Army Military Force- ด่วน เผาแล้วทั่วประเทศ! เวลา 02:10 น. (9 ม.ค.) สถานการณ์ในอิหร่านวิกฤตถึงขีดสุด เมื่อกลุ่มผู้ประท้วงชาวอิหร่านตัดสินใจยกระดับการเคลื่อนไหวด้วยจุดไฟเผาสถานที่ทำการของรัฐบาล และป้ายบิลบอร์ดโฆษณาชวนเชื่อของอาลี คอเมเนอี ทั่วประเทศเพื่อเชิงสัญลักษณ์ของการไม่ยอมรับอำนาจ
นอกจากนี้ ยังมีรายงานความเสียหายเป็นวงกว้างจากการเผาทำลายยานพาหนะของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวมถึงการบุกเผาบ้านพักส่วนตัวของนักการเมืองหลายราย ท่ามกลางเปลวเพลิงที่ลุกโชนในหลายหัวเมืองใหญ่สะท้อนถึงความโกรธแค้นของประชาชนที่มาถึงจุดเดือดจนยากจะควบคุมสถานการณ์ไว้ได้
สถานการณ์ความไม่สงบในประเทศอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 12 โดยมีรายงานว่าชาวอิหร่านนับแสนคนได้ลุกฮือประท้วงในพื้นที่กว่า 285 แห่งครอบคลุม 27 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อวิกฤตเศรษฐกิจและภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงกว่า 50% ซึ่งเป็นผลกระทบสะสมจากการถูกคว่ำบาตรโดยสหรัฐฯ และชาติตะวันตก ส่งผลให้ค่าเงินเรียลร่วงดิ่งลงทำสถิติใหม่ที่ 1.47 ล้านเรียลต่อดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหารพุ่งสูงเกินกว่าที่ประชาชนส่วนใหญ่จะแบกรับภาระได้
การประท้วงที่เริ่มต้นจากความอัดอั้นทางเศรษฐกิจได้ยกระดับสู่การเรียกร้องทางการเมืองอย่างเต็มตัว โดยในหลายพื้นที่รวมถึงเขตตลาดเก่า (Grand Bazaar) ในกรุงเตหะรานและเมืองทางตะวันตก ผู้ประท้วงบางส่วนได้โบกสะบัดธงชาติอิหร่านสมัยราชวงศ์ปาห์ลาวี (ธงสิงโตและดวงอาทิตย์) พร้อมเปล่งเสียงคำรามดังกึกก้องเป็นภาษาท้องถิ่นและภาษาเปอร์เซียว่า “ชาห์ เรซา ปาห์ลาวี จงเจริญ” และ “คอเมเนอี เผด็จการ” เพื่อเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองและรำลึกถึงความรุ่งเรืองในอดีต
สถานการณ์ในขณะนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียด หลังมีรายงานการปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างกองกำลังความมั่นคงและกลุ่มผู้ชุมนุม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 36 ราย และมีผู้ถูกจับกุมไปแล้วกว่า 2,000 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนจริงในการสลายการชุมนุมในบางจุด ท่ามกลางกระแสข่าวว่าเจ้าหน้าที่บางส่วนเริ่มมีท่าทีเห็นใจผู้ประท้วง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดอิลามที่พบเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโบกมือให้กลุ่มผู้ชุมนุมจากดาดฟ้าอาคาร
ทางด้านเจ้าชายเรซา ปาห์ลาวี มกุฎราชกุมารแห่งอิหร่านที่พำนักอยู่ในต่างประเทศ ได้ออกแถลงการณ์ผ่านวิดีโอสนับสนุนการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ โดยยกย่องความกล้าหาญของประชาชนและชี้ว่าปี 2026 จะเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของอิหร่าน ในขณะที่รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดในการควบคุมสถานการณ์ที่กำลังลุกลามจนเกินจะควบคุม
แหล่งที่มา : Army Military Force
