ข่าวประจำวัน » #จากกรุงเทพ !!ถึงราชาสถานอาณาจักรแห่งมหาราชา

#จากกรุงเทพ !!ถึงราชาสถานอาณาจักรแห่งมหาราชา

3 December 2018
100   0

30 กันยายน 2561 ผมและครอบครัวเดินทางถึงเมืองชัยปุระเมืองหลวงของรัฐราชาสถานอินเดีย ราชอาณาจักรอินเดียในยุคโบราณแตกต่างจากราชอาณาจักรของจีน โรมันและออตโตมัน นักปรัชญาชาวเยอรมัน Karl Marx เป็นนักคิดคนแรกที่อธิบายถึงความแตกต่างระหว่างระบบศักดินาของจีนกับอินเดียว่าศักดินาจีนเป็นรัฐรวมศูนย์อำนาจเบ็ดเสร็จแผ่นดินจีนทั้งหมดอยู่ภายใต้อำนาจของฮ่องเต้องค์เดียว แต่ศักดินาอินเดียเป็นการรวมศูนย์อยู่ภายใต้มหาราชาในแต่ละรัฐซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก อินเดียเพิ่งเป็นหนึ่งเดียวเมื่อได้เอกราชจากอังกฤษ (แต่ก็เสียปากีสถานและบังคลาเทศที่แยกออกไปเป็นอีกประเทศหนึ่ง) ปัจจุบันมีมหาราชาที่อินเดียอยู่ราว 560 คนที่ไม่มีอำนาจทางการเมือง แต่ยังมีอำนาจทางเศรษฐกิจอยู่

ราชาสถานอยู่ตอนเหนือของอินเดียเป็นดินแดนที่มีความเจริญรุ่งเรืองตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 (สมัยสุโขทัย) วันนี้เราไปชมพระราชวังสีอำพัน (Amber Fort) ซึ่งอยู่บนเนินเขาสูงและรายล้อมด้วยชุมชนของเขตเมืองเก่า พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2135 ป้อมปราการแห่งนี้เป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมราชปุต (Rajaput) คนไทยเรียก “ราชบุตร” และพระราชวังแห่งนี้ได้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมเมื่อปี พ.ศ. 2546 พระราชวังแห่งนี้สวยงามแบบไม่น่าเชื่อ ภาพที่เห็นผมกับภรรยาถ่ายจากกระจกบนผนังพระราชวังซึ่งแสดงให้เห็นการออกแบบอย่างปราณีตและเป็นนวัตกรรม สิ่งที่น่าสนใจคือบริเวณรอบเมืองเก่ามีอาคารพาณิชย์สวยงามอยู่เป็นจำนวนมากที่เป็นทรัพย์สินของมหาราชาแต่เสียค่าเช่าเพียงเดือนละ 100 รูปี (50 บาท) ตามถนนก็มีแม่ค้าพ่อค้าขายของกันเต็มไปหมดตอนบ่ายเมื่อผมไปชมพระราชวังชาลมาฮาล (jalMahal) หรือพระราชวังลอยน้ำ ที่อยู่ในทะเลสาบที่ถูกเนรมิตขึ้นภายในเวลา 18 เดือนสิ่งที่ผมสนใจมากกว่าพระราชวังคือที่ดินบริเวณนั้นทั้งหมดเป็นของมหาราชาที่อนุญาตให้ประชาชนนำสินค้าแบกะดินมาขายอยู่ทั่วไปหมดเช่นเดียวกับที่พระราชวังสายลม (Hawa Mahal) ที่สวยงามแต่ก็รายล้อมด้วยอาคารและแม่ค้าพ่อค้าที่ขายของบนทางเท้าเต็มไปหมด

ทุกครั้งที่ผมมาอินเดีย (ปีที่แล้วพาครอบครัวมาไหว้สังเวชนียสถาน) ผมพบความยากจนและคนขายของแบกะดินเป็นจำนวนมาก อินเดียไม่ได้มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจรวดเร็วเหมือนจีน แต่ผมก็รักอินเดียเพราะรัฐบาลอินเดียโดยเฉพาะท่านโมดี้นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันและบรรดามหาราชามีเมตตาจิตต่อประชาชนและคนจนโดยให้ที่ทำกินและคิดค่าเช่าในราคาถูก บ้านเมืองอินเดียดูไม่เป็นระเบียบเหมือนประเทศที่เจริญแล้ว แต่ประชาชนส่วนใหญ่มีที่ยืนในสังคมอย่างมีเกียรติ เพราะเขาพึ่งพิงตนเองได้พอประมาณ และรัฐบาลยอมรับในสิทธิของประชาชนและคนจนที่จะได้มีอาชีพทำกินโดยสุจริต ตู้ไปรษณีย์และป้อมยามของตำรวจท่องเที่ยวอินเดียอาจดูไม่ทันสมัย แต่มันยังทำหน้าที่ได้และตำรวจอินเดียดูจะเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายตามสมควรวันนี้คนขับรถของเราทำผิดกฎจราจรตำรวจเรียกมาปรับและมอบใบเสร็จให้ทั้งที่เป็นเงิน 100 รูปี (50 บาท)

ผมอยากเห็นรัฐบาลไทย ผู้ว่าฯ กทม. และเจ้าหน้าที่ภาครัฐมีเมตตาจิตต่อประชาชนที่ทำมาหากินโดยสุจริต อย่ามองแต่ความสวยงามโดยไม่เห็นความทุกข์ยากความเดือดร้อนของพวกเขาเลย รัฐบาลต้องคิดถึงประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนมีรายได้น้อยก่อน

พรรคการเมืองต่างๆอย่าเอาแต่แข่งขันกันออกนโยบายเอาใจนายทุนใหญ่ไม่กี่ตระกูลเลย พวกเขาพึ่งตนเองได้แล้ว ท่านทั้งหลายได้โปรดกรุณาคิดถึงประชาชนก่อนเถิด ด้วยการส่งเสริมการมีอาชีพการมีงานทำ ช่วยออกมาตรการต่างๆเพื่อลดค่าใช้จ่ายและเพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่พวกเขา ผมปรารถนาที่จะเห็นสังคมไทยเป็นสังคมที่คนมีความสมานฉันท์ มีอาชีพ มีงานทำและอยู่กันอย่างมีความสุขครับ

จึงจะมีสันติสุขและความสมานฉันท์

จากผมเอง สังศิต พิริยะรังสรรค์ 1 ธันวาคม 2561