ข่าวประจำวัน » #เยียวยาทุกชนชั้น ! ดร.เทอดศักดิ์ แนะ ทุกคนเกิดมาก็เสียภาษี

#เยียวยาทุกชนชั้น ! ดร.เทอดศักดิ์ แนะ ทุกคนเกิดมาก็เสียภาษี

26 March 2020
758   0

เยียวทุกชนชั้น

ตอนโควิด ยังไม่เข้ามาประเทศไทย เคยเตือนว่ามันจะระบาดหนัก โดยย้ำวันที่เวลาในการจะเกิดเหตุการณ์หลัง 22 กพ. 9 และ 15 มีค. ตามลำดับ และไทยต้องรีบดำเนินการ มิฉะนั้นจะเป็นเหมือนในสถานการณ์ปัจจุบัน

สิ่งที่ได้รับผลสะท้อนกลับมา คือ “ มันคือไข้หวัดธรรมดา อย่าไปตื่นตระหนก “ สุดท้ายก็เป็นเช่นนี้ (ประกาศเคอร์ฟิวส์บางจังหวัด) แม้ยกเลิกวันหยุดสงกรานต์ ประกาศพรก.ฉุกเฉิน คนก็แห่แตกตื่นกลับบ้าน เกิดการโกลาหล เพราะวางหลักการใช้อำนาจผิด จากบุรีรัมย์ อุทัยธานี แล้วลามเป็นปิดห้างในกทม. จนจำเป็นต้องประกาศสภาวะฉุกเฉิน ประกาศเคอร์ฟิวส์ในบางจังหวัด

ยุทธการ “ไวรัสพินาศ ประชาชนพ้นภัย” ได้แบ่งภาคยุทธวิธีเป็น 5 ระดับ ประกอบด้วย

1.ปัจจัยภายนอก การเข้าออกของคนไทยและต่างชาติจะต้องมีวีซ่า ใบรับรองแพทย์ ประกันตน ก่อนจะเดินทางเข้ามายังไทย ปัจจุบันจีน และหลายประเทศ ได้นำหลักนี้ไปใช้

2.ปัยจัยภายใน ระงับป้องกัน เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากคำสั่งของรัฐ จากการสั่งปิด อาคารสถานที่ หยุดการทำงาน ด้วยการจ่ายเงินประกันสังคม ทดแทน เงินเดือน 50%เป็นเวลา 180 วัน จ่ายค่ามิเตอร์ไฟฟ้าคืน 3000 บาท ให้ธนาคารแห่งประเทศไทย สั่งให้ธนาคารเอกชนยืดกการผ่อนชำระ เอกชน และบุคคล ทั้งรายเล็ก รายใหญ่ เฉพาะบ้าน ยานพาหนะ

3.จ่ายเงินเยียวยาแก่ประชนชน ผู้มีอาชีพอิสระ ที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งของรัฐ รายละ 5000 บาทเป็นเวลา 3 เดือน 15000 บาท เริ่มลงทะเบียน 28 มีนาคม 2563

4.ประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคง หรือ พรก.ฉุกเฉิน และออกคำสั่งให้ประชาชน จะต้องอยู่แต่ในบ้าน โดยประกาศใช้ทั้งประเทศ แต่ประกาศเคอร์ฟิวส์เฉพาะจังหวัดที่เกิดโรคระบาดจำนวนมาก ประชาชนในจังหวัดไม่ให้ความร่วมมือ

5.ประกาศ……..ใจเย็นๆ

มาตรการดังกล่าวได้ดำเนินการมาอย่างถูกต้องแล้ว เหลือเพียงการปรับใช้อำนาจ ตามพรก.ฉุกเฉิน ที่สมควรเป็นอย่างยิ่ง ที่จะให้ครม.ทั้ง 36 คน ต้องมีส่วนช่วยเหลือในการบริหาร ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้วยการตั้งให้เป็นคณะกรรมการบริหาร เพื่อมิให้เกิดความแตกแยก และระส่ำระสาย ง่ายต่อการสั่งการในองค์การ และองค์กร

ตาม ข้อ 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย ควรขอความร่วมมือไปยังธนาคารต่างๆ เพื่อผ่อนผัน เพิ่มเติมเยียวยา ประชาชนรายบุคคล ให้สามารถผ่อนผันการชำระหนี้ จากเงินกู้รายใหญ่ และย่อย sme บัตรเครดิต ฯลฯ นอกเหนือจาก บ้าน และยานพาหนะ ที่ได้ผ่อนผันไปแล้ว

ส่วน ข้อ 3 ควรเพิ่มมาตรการ การเยียวยา แก่ รากหญ้า ผู้ที่มิได้รับผลกระทบตามคำสั่งของรัฐโดยตรง เช่น ผู้ได้รับผลกระทบ จ่ายเดือนละ 5000 บาท ผู้มิได้รับผลกระทบโดยตรง จ่ายเดือนละ 5000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน ให้ทัดเทียมกัน ในเฟสแรก อันจะส่งผลทำให้ เกษตรกร พนักงาน ร้านค้า แม่บ้าน เด็ก ผู้ถือบัตรคนจน คนชรา ฯลฯ จะได้รับผลตอบแทนอย่างทั่วถึงกัน

เพราะแม้จะมิได้เป็นผู้รับผลกระทบโดยตรง แต่จากสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ตกต่ำอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน หนักยิ่งกว่าช่วงเศรษฐกิจปี 2540 (ฟองสบู่แตก) GDP ธนาคารแห่งประเทศไทย ชี้จะติดลบถึง 5.3

ตามกฎหมายแล้วประชาชนทุกคนจะต้องเสียภาษี ตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงคนชรา ที่รายได้จากภาษีที่รัฐบาลนำไปบริหารประเทศ ส่วนใหญ่ของประเทศมาจากภาษีทางอ้อม vat 7% ถึงร้อยละ 70 ส่วนอีก 30 % มาจากบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล ในยามวิกฤติประชาชนควรได้รับสิทธิการช่วยเหลือ โดยทัดเทียมกัน

หากเงินไม่เพียงพอให้ออกคำสั่งโยกงบประมาณการพัฒนาจาก ทุกระทรวง ทบวง กรม นำมาแจกจ่ายประชาชนในยามวิกฤติ ส่วนงบที่ต้องจ่ายผูกพัน เช่น จัดซื้อเรือ ดำน้ำ รถถัง อาวุธ หรือเงินกู้ยืมจากญี่ปุ่น ฯลฯ ขอเจรจาเลื่อนการชำระ หรือ พัก เป็นการชั่วคราวไปก่อน โดยใช้อำนาจของ ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (Centre for Resolution of Emergency Situation) หรือเรียกโดยย่อว่า ศอฉ. ( CRES) เป็นหน่วยงานพิเศษของรัฐที่จัดตั้งขึ้นดำเนินการได้

สถานการณ์ปัจจุบันไวรัสจะยกระดับการแพร่ระบาด จนกว่าประชนชนจะหยุด การเคลื่อนไหว จึงเหมาะสมจะใช้อำนาจการประกาศเคอร์ฟิวส์ในระดับจังหวัด ให้เข้มงวดตามลำดับ พฤติกรรมของคนในจังหวัด และควรสนับสนุนให้ชุมชนป้องกันตนเอง ในระดับ ตำบล หมู่ บ้าน อำเภอ ด้วยการสั่งการภายใน ให้ปิดในระดับ ชุนชน ตำบล หมู่บ้าน อันจะเป็นการป้องกันตนเอง ตื่นตัวในระดับรากหญ้า

ยกต่อไป 16-25 เมษายน 2563 จึงต้องเตรียมพร้อมให้ดี ภัยธรรมชาติ ภัยการเมือง การบาดเจ็บล้มตายของคนจำนวนมาก คนที่มีชื่อเสียง จะเกิดขึ้นอีกยก ครานี้หลายวันติดต่อกัน เลยทีเดียว

“ ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ ประชาชนจะยินยอมให้ปกครอง “

ดร.เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา

26 มีนาคม 2563