ข่าวประจำวัน » #รุมบีบปรับครม! วัดกำลังภายใน ‘บิ๊กตู่’

#รุมบีบปรับครม! วัดกำลังภายใน ‘บิ๊กตู่’

3 June 2020
561   0

เวลานี้ไม่ได้มีแค่ศึกในพปชร. แม้แต่พรรคร่วมรัฐบาลก็รอรุมสกรัม ‘บิ๊กตู่’ เช่นกัน

ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แค่ “รอยร้าว” ธรรมดา แต่ลามเป็น “รอยแตก” รอยใหญ่ภายใน “พรรคพลังประชารัฐ” หลังมีการเปิดเกมรุกเขี่ย “อุตตม สาวนายน” หัวหน้า และ “สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” เลขาพรรคให้พ้นเก้าอี้ เพื่อเคลียร์ทางให้ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานยุทธศาสตร์พรรค ขึ้นแท่นสู่การเป็น “นายใหญ่”คนใหม่ทั้งทางพฤตินัยและนิตินัย

การเข้ามาของ “บิ๊กบราเธอร์” ในการคุมอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จในครั้งนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า มีการมองข้ามซ็อตไปถึงการปรับครม.ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ พร้อมคำถามว่า อำนาจการตัดสินใจทั้งหมดจะยังคงอยู่ที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างเบ็ดเสร็จหรือไม่

โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจซึ่งมี“4กุมาร” กุมบังเหียน ทั้งรองนายกฯและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” ,เก้าอี้รมว.คลังของอุตตม รวมถึงเก้าอี้รมว.พลังงานของสนธิรัตน์ ซึ่งรอบที่แล้วเป็นที่หมายปองและมีการช่วงชิงกันระกว่าง“กลุ่มสามมิตร” และ“กลุ่มกทม.”

นอกจากนี้ยังมีในส่วนของบรรดาผู้ที่พลาดหวังจากครั้งที่แล้ว โดยเฉพาะ “2ฮ.”ทั้ง เสี่ยแฮงค์ อนุชา นาคาศัย และเสี่ยเฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น ที่มี“สัญญาใจ” จากทาง“บิ๊กรัฐบาล” ที่จะได้รับพิจารณาในครั้งนี้

แม้ตัว “บิ๊กตู่” จะย้ำอยู่เสมอว่า เรื่องพปชร.ขอให้เป็นเรื่องภายในพรรค ส่วนการปรับครม.เป็นอำนาจที่ตนเองจะตัดสินใจ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ตัวเลขส.ส.ที่แต่ละก๊วนมีอยู่ในมือย่อมมีผลต่อการต่อรองโควตารัฐมนตรี

นอกเหนือจากศึกเลื่อยขาภายในพปชร.แล้ว สิ่งที่ “บิ๊กตู่” กำลังเผชิญ หนีไม่พ้นแรงกระเพื่อมจากพรรคร่วมรัฐบาลที่ ณ เวลานี้ขนสารพัดกระบวนท่ามากดดันกันอย่างดุเดือด

จากสมการการเมืองที่เปลี่ยนไป ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การสร้างแรงต่อรองย่อมมีสูงไม่แพ้กัน
หากใช้สูตรเดิมคือส.ส.7คนต่อ 1โควตารัฐมนตรีในส่วนของ“ภูมิใจไทย” มีส.ส.ในมือ 61ที่นั่ง ขยับขึ้นเป็นอันดับ2แซงหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่เวลานี้มีส.ส.52ที่นั่งจะได้โควตา8ที่นั่งจากเดิม7ที่นั่ง และอาจทำให้ประชาธิปัตย์ต้องถูกหั่น 1ที่นั่ง

ฟาก“พรรคเล็ก”อย่าง“ชาติพัฒนา” แม้เวลานี้มีส.ส.เพิ่มเป็น4 คน แต่หากใช้สมการเดียวกับคราวที่แล้วคือจับมือ รวมพลังประชาชาติไทย”มีส.ส.5คน เสียงส.ส.ที่มีอยู่ในมือก็ยังแค่9เสียง ได้โควตารัฐมนตรีก็จะได้เพียง1ที่นั่ง(จากเดิม2ที่นั่ง)

เว้นเสียแต่ว่าเว้นเสียแต่ว่า บิ๊กเนมของทั้ง2พรรค โดยเฉพาะ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” แกนนำคนสำคัญ จะใช้สายสัมพันธ์ต่อถึง “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ในการเปิดดีลเพื่อรักษาโควตารมว.ไว้

ไม่เช่นนั้นทั้งสองพรรคนี้อาจต้องเสีย 1 โควตาให้กับพรรคเล็กทั้ง “พลังท้องถิ่นไท” ของ“เสี่ยชัช เตาปูน”ที่ล่าสุดกวาดส.ส.อนาคตใหม่ได้เพิ่ม 2 เสียงรวมเป็น5เสียงและ5เสียงจากพรรคเศรษฐกิจที่เข้ามาเติมเสียงให้รัฐบาลจนพ้นระยะอันตรายไปได้

แรงกระเพื่อมที่เกิดขึ้นทั้งภายในพปชร.และขั้วรัฐบาลในขณะนี้เป็นการตอกย้ำว่า การปรับครม.น่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ บางกระแสถึงขั้นฟันธงว่าจะมีขึ้นในเดือนก.ค.ซึ่งเป็นช่วงการคลายล็อคสถานการณ์โควิด

เมื่อถึงเวลานั้นจะเข้าสู่โหมดการเมืองอย่างเต็มสูบ เกมต่อรองทั้งจากพปชร.และพรรคร่วมก็จะมีสูง ถือเป็นการวัดใจ“บิ๊กตู่” ว่าจะสามารถรวบอำนาจในการจัดสรรเก้าอี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จตามกล่าวไว้ได้หรือไม่