เพจข่าวเชียงใหม่ hedlomnews ได้โพสต์ข้อความระบุว่า – เปิดทุกประเด็น กับ ‘คีเลีย คัมมินส์’ กงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำเชียงใหม่
เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 23 มกราคม 2569 นางคีเลีย คัมมินส์ กงสุลใหญ่ประจำเชียงใหม่ เปิดบ้านหลังใหม่ หรือ สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำเชียงใหม่ แห่งใหม่ ณ เลขที่ 131 หมู่ 4 ริมถนนสายซุปเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง ตำบลหนองป่าครั่ง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ต้อนรับและเปิดใจในทุกประเด็นกับสื่อมวลชนภาคเหนือที่เข้าร่วมซักถาม
นางคีเลีย กล่าวว่า งานเปิดสถานกงสุลใหญ่แห่งใหม่ถือว่า เป็นเรื่องพิเศษเพราะเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นเพื่อนของไทยและสหรัฐอเมริกา โดยหัวใจสำคัญคือการให้บริการพลเมืองอเมริกันกว่า 21,000 คนทั่วภาคเหนือของไทยแล้ว และให้บริการชาวไทยที่เป็นพันธมิตรที่ลึกซึ้งเพื่อร่วมสร้างอนาคตร่วมกันของสองประเทศ โดยตัวอาคารแสดงถึงความสัมพันธ์ทางการทูตที่ยั่งรากลึกกับท้องถิ่น เป็นการออกแบบอนาคตร่วมกัน โดยปีนี้สหรัฐอเมริกาอยู่ในช่วงเฉลิมฉลองครบ 250 ปี จึงยืนยันถึงความเป็นหุ้นส่วนที่ขับเคลื่อนไปด้วยกัน
“ต่อข้อสงสัยที่ว่าสถานกงสุลแห่งนี้เป็นฐานปฏิบัติการลับทางทหารนั้น ขอชี้แจงว่าสหรัฐอเมริกาไม่มีฐานทัพทางทหารใดๆ ในประเทศไทย และมีสถานกงสุลใหญ่แห่งเดียวในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2493 ทำหน้าที่เหมือนสถานกงสุลของไทย จำนวน 3 แห่งในสหรัฐอเมริกา โดยสถานกงสุลใหญ่แห่งนี้มีเป้าหมายให้บริการพลเมืองและส่งเสริมประโยชน์ของภาคเหนือของไทย”
ซึ่งนางคีเลีย กล่าวอีกว่า พร้อมให้ความช่วยเหลือและเพิ่มขีดความสามารถและร่วมมือกับนักธุรกิจในท้องถิ่น เกื้อกูลการค้าการลงทุน ส่งเสริมนวัตกรรม ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ค่ายเยาวชนไซเบอร์ เพื่อเพิ่มทักษะและเทคโนโลยีใหม่ให้นักศึกษา ซึ่งในส่วนของการก่อสร้างอาคารแห่งใหม่ มีการจ้างงานแรงงานไทยกว่า 1,400 คน ซึ่งไม่ใช้พนักงานประจำ แต่ผ่านการฝึกฝนให้มีความเข้มแข็งเพิ่มขีดความสามารถเพิ่มโอกาสในการจ้างงานในอนาคต พร้อมเน้นการใช้วัสดุท้องถิ่น สร้างความเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนกับชุมชนในภาคเหนือของประเทศไทย
สำหรับสถานกงสุลหลังเดิมนั้น รัฐบาลไทยเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ และให้สหรัฐอเมริกาเช่ามานานตั้งแต่ปี 2493 ปัจจุบันจึงส่งมอบคืนให้รัฐบาลไทยต่อไป อาคารเดิมมีความงดงามและมีคุณค่า เหมาะต่อการพักอาศัย แต่ไม่เหมาะกับอาคารสมัยใหม่พึงมี ด้วยเวลากว่า 75 ปี จึงมีความจำเป็นที่ต้องย้ายไปสู่ที่เหมาะสม เพราะพื้นที่ไม่เหมาะจัดกิจกรรมและดำเนินการหลายส่วน ซึ่งสถานที่ใหม่จะสะดวกในการเข้ามาติดต่อวีซ่าและพาสปอร์ตของพลเมืองสหรัฐอเมริกาและไทย มีห้องปรับอากาศและการควบคุมอุณหภูมิ
“ยืนยันว่า สถานกงสุลใหญ่แห่งนี้มีพนักงานทั้งชาวอเมริกันและชาวไทยเพียง100 คนเท่านั้น ให้บริการเหมือนสถานกงสุลทุกประเทศ มีการทำงานร่วมมือกันทางด้านต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ ส่งเสริมการค้าการลงทุน ร่วมมือสร้างโอกาสให้เกิดประโยชน์ต่อสองประเทศ ไม่มีปฏิบัติการลับใด ๆ และสหรัฐอเมริกายืนยันว่าไม่สนับสนุนนักการเมืองคนหนึ่งคนใด หรือพรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองใดโดยเฉพาะในการเลือกตั้งของไทยที่จะมีขึ้น สหรัฐอเมริกาทำงานร่วมกับรัฐบาลไทย ส่งเสริมผลประโยชน์ที่มีร่วมกันด้วยความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง” นางคีเลีย กล่าวย้ำทิ้งท้าย
โดยสถานกงสุลใหม่แห่งนี้ เป็นอาคารที่ทันสมัย บนเนื้อที่ 6 ไร่ งบประมาณกว่า273 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ประกอบด้วย อาคารหลังใหญ่ที่มีโถงเชื่อมกัน 3 ส่วนจำนวน 3 ชั้น แบ่งเป็นชั้นล่าง พื้นที่ทำวีซ่าและพาสปอร์ต จำนวน 7 ช่อง ห้องแถลงข่าว ชั้นสองเป็นส่วนห้องทำงาน ห้องประชุมชื่อ สวนดอก ห้องอาหาร ชั้นสาม ห้องทำงานของกงสุลใหญ่ ห้องทำงาน ห้องประชุม ชื่อ ช้างเผือก ผสมผสานความเป็นล้านนากับความทันสมัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ย่านบิสซิเนสปาร์ค ตกแต่งภายในด้วยงานศิลปะของศิลปินในพื้นที่ ซึ่งเปิดให้ชมบางส่วน
และส่วนที่ได้แต่มอง คือ อาคารเก็บอุปกรณ์ 1 หลัง และส่วนรักษาความปลอดภัย 1 หลัง มีโซนที่พักของ..นาวิกโยธิน ที่ประจำการตลอด 24 ชั่วโมงจากที่ไม่เคยมีมาก่อนในสถานกงสุลใด เป็นพื้นที่ห้ามเข้าเด็ดขาด และเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไม่มีห้องใต้ดิน
ซึ่งทั้งหมดจะมี..เวลาและการกระทำ เป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงใจระหว่างไทย-สหรัฐอเมริกาในอนาคตที่มีร่วมกัน
สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน
#เปิดสถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา #สหรัฐอเมริกา #คีเลียคัมมินส์ #กงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา









