เรื่องฮอต ประเด็นฮิต » #ชัยชนะอยู่ที่สติปัญญา ! ดร.ชี้ความรุนแรงมิใช่ทางออก

#ชัยชนะอยู่ที่สติปัญญา ! ดร.ชี้ความรุนแรงมิใช่ทางออก

15 October 2020
498   0

ดร.เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์ การเมือง การปกครอง ได้โพสข้อความระบุว่า ชัยชนะอยู่ที่สติปัญญา

สถานการณ์ที่รุนแรงขึ้น หนักขึ้น เพราะความใจร้อน เดินการเมืองเท่าตามองเห็น สลายการชุมนุม จับกุมแกนนำ เอาม๊อบชนม๊อบ แล้วคิดว่าจะจบ

ระยะเวลาที่ยาวนาน 3 เดือน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2563 ที่ผ่านมาจนถึงเดือนตุลาคม ด้วยการจับปล่อย  สาวผู้บงการ หน้าไพ่ได้เปิดจนครบ ตามยุทธการไตรรงค์ทำให้ประชาชนได้เห็นเชิงประจักษ์แล้วว่า ใครคือแกนนำ ใครคือผู้บงการ มีพรรคการเมืองและนักการเมืองคนใดบ้างที่เกี่ยวข้อง ทั้งนอกและในประเทศ

แม้มีการกราบพระบาท ก็ยังไม่จบ ดั่งที่หลายคนเกิดความเข้าใจผิด เมื่อประชาชนได้เห็นเชิงประจักษ์ ได้เห็นเจตนาชัดเจนแล้วทั้งเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นประชาธิปไตย ทั้งที่ประเทศไทยปกครองในระบอบราชาธิปไตยตลอด 88 ปี มิใช่ ระบอบประชาธิปไตย ทั้งยังเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเข้าข่ายก่อการกบฎในราชอาณาจักร

การประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉินนั้น ได้ดำเนินตามพื้นฐานของพรก.ฉุกเฉิน เพื่อมิให้เสียเลือดเสียเนื้อของคนไทย ดั่งในอดีต

เฟสแรกในวันที่ 16 ตุลาคม 2563 เวลา 09.09 . เพชรฆาตฤกษ์  จึงควรเรียกบุคคลเข้ารายงานตัว ทั้งพรรคการเมือง นักการเมืองแกนนำ ผู้สนับสนุน ท่อน้ำเลี้ยง สื่อ ผู้ยุยงปลุกปั่น  ที่อยู่ทั้งเบื้องหน้า และเบื้องหลัง เข้ารายงานตัว ต่อ ศูนย์อำนวยการสถานการณ์ฉุกเฉินและสถานการณ์โควิด-19 (ศอฉค.)ทั้งในพระนครและต่างจังหวัด

 

แล้วจึงอบรมทำความเข้าใจ ดั่งเช่นปกติ  ให้กับ แกนนำพรรคการเมือง นักการเมือง ผู้สนับสนุน อย่างเป็นแบบแผนดั่งการฝึกทหารใหม่ ในระยะ 7 วันในการควบคุมตัว โดยให้สื่อมวลชนมาติดตามทำข่าว บุคคลที่หลบหนีก็จะเข้ารายงานตัวเพิ่มเติม

เมื่อมีการพูดคุยกัน ทำความเข้าใจอย่างสันติ สถานการณ์ย่อมดีขึ้น ส่วนผู้ที่หลบหนี หรือยังต่อต้าน ความชอบธรรมจะสามารถใช้อำนาจควบคุมตัวได้ตามกฎหมาย จากนั้นค่อยดำเนินการต่อไป ในเฟสที่สอง(อยู่ที่ พลเอกกิตติ)

เมื่อเฟสแรกได้ดำเนินการเรียบร้อย แค่นี้ม๊อบก็จะค่อยๆสลายไปด้วยตัวของมันเอง  ไม่จำเป็นต้องเอาม๊อบมาชนม๊อบ หรือสลายการชุมนุม  เหมือนอดีตอีกต่อไป

ตรงข้ามกันหากปล่อยสถานการณ์ล่วงเลยยาวนาน ความชอบธรรมจะเปลี่ยน ความรุนแรงทั้งการก่อการร้าย การก่อวินาศกรรม ทั้งในพระนคร และภาคใต้ จะเกิดขึ้นพร้อมๆกันความร้าวลึกระหว่างคนต่างรุ่นก็จะเกิดขึ้น เหมือนในอดีตที่ผ่านมา อันจะกระทบต่อเศรษฐกิจ เสี่ยงการติดโควิด-19 ในกลุ่มใหญ่เหมือนม๊อบในหลายประเทศกำลังเผชิญ ทั้ง สหรัฐ เยอรมันรัสเซีย อินเดีย และเกาหลีใต้ ที่ติดจากผู้ชุมนุม

กระดาษเพียงใบเดียว อำนาจคนๆเดียว ไม่ต้องใช้ตร.-ทหาร นับพันคนให้เสียเวลา เสียกำลัง เสียงบประมาณ ผู้เกี่ยวข้องก็จำยอมต้องมารายงานตัว เพราะเป็นบทบัญญัติอำนาจตามกฎหมาย ใน พรก.ฉุกเฉิน ด้วยความปราถนาดี

ทุกศึกทุกสงครามมิได้เอาชนะด้วยสรรพกำลัง ล้วนแล้วแต่เอาชนะด้วยสติปัญญาทั้งสิ้น

ดร.เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา

15 ตุลาคม 2563