เรื่องฮอต ประเด็นฮิต » #ขยับหมากในกระดาน ! ดร.เทอดศักดิ์ หนุนขยับหมากต่อไป

#ขยับหมากในกระดาน ! ดร.เทอดศักดิ์ หนุนขยับหมากต่อไป

28 June 2020
232   0

ดร.เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์ การเมือง การปกครอง ได้โพสข้อความระบุว่า ขยับหมากในกระดาน

การดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนตามลำดับ ได้อย่างยอดเยี่ยม จนเป็นอันดับหนึ่งของโลก ทั้งการแก้ไขปัญหาโควิด และการปฏิรูปการเมืองที่ เริ่มต้นที่พลังประชารัฐ ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในอย่างเป็นระบบ เอาพรรคคืนมา เตรียมพร้อมที่จะปรับ ครม.

แนววิศัยทัศน์ของพรรค หรือทางการทหารเรียกว่ายุทธศาสตร์พรรคนั้น ควรดำเนินการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงสัญลักษณ์ สีที่ใช้ควรเป็นสีที่ชัดเจน เช่น สีน้ำเงิน (หมายถึงพระมหากษัตริย์) ตามหลักสีของธงชาติ โดยเริ่มต้นที่สัญลักษณ์ทางการเมือง ต้องชัดเจน เข้าถึงง่าย แก้ไขให้ทันสมัย หลุดออกจาก สี่เหลี่ยม หรือ วงกลมในรูปแบบเดิมๆ ให้ทันต่อยุคสมัยของการเปลี่ยนแปลง

การวางวิสัยทัศน์นั้น ศึกแรกที่กรรมการบริหารชุดใหม่ ต้องออกแถลงการณ์ เป็นคลิปให้ชัดเจนถึงแนวทาง วิสัยทัศน์ของพรรค ที่มีต่อประชาชน และจะทำให้ประชาชน เช่น การฟื้นฟู เยียวยา ให้ตรงตามแผนที่รัฐบาลดำเนินการไป เช่น เยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบโควิดที่คงค้างให้ครบทุกคน ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ด้วยการสร้างงาน จัดงบประมาณ ให้ใช้แรงงาน ขุดลอก ห้วย หนองคลองบึง รับน้ำท่วม และน้ำแล้ง

ฟิ้นฟูเศรษฐกิจด้วยการ จ้างแรงงานที่ตกงาน ให้กลับไปทำงานยังถิ่นกำเหนิด และสร้างอาชีพด้วยการพัฒนาสินค้า ให้มีมูลค่าเพิ่ม เป็นต้น อันเป็นหลักเศรษฐกิจพอเพียงในภาคปฏิบัติการ โดยยึดแนวทางการดำเนินการของรัฐบาลเป็นสำคัญ

วาทกรรมที่ใช้ หลังการปฏิรูปพรรคขึ้นมาใหม่ ควรใช้วาทกรรม “ พูดจริง ทำจริง ไม่ทิ้งประชาชน “ ที่จะสื่อความหมายได้ตรงตัว เป็นวาทกรรมคู่ของพรรคไปตลอดไป ติดหูง่าย สะดวกต่อการสร้างภาพลักษณ์  และศึกแรกที่คณะผู้บริหารใหม่ต้องดำเนินการคือ ประกาศส่งผู้สมัครเลือกตั้งท้องถิ่นในทุกพื้นที่ ให้ครบตามจำนวน โดยเริ่มต้นจากกรุงเทพฯ ก่อน เพื่อสร้างฐานปิรามิด โดยให้หัวหน้าพรรคทำคลิป ออกแถลงให้ชัดเจน หลุดออกจากภาพลักษณ์เดิมๆ

ขณะเดียวกันงบประมาณ 4 แสนล้าน ก็ต้องเร่งลงสร้างงานในการสร้างงาน จะต้องเร่งลงในพื้นที่ ไปพร้อมๆกันไป ส่วน พรรครวมพลังประชาชาติไทย ก็จะต้องเกิดการปฏิรูปภายในพรรค เชิญ ดร.อาทิตย์ มาเป็นหัวหน้าพรรค เพื่อให้เกิดการปฎิรูปพรรคการเมือง ดึงสส.จากพรรคอื่นเข้าร่วมพรรค สร้างความเชื่อมั่นให้รัฐบาลอีกทางหนึ่ง ควรแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม

ภาระกิจของผู้นำประเทศ ในระยะ 3 เดือน ควรเดินสายพบประชาชน แกนนำชุมชน สมาคม ชมรม ห้างร้าน มูลนิธิ สภาสตรี พบผู้นำทางความคิด   ฯลฯ จะนัดพบเพียงครั้งเดียวหรือ หลายครั้งก็ตามสะดวก เพื่อแก้ไข รับฟังปัญหา แก้ไขข้อบกพร่อง โดยเริ่มต้นในพระนครเป็นสำคัญ เมื่อพร้อม ก็ประกาศเลือกตั้งในพระนคร

แล้วเดินสายในต่างจังหวัด ตามหัวเมืองต่างๆ พบปะในลักษณะเดียวกัน เพื่อสร้างความร่วมมือ แล้วจึงประกาศ เลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด เฉพาะหัวเมือง ตามมาด้วยระดับจังหวัด เทศบาลนคร เขตปกครองพิเศษ เทศบาลอำเภอ ตำบล ตามลำดับ โดยทะยอยเลือกตั้ง ไม่จำเป็นต้องเลือกพร้อมกันเหมือนในอดีต

ออกคำสั่งให้ตำรวจ ทหาร ข้าราชการพลเรือน สนับสนุนคณะกรรมการเลือกตั้ง ตั้งกองอำนวยการปราบปรามการทุจริตเลือกตั้ง เป็นศูนย์ปฏิบัติการร่วม สามารถสั่งการได้ทันที ไม่ต้องรอการร้องขอ ให้ผู้บริหารเขตเลือกตั้งที่มีการเลือกตั้งพ้นจากตำแหน่ง ให้ปลัด กรุงเทพ ปลัดจังหวัด เทศบาล รักษาการแทนผู้บริหาร

ในช่วงเลือกตั้ง ให้กำลังผสม จัดตั้งด่านตรวจอาชญากรรม ตรวจสอบเส้นทางการเงิน มิให้เกิดการทุจริตเลือกตั้ง และเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด ให้จัดเลือกตั้งในวันปกติ ไม่ต้องจัดในวันหยุด เพื่อป้องกันการชุมนุมชน การขนคน แพร่ระบาดของไวรัส

กรอบเวลาในการดำเนินการจะใช้เวลา 3 เดือน เริ่มต้นจาก กรกฎาคม สิงหาคม และกันยายน ต้องแล้วเสร็จ ซึ่งจะทำให้เงินเกิดการสะพรัดทั้งเงินจำนวนมหาศาล จากคณะกรรมการเลือกตั้ง และนักการเมืองในท้องถิ่น จะแห่เอาเงินที่เก็บไว้ มาใช้จ่าย นับหมื่นล้านบาท หลังงบประมาณเยียวยา 15000 บาทสิ้นสุดลง ในเดือนมิถุนายน 2563

หัวใจสำคัญของหมากในกระดานนี้คือ ทำให้เกิดการฟื้นฟูเศรษฐกิจ กระตุ้นการใช้เงิน กระชับอำนาจ ตามระบบการเมือง ที่จะต้องแบ่งโควต้าให้พรรคร่วม ในการส่งคนลงสมัคร มิให้เกิดขัดแย้งกันเอง และต้องสนับสนุนซึ่งกันและกัน อันเป็นการกระชับมิตรในระยะยาว

สิ่งเหล่านี้คือยุทธการไวรัสพินาศ ประชาชนพ้นภัย ที่มีระยะสั้น ป้องปราม เยียวยา ฟื้นฟู  ระยะกลาง เก็บเกี่ยว ปฏิรูป พัฒนาเศรษฐกิจ ที่จะต้องทำเป็นขั้นเป็นตอน จะสามารถแก้ไขได้ทั้ง การแพร่ระบาดของไวรัส สังคม เศรษฐกิจ และการเมือง การต่างประเทศ ในที่สุดนั่นเอง…

“ การเมืองการปกครองนั้น ต้องมองให้ลึกไปกว่าตาเนื้อ จึงจะเข้าใจอย่างลึกซึ้ง “

ดร.เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา

28 มิถุนายน 2563