เรื่องฮอต ประเด็นฮิต » #เอาน้ำดับไฟ ! ดร.เทอดศักดิ์ ยันนำสู่ความมั่นคง ยั่งยืน

#เอาน้ำดับไฟ ! ดร.เทอดศักดิ์ ยันนำสู่ความมั่นคง ยั่งยืน

1 February 2021
1278   0

ดร.เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญยุทธศาสตร์ การเมืองการปกครอง ได้โพสข้อความระบุว่า เอาน้ำดับไฟ

ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาตั้งแต่เดือน กันยายน 2563 เป็นต้นมา การก่อตัวทางการเมือง ได้เข้าสู่การเคลื่อนไหวทางการเมือง ยกระดับเป็นการก่อวินาศกรรม กลางพระนคร และภาคใต้ เพื่อมุ่งหวังกดดันให้เกิดการ นิรโทษกรรม หรือพระราชทานอภัยโทษ  

โดยมีการอ้างการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การแก้ไข ม.112 ระบุไม่เป็นประชาธิปไตย ที่จะระบุการนิรโทษกรรมในรธน.ฉบับใหม่ เหมือนยุค รสช.และรสช.เคยทำมา และไม่สามารถอาฆาต มาดร้าย ดูหมิ่น เหยียดหยาม พระมุขของรัฐและพระบรมวงศานุวงศ์ได้ 

ที่ผ่านมามีการเร่งปฏิกิริยาทางการเมือง ด้วยการใช้วาทกรรม “วัคซีนพระราชทาน” แล้วส่งคนไปก่อกวน ต่อต้านถึงบริษัทของประมุขของรัฐ ทั้งที่เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ตามหลักบริษัทธรรมาภิบาล เพื่อช่วยเหลือคนไทย และตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางผลิตวัคซีน เพื่อจำหน่าย จ่ายแจก ให้กับเอเชีย ที่มีความร่วมมือกับอังกฤษ 

การกระทำของกลุ่มคนดังกล่าว ในเชิงยุทธศาสตร์การเมือง การปกครองแล้ว เป็นที่ทราบกันดีในเชิงประจักษ์ ว่าใครคือผู้สั่งการจากนอกประเทศ ที่มีเจตนามิใช่ต้องการเพียง นิรโทษกรรมให้ตนเองเท่านั้น แต่ต้องการนิรโทษให้คนในครอบครัว และพรรคพวกด้วย  

การเร่งเกมเพื่อเข้าสู่จุดสำคัญคือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่จะจัดคนชุมนุมต่อต้าน ล้อม นอกสภาผู้แทนราษฏร แล้วกดดันในสภา เพื่อให้พรรคร่วมรัฐบาลเอาตัวรอด หันมาสนับสนุนการโหวตขับไล่นายกรัฐมนตรี และคณะ 

ตามหลักสถิติแล้ว หากปล่อยให้สถานการณ์เดินหน้าต่อไป จะมิต่างจาก การชุมนุมของอเมริกันชน  ที่คลั่งประชาธิปไตย บุกเข้าสภาขวางการรับรองประธานาธิบดี ที่มีการปะทะ ทำสงครามกลางเมือง จนมีผู้เสียชีวิต 5 คน ถูกจับกุม 55 ราย 

หรือเหตุการณ์ในรัสเซีย ที่ผู้ชุมนุมนับหมื่นคน เรียกร้องให้มีการปล่อยตัวผู้นำฝ่ายค้าน ที่ถูกจับกุมก่อนคำพิพากษา ทำให้เกิดจราจลครั้งใหญ่ ผู้ชุมนุมถูกจับกุมไปกว่า 2500 คน ที่สำคัญสหรัฐได้เข้าแทรกแซงกิจการภายใน จนเกิดข้อพิพาทระหว่าง 2 ประเทศ  

ในพม่ามีการใช้กำลังทหารยึดอำนาจ จับกุมคณะรัฐมนตรีไว้ และหลายประเทศ นายกรัฐมนตรีลาออก ใต้เกิดการก่อวินาศกรรม หลังวันที่  13,19-20 และ 25 ธ.ค.2563 เป็นต้นมาในระยะเวลา 45 วัน ที่จะเกิดภัยธรรมชาติ ภัยการเมือง การบาดเจ็บล้มตายของคนจำนวนมากและคนมีชื่อเสียง การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง 

การจับแล้วปล่อย สาวผู้บงการ ได้ดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว ที่ได้ดำเนินการก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ควบคู่กับการเยียวยา ประกอบกับประชาชนได้เห็นเชิงประจักษ์ ถึงพฤติกรรมของกลุ่มกบฏ จึงทำให้สถานการณ์เป็นคุณแก่ชาติ 

การใช้กฎหมายการฟอกเงิน ที่มีคณะกรรมการป้องกันและปราบปราบการฟอกเงิน (ปปง.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ควรมีบทบาท ในการตรวจสอบ เอาผิด อายัด เงิน ที่ได้รับการสนับสนุนในการก่อการจราจล ก่อการร้าย จัดชุมนุม ที่มีเจตนาชัดเจน ให้จบภาระกิจก่อนการอภิปราย  

อันจะเป็นประโยชน์ เพื่อให้ประเทศสามารถเดินหน้า ก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจ แล้วเข้าสู่การเก็บเกี่ยว(การเลือกตั้งท้องถิ่น) ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และปฏิรูปประเทศ ตามลำดับ เปรียบดั่งการ เอาน้ำที่เยือกเย็น ดับไฟที่ร้อนแรง นำชาติ สู่ความ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนในที่สุด 

  

 “ การเปลี่ยนแปลงปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องเกิดขึ้น ไม่เปลี่ยนในมือเขา ก็ต้องเปลี่ยนในมือเรา “

ดร.เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา 

1 กุมภาพันธ์ 2564