ข่าวประจำวัน » ข่าวเด่น » #ฟันธงประยุทธ์ล่ม ! จตุพรยันไปไม่รอด ให้รอดูหลัง 19 กันยานี้

#ฟันธงประยุทธ์ล่ม ! จตุพรยันไปไม่รอด ให้รอดูหลัง 19 กันยานี้

4 September 2020
216   0

   เมื่อวันที่ 4 ก.ย.63 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โพสต์ในเฟชบุ๊ก peace talk โดยเชื่อว่า ปัญหาได้ถาโถมบีบรัดรัฐบาลทุกทิศทาง จึงทำให้อยู่ในสภาพ “ไปไม่รอด” แต่ปลายทางจบลงเช่นใดนั้น ต้องรอการตัดสินใจหลัง 19 ก.ย. จะมีความชัดเจนอีกครั้ง

นายจตุพร กล่าวว่า ส่วนการบอกว่าอย่างไร (รัฐบาล) ก็ไปไม่รอดนั้น เนื่องจากนายปรีดี ดาวฉาย ลาออก รมว.คลัง แต่สภาพวันนี้รัฐบาลเหมือนถูกดาวมฤตยูพุ่งชน ต้องเจอปัญหาประเดประดังมามากมาย ลากพาให้รัฐบาลอยู่ในสถานการณ์ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ และส่อหนีไม่พ้นจะถูกรัฐประหาร

“เดิมที ผมไม่เห็นด้วยการการยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน แต่สถานการณ์ยิ่งเปราะบางข้างหน้านั้นทำให้มีทางเลือกน้อยมาก โดยเฉพาะการไร้ รมว.คลัง แม้มีการเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ (จันทร์โอชา) ควบ ซึ่งนั่นเป็นทุกขลาภ เพราะไม่เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ”

นายจตุพร ย้ำว่า จุดชี้ขาดสถานการณ์ไปไม่รอดนั้น ยังอยู่ที่การนัดชุมนุมที่ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ ในวันที่ 19 ก.ย.นี้ คาดจะมีคนเข้าชุมนุมจำนวนมาก อีกอย่างคนจะลงมือยึดอำนาจก็รอเวลา รอเงื่อนไขกระทำการเช่นกัน

นอกจากนี้ตนยังเชื่อการยึดอำนาจครั้งนี้จะไม่มีการลงพระปรมาภิไธยรับรอง เพราะหัวหน้ายึดอำนาจเป็นองค์รัฎฐาธิปัตย์ มีอำนาจเท่าประมุข หรือเป็นรัฎฐาธิปัตย์ซ้อนรัฎฐาธิปัตย์ ดังนั้นการรับรองหรือไม่รับรอง ย่อมมีผลเท่ากัน

ส่วนการเสนอให้ยุบสภานั้น มีบางคนท้วงติงว่า ยังไม่ได้ปิดสวิตซ์ ส.ว. แต่ตนเชื่อว่า ไม่ได้ปิดสวิตซ์ก็ไม่มีความหมายใด ถ้าฝ่ายการเมืองสามารถรวมเสียงได้เกินครึ่ง คือ 251 เสียง แล้วปล่อยให้ ส.ว.ไปร่วมมือกับเสียงข้างน้อยโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งสภาพการณ์เช่นนั้นจะนำพาไปเจอวิกฤตครั้งใหม่อีกรอบหนึ่ง แล้วใครจะทนได้กว่ากัน

“วันนี้ ถ้าเราไม่คิดจะกลัวแล้ว ไม่มีอะไรน่ากลัวเลย แม้ ส.ว.มีสิทธิโหวตเลือกนายกฯ แต่ไม่มีประโยชน์และจะเป็นทุกขลาภสะท้อนให้เห็นการสืบทอดอำนาจ อีกทั้งถ้ารัฐบาลไม่มีเสียงเกินครึ่งสภาผู้แทนก็ไปไม่รอดแล้ว”

นายจตุพร ย้ำว่า ปัญหาขณะนี้มีอยู่สิ่งเดียวคือ มีพวกหนึ่งต้องการยึดสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้ปกป้องตัวเองและเพื่อทำลายคนอื่น ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งเมื่อเรียกร้องให้สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เหนือการเมือง ก็ไม่ควรดึงลงมาเกี่ยวข้องกับการเมือง ถ้าสองพวกเอาชาติบ้านเมืองให้เป็นประชาธิปไตยแล้ว คงจะมีการตัดสินใจต่อสู้ได้ง่ายกว่าที่เป็นอยู่ขณะนี้มาก

ด้วยปัญหามากมายนั้น สามารถสะท้อนได้ถึงความแตกแยกของประชาชนเป็นสองส่วน และพอเป็นเหตุผลในการยึดอำนาจได้ อย่างไรก็ตาม จุดยืน นปช. ยืนหยัดอย่างแข็งแรงมาตลอดนั้นคือ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ตนขอยืนยันอีกครั้งว่า เห็นด้วยกับ 3 ข้อเรียกร้อง 2 จุดยืน และ 1 ความฝันของนักศึกษามาตลอด และเชื่อว่าแนวทางเช่นนี้จะได้รับการยอมรับจากประชาชนเต็มที่ จนทำให้การต่อสู้ง่ายขึ้น และคาดว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นโดยฉับพลัน

“สถานการณ์ในขณะนี้ อาจไม่รุนแรงเหมือน 6 ตุลา เมื่อไม่มีป่าให้เข้า ไม่มีพรรคคอมมิวนิสต์ให้ร่วมอยู่ แต่โรคแทรกที่น่ากลัวที่สุดคือ มหาอำนาจต่างๆ ซึ่งประมาทกันไม่ได้ เพราะเรามีทรัพยากรสมบูรณ์ กว่าหลายประเทศเสียอีก ดังนั้น ต้องคิดให้ละเอียดและรอบคอบ อีกทั้งคนผ่านมา 2 เหตุการณ์ ตายร่วม 200 ชีวิตอย่างผมนั้น จะไม่คิดอะไรเลยไม่ได้ ส่วนเรื่องความขลาดกลัวไม่มี เพราะวันนี้การต่อสู้ต้องใช้สมอง”

ขอขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊ก peace ta