม ออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดนครศรีธรรมราช ของพรรคเพื่อไทย  เนื่องจากผู้คัดค้านเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา จึงเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย   และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561  รายละเอียดดังนี้ 

@เปิดคำพิพากษาฉบับเต็ม

คำสั่ง คดีหมายเลขดำที่ ลต สสข 13/2569  คดีหมายเลขแดงที่ ลต สสข 14/2569  ศาลฎีกา วันที่ 29 เดือน มกราคม พุทธศักราช 2569  ความคดีเลือกตั้ง ระหว่าง  ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดนครศรีธรรมราช  ผู้ร้อง  นายกิตษณัฐ อินทร์พรหม ผู้คัดค้าน

เรื่อง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฯ

(ขอให้ถอนชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง)

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องประกาศรายชื่อผู้คัดค้านเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดนครศรีธรรมราช ของพรรคเพื่อไทย ต่อมาผู้ร้องตรวจสอบแล้วปรากฏว่า ผู้คัดค้านไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ 357/2568 ของศาลจังหวัดปากพนัง ว่ากระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา ผู้คัดค้านจึงเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (10) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 2 (12) ขอให้ถอนชื่อผู้คัดค้านออกจากประกาศ รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดนครศรีธรรมราช ของพรรคเพื่อไทย

@ อ้างรับสารภาพเพื่อต้องการให้เรื่องจบมูลเหตุเป็นเรื่องระหว่างพี่น้อง

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า คำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ 357/2568 ของศาลจังหวัดปากพนัง มิได้เกิดจากการสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยเพื่อให้เห็นข้อเท็จจริงว่า ผู้คัดค้านกระทำโดยทุจริต แต่เกิดจากผู้คัดค้านให้การรับสารภาพเพื่อต้องการให้เรื่องจบไปเพราะมูลเหตุแห่งคดีเป็นเรื่องระหว่างพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ผู้คัดค้านจึงไม่เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ขอให้ยกคำร้อง

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจพยานหลักฐานของคู่ความทั้งสองฝ่ายที่เสนอต่อศาล ในวันนัดพร้อมแล้ว เห็นว่าคดีไม่จำเป็นต้องไต่สวนพยานหลักฐาน จึงให้งดการไต่สวน

@ คดีถึงที่สุด-คุณสมบัติต้องห้าม

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ 

เห็นว่า ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 บัญญัติว่า “บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร … (10) เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา…” ซึ่งตรงกับบทบัญญัติของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (12)

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏตามคำร้อง คำคัดค้าน เอกสารพยานหลักฐานแห่งคดี และคำแถลงของคู่ความทั้งสองฝ่ายว่า ผู้คัดค้านเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ 357/2568 ของศาลจังหวัดปากพนัง และคดีดังกล่าวมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วว่า ผู้คัดค้านกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ของผู้มีอาชีพกสิกรรมโดยใช้ยานพาหนะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (12) วรรคแรก ประกอบมาตรา 336 ทวิ ตามสำเนาคำพิพากษาและสำเนาใบสำคัญแสดงว่าคดีถึงที่สุด เอกสารหมาย ร.8 และ ร.9 ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา  ดังนั้น ผู้คัดค้านจึงเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

@ข้ออ้างขัดแย้งคำรับสารภาพ ยกขึ้นเพื่อเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาอันถึงที่สุดแล้วไม่ได้

ส่วนที่ผู้คัดค้านอ้างว่า คำพิพากษาในคดีดังกล่าวมิได้เกิดจากการสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยเพื่อให้เห็นข้อเท็จจริงว่าผู้คัดค้านกระทำโดยทุจริต และผู้คัดค้านให้การรับสารภาพเนื่องจากต้องการระงับข้อพิพาทระหว่างพี่น้อง ผู้คัดค้านไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง นั้น ข้ออ้างดังกล่าวเป็นการขัดแย้งกับคำให้การรับสารภาพของผู้คัดค้าน จึงหาอาจจะยกขึ้นอ้างเพื่อเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาอันถึงที่สุดแล้วได้ไม่ ข้อเท็จจริงจึงต้องฟังว่าผู้คัดค้านเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา

จึงมีคำสั่งให้ถอนชื่อนายกิตษณัฐ อินทร์พรหม ออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดนครศรีธรรมราช ของพรรคเพื่อไทย.

แหล่งที่มา – สำนักข่าวอิศรา