ข่าวประจำวัน » เศรษฐกิจ » #แก้วสรรสุดทน ! ล่าชื่อศิษย์เก่า มธ. หนุนขวางจัดม๊อบใน มธ.

#แก้วสรรสุดทน ! ล่าชื่อศิษย์เก่า มธ. หนุนขวางจัดม๊อบใน มธ.

11 September 2020
164   0

  เมื่อเ​วลา 13.30 น. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะศิษย์เก่ารุ่น 12 แถลงคัดค้านการใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย.นี้

นายแก้วสรร อ่านแถลงการณ์ “ปิด มธ. พอที วีรชน” ซึ่งจะส่งถึงกรรมการสภามหาวิทยาลัย และผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  โดยมีเนื้อหาดังนี้

ด้วยฐานะบรรดาศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ผู้ที่มีรายนามท้ายบันทึกดังกล่าว ได้พร้อมกันเล็งเห็นว่า นักศึกษา “แนวร่วมกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม” ไม่มีทั้งความโปร่งใส ,ความรับผิดชอบ และความสามารถที่จะจัดชุมนุมโดยสงบสมตามที่กล่าวอ้างได้ จึงขอเรียนไปยังผู้ที่รับผิดชอบ ได้โปรดพิจารณามีคำสั่งปฏิเสธ คำขอใช้พื้นที่ชุมนุมในมหาวิทยาลัยของนักศึกษากลุ่มนี้ด้วย ตามเหตุผลดังนี้

1.เป้าประสงค์  กลุ่มนักศึกษาผู้ขอจัดการชุมนุม แถลงยืนยันไว้ชัดเจนว่า จะเปิดชุมนุมนักศึกษาและประชาชน 1 วัน 1 คืน จากนั้นจะเดินขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาลตัวเลขโดยประมาณอยู่ที่ 40,000 คนขึ้นไป เพื่อ “ต่อสู้สร้างแผลให้เผด็จการอย่างไม่รู้ลืม” และสัญญาว่า “พี่น้องจะไม่กลับมือเปล่าอย่างแน่นอน”

2.สงบแต่ปาก : ขบวนที่จะมารวมและยกไปทำเนียบนี้ กลุ่มศิษย์เก่ากลุ่มนี้เห็นว่ามีคุณภาพเป็นมวลชนแห่งความจงเกลียดจงชัง ที่ผ่านการปลุกปั่นมายาวนานในโลกไซเบอร์ซึ่งเมื่อออกจากทวิตเตอร์มารวมตัวกันจริงๆบนท้องถนนแล้ว ก็ยิ่งจะก้าวร้าวราวกับเร้ดการ์ดจนยากที่จะเชื่อหรือหวังในความสงบและการเจรจากันเช่นวิถีทางประชาธิปไตยได้

3.สุ่มเสี่ยงสูงสุด : สำหรับความสามารถและความรับผิดชอบนั้น ก็มองไม่เห็นเลยว่านักศึกษากลุ่มนี้จะมีความสมารถในการนำ ควบคุม จัดการ คุ้มครอง ผู้ชุมนุมได้อย่างไร เห็นมีแต่ความสามารถทางวาทกรรมเท่านั้น

คำกล่าวที่ว่าจะชุมนุมโดยสงบจึงเป็นเรื่องเกินศักยภาพทั้งสิ้น ยิ่งวางแผนว่าจะเทม็อบ 40,000 คนใส่ทำเนียบรัฐบาลด้วยแล้ว ก็ยิ่งน่าห่วงว่า จะได้เห็นร่างวีรชนต้องจากไปอีกหลายคนเหมือนคราวที่เทม็อบพฤษภาทมิฬอีก

4.ไว้วางใจไม่ได้ : ท้ายที่สุดกลุ่มศิษย์เก่าเห็นว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่นักศึกษากลุ่มนี้จะมีการนำและการจัดการโดยอิสระลำพังกลุ่มตนเองได้ แทนที่นักศึกษาและคนพวกนี้จะกล้าประกาศรวมตัวให้ปรากฏเป็น  “แนวร่วมต่อต้านเผด็จการ”  ที่โปร่งใสชัดเจน ชัดทั้งการนำและอิสระทางการเมืองตลอดจนที่มาของค่าใช้จ่ายและจุดแห่งชัยชนะที่ต้องการ พวกเขากลับดันให้เด็กนักศึกษาของเราไม่กี่คนมาออกหน้า ความลับๆล่อๆเช่นนี้ เป็นไปแล้วและเป็นไปได้ก็ด้วยเหตุที่กฎหมายชุมนุมสาธารณะได้ยกเว้นไว้ ไม่ให้นำมาตรการตรวจสอบมาใช้กับกาชุมนุมในสถานศึกษาจนเปิดช่องให้มีการวางแผนเลี่ยงกฎหมาย โดยขอจัดชุมนุมในมหาวิทยาลัยส้องสุมกำลังก่อน แล้วยกขบวนออกไปอาละวาดนอกมหาวิทยาลัยต่อไป

5.ธรรมศาสตร์มีส่วนร่วมด้วยไม่ได้ : ด้วยเหตุผลที่กล่าวมา ศิษย์เก่าท้ายบันทึกดังกล่าวจึงเห็นว่าคำขอจัดชุมนุมครั้งนี้ไม่สุจริต ไม่โปร่งใส ไม่มีความสามารถและความรับผิดชอบที่ต่ำกว่ามาตรฐานประชาธิปไตย จนไม่อาจรับรองให้ชุมนุมโดยอิสระในสถานศึกษาได้

นายแก้วสรร กล่าวว่า หลังจากนี้จะมีกระบวนการลงชื่อท้ายหนังสือดังกล่าว ซึ่งจะใช้เวลาร่วมลงชื่อ จนถึงวันอังคารที่ 15 ก.ย.นี้ เวลา 16.00น. ก่อนที่จะนำไปยื่นต่อผู้บริหารมหาวิทยาลัย  พร้อมยืนยันคณะที่ออกมาคัดค้าน มาในนามศิษย์เก่ากลุ่มหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่ในนามธรรมศาสตร์ทั้งหมด

“สิ่งที่ตนไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษา ไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วยกับการใช้สิทธิเสรีภาพ แต่เป็นสิทธิการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ในฐานะที่เป็นศิษย์เก่าไม่เห็นด้วยที่จะใช้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นฐานทัพในการละเมิดรัฐธรรมนูญ”

ด้าน น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง แถลงยืนยันจะจัดชุมนุมใหญ่ 19 ก.ย.นี้ว่าเพื่อทวงอำนาจคืนราษฎร หลังจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกเอกสารไม่อนุญาตให้ใช้สถานที่ โดยอ้างไม่เป็นไปเงื่อนไข แต่ขอยืนยันว่าทางกลุ่มได้ดำเนินการตามขั้นตอน มีอาจารย์ที่ปรึกษาเซ็นรับรองถูกต้อง การที่มหาวิทยาลัยไม่อนุญาตให้ใช้จะเป็นการจงใจผลักนักศึกษาออกไปชุมนุมเผชิญอันตรายข้างนอก ทั้งที่พื้นที่มหาวิทยาลัยควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนักศึกษา เพราะธรรมศาสตร์บอกว่าทุกตารางนิ้วในมหาวิทยาลัยมีเสรีภาพ และมีประวัติศาสตร์การต่อสู้ประชาธิปไตยอย่างยาวนาน  ซึ่งเป็นที่น่าผิดหวัง เพราะครั้งแรกที่ก้าวเข้ามา ตั้งแต่การปฐมนิเทศพูดถึงจิตวิญญาณทำให้นักศึกษาซึมซับของรุ่นพี่ตั้งแต่เหตุการณ์เดือนตุลา  ซึ่งแปลกใจที่มหาวิทยาลัยอ้างเหตุผลที่ไม่สอดคล้อง

พร้อมกันนี้ขอเรียกร้อง อธิการบดีฯ และอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทุกคนให้แสดงจุดยืนในการต่อสู้เรียกร้องยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย เหมือนนักต่อสู้ของธรรมศาสตร์รุ่นก่อน ที่ต่อสู้เรียกร้อง เสียสละ จนธรรมศาสตร์เป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพ เป็นที่พึ่งของประชาชน ไม่ใช่มารับใช้เผด็จการ และระบบทุนนิยม

น.ส.ปนัสยา กล่าวว่า ตนขอเรียกร้องให้ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นางเกศินี วิฑูรชาติ อย่าสันหลังหวะ หวังว่าจะไม่ลืมจิตวิญญาณของธรรมศาสตร์ไป และคาดหวังว่าธรรมศาสตร์จะไม่ใช่ดีแค่กินบุญเก่าที่คนอื่นได้ทำมา ยืนยันว่าจะเดินหน้าชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และจะไม่เปลี่ยนหรือย้ายสถานที่ หากล็อกประตูก็จะตัดโซ่เข้ามา พร้อมจะพูดถึงการปฏิรูปสถาบัน ที่หลายคนมีความกังวล จะถูกพูดถึงในการชุมนุมแน่นอน ไม่เปลี่ยนแปลง

น.ส.ปนัสยา ยังกล่าวว่าทางกลุ่มพร้อมเจรจา 3 ฝ่าย ร่วมกับ มหาวิทยาลัย และตำรวจ แต่ไม่ใช่มาลิดรอน หรือตัดสิทธิ์กันแบบนี้ ส่วนเรื่องความปลอดภัย ยอมรับว่าหลายคนมีความเป็นห่วง แต่กลุ่มก็จะจัดการ์ดคอยดูแล ควบคู่กับตำรวจ  เพราะห่วงอาจมีผู้ไม่หวังมาดีเข้ามาสร้างสถานการณ์

อย่างไรก็ตามส่วนตัว เป็นห่วงจะมีการไล่เช็คบิลตามหมายจับที่เคยถูกดำเนินคคีแกนนำก่อนถึงวันชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย. แต่ไม่ว่าตนเอง หรือ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน จะถูกจับ แต่กิจกรรมทุกอย่างจะเดินหน้าต่อไป เพราะได้เตรียมการไว้หมดแล้ว

โดยภายหลังจากการแถลงข่าวเสร็จสิ้น น.ส.ปนัสยา ได้นำพวงหรีดที่มีดอกไม้สีแดงเหลือง ซึ่งเป็นสีสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมขอความ อาลัยจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ ไปวางไว้หน้าอนุสาวรีย์ปรีดี พนมยงค์  พร้อมกล่าวด้วยว่า “จะเป็นเด็กดื้อต่อไป ไม่ฟังคำสั่งอธิการบดีคนปัจจุบัน และฝันว่า พ่อปรีดีและทนายอานนท์ มาบอกให้ใช้ธรรมศาสตร์จัดชุมนุม 19 ก.ย.นี้ได้