ข่าวประจำวัน » #ต้องตัดสินใจก่อนหายนะ

#ต้องตัดสินใจก่อนหายนะ

21 August 2019
582   0

ดร.เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนาได้โพสต์เฟสบุ๊คถึงสถานการณ์ของรัฐบาลไว้ดังนี้ว่า

เกมที่ให้ “สิระ” เดิน เพื่อเอาใจนายทุนพรรคที่เป็นเจ้าของโรงแรม ที่ขัดแย้งกับคอนโด ของพลตำรวจเอก ที่ได้ดีสมัยแม้ว และเล่นงานการออกโฉนดในพื้นที่ป่า ออกสมัยรัฐบาลปู ของ ที่ศาลปกครองได้เพิกถอนสิทธิไปแล้ว อยู่ในขั้นรอการพิพากษาศาลปกครองสูงสุด

เดินหมากเกมนี้ เพื่อกลบข่าวถวายสัตย์ หวังสร้างภาพบวกให้พรรค เลียนแบบ สส.มงคลกิตติ์ โพลก็เรียกร้องให้ผู้ใหญ่ในพรรคต้องรับผิดชอบ ภาพลักษณ์ก็เสียทั้ง สส. และพรรค เกมนี้จึงเป็น nagative som game ไม่มีทางเป็น Positive sum gameได้เป็นการเดินการเมืองที่ผิดพลาด ตอนนี้เดินเกมเท สิระ ให้ สส.ภูเก็ต และมนัส ออกมาช่วยปัด อ้างพรรคไม่เกี่ยว กับพรรค ยิ่ง go so big ไปกันใหญ่ ยิ่งไปเร่งเกมส์บีบให้รัฐมนตรีลาออกจาก สส. เอาคนลำดับถัดไปขึ้นมาเป็นแทน เพื่อหวังแก้เสียงปริ่มน้ำ ก็ยิ่งสร้างความบาดหมางภายในพรรค

การไปซื้องูเห่ามาเพิ่มในช่วงเวลานี้ ด้วยการจ่ายรายต้นและรายเดือน อย่างไม่มีเหตุผล ชอบธรรม ยิ่งสร้างภาพลบต่อพรรค และรัฐบาลมากขึ้น ต้องยิ่งทุจริตเพื่อเอาเงินมาจ่ายมากขึ้น เงินที่จะใช้ประชานิยมหายนะ ก็หนีไม่พ้นต้องไปกู้ยืมเพิ่ม หนี้เดิมที่ค้างญี่ปุ่น 5 ปี ก็มีมูลค่ากว่า 2.3 ล้านๆบาท ไม่รวมภาษี

การถวายสัตย์ที่หวังจะทำอีกหน เมื่อได้รับคำตอบมาชัดเจนแล้ว “NO” กระทำซ้ำก็จะกลายเป็นเรื่องตลกร้าย ตราบาปของประเทศ จึงควรต้องพิจารณาให้ดีว่าจะดำเนินการอย่างไร จะกลับไป สรรหาใหม่ก็ได้ แต่สิ่งที่ ครม.ทั้งคณะได้กระทำหลังการถวายสัตย์เป็นโมฆะนั้น ย่อมมีความผิดตามกฎหมาย ดังคำพิพากษาศาลฏีกา ที่เคยมีมาแล้ว ที่สำคัญกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระ จะมีคดีเกิดขึ้นนับสิบคดี

ครม.จึงต้องผิดไปด้วย และมีบทลงโทษ จำคุกไม่เกิน 10 ปี ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบอันขัดต่อคุณสมบัติ การดำรงตำแหน่ง สส. และรัฐมนตรี การเปลี่ยนตัวนายก เป็นอภิสิทธิ์ จึงมีความเป็นไปได้สูง แต่จะต้องโล๊ะครม.ทิ้งทั้งหมด 36 คน แม้ได้มาปัญหาเดิมๆก็จะกลับมา วงจรอุบาทว์ก็จะกลับมา เพราะประเทศมิได้ทำการปฏิรูป มินานก็จะล่ม

เมื่อการสรรหาขั้นแรกไม่สำเร็จ ก็ต้องใช้การสรรหาคนนอก ตามรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ที่จะต้องมีเสียง สส.-สว. ร่วมกัน จะต้องได้คนนอกที่ทุกฝ่ายยอมรับ ที่เป็นพลเรือน จัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ หรือรัฐบาลปฏิรูปประเทศจึงจะเดินต่อไปได้ ความขัดแย้งจึงจะยุติลง เข้าสู่หลักรู้รักสามัคคี แต่ก็ยาก

ทุกอย่างเริ่มเด่นชัดขึ้น ตั้งแต่ 17 สิงหาคม 2562 เป็นต้นมา สภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ การใช้ประชานิยมหายนะ การเกิดวินาศกรรมทั้งในกทม.-ใต้ ที่สำคัญคือการเดินหมากการเมืองผิดพลาด มองเท่าตามองเห็น เลือกตั้งก่อนการปฏิรูป

กดดันจะต้องเอา พรก.เลือกตั้ง ไม่ฟังคำทัดทาน ของผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ถูกล่อเข้าแดนประหาร ล่อ เร่ง ล้ม ติดกับดักทางการเมือง ตามหลักการต่อต้านรัฐประหาร เกมตอนนี้จึงทำได้แค่หนีสภาไปครั้งแล้ว ครั้งเล่า ยิ่งทำยิ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่น ส่งผลกระทบ ต่อนักลงทุน การท่องเที่ยว

 

การประกาศตะแบง ”ไม่ลาออก” จะกระทำโดยเจตนา หรือไม่เจตนา ก็เท่ากับเป็นสัญญาณทางการเมืองเชิงต่อต้าน ขัดขืน ต่อสู้ กับผู้ใหญ่ อันนี้อันตราย

สรุปการเดินการเมืองมาวันนี้ เปรียบเหมือนทาง 2 แพร่ง ที่มีทางเดินคือ เลือกตั้งก่อนปฏิรูป หรือปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง เมื่อเดินมาผิดทาง การเมืองจึงเดินเข้าสู่ตาจน กลายเป็นตัวตลก ลิงแก้แห ที่ยิ่งแก้ก็ยิ่งพันแน่นขึ้นเรื่อยๆ และผลของมันในยกแรกเริ่มเด่นชัดแล้ว โดยจะสำแดงในยกแรก อย่างช้าไม่เกิน ตุลาคม 2562 นี้ อย่างแน่นอน

หากปล่อยเกมจนถึงจุดนั้น “ตายคาเก้าอี้” คงหนีไม่พ้นที่จะต้องไปเร่ร่อนยังต่างประเทศ จึงควรพิจารณาเปิดอ่าน “ผอบ” ที่ยาว 14 หน้าอ่านให้ดีๆอีกครั้ง อาจไม่ต้องกลับไปใช้อำนาจ คสช.เดิม แต่สามารถพลิกใช้อำนาจในปัจจุบันได้ ด้วยการขอพระบรมราชวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญหมวดพระมหากษัตริย์ ปี พ.ศ.2560 ตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข หรือระบอบราชาธิปไตยที่มีต้นแบบจากประเทศอังกฤษ และนำมาใช้ในประเทศไทยมาแล้ว 88 ปี ในการแก้ไขวิกฤติทางการเมืองหลายต่อหลายครั้ง อันเป็นความสวยงามในระบอบราชาธิปไตย ด้วยความปรารถนาดี

“ ถึงเวลาตายวายชีวาวาท ทรัพย์และธาตุก็มิตกไปเมืองผี เกิดเป็นคนจงมุ่งทำแต่ความดี กลายเป็นผีตายไปใครก็ชม “

ดร.เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา
21 สิงหาคม 2562

สำนักข่าววิหคนิวส์