ข่าวประจำวัน » ข่าวเด่น » #ศาลนัดพิพากษาคดีนปช.ก่อการร้ายปีหน้า!

#ศาลนัดพิพากษาคดีนปช.ก่อการร้ายปีหน้า!

22 August 2018
38   0

22 ส.ค.61 – ที่ห้องพิจารณา 909 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดพร้อมคู่ความเพื่อกำหนดนัดสืบพยานจำเลยในคดีก่อการร้าย หมายเลขดำที่ อ.2542/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์, นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นพ.เหวง โตจิราการ และนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กับพวกรวม 24 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย และข้อหาอื่นๆ กรณีกลุ่ม นปช.ชุมนุมขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อปี 2553 ซึ่งจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา

โดยวันนี้แกนนำ นปช.กับพวกเดินทางมาศาล ยกเว้น นพ.เหวง ที่มีอาการป่วยปอดอักเสบอยู่ระหว่างการรักษาตัว ไม่ได้เดินทางมาศาล

เมื่อถึงเวลาศาลออกนั่งบัลลังก์ กรณี นพ.เหวง ไม่ได้เดินทางมาศาลนั้น ศาลเห็นว่าเป็นเพียงการนัดพร้อมคู่ความโจทก์และจำเลย ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเลื่อนนัดออกไป ให้ดำเนินกระบวนการพิจารณาต่อไปได้

ทนายความจำเลยแถลงว่าจะขอรวบรวมรายละเอียดและข้อเท็จจริงเพื่อเป็นเอกสารประกอบการสืบพยานจำเลย โดยขอให้ศาลนัดสืบพยานจำเลยในช่วงเดือน ก.พ.2562 ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าข้อเท็จจริงของเหตุการณ์รับฟังเป็นที่ยุติแล้วว่ามีการชุมนุมทางการเมืองจริง เพียงแต่จะต้องพิจารณาว่าเป็นการชุมนุมด้วยจุดประสงค์อะไร นอกจากนี้ในส่วนของเหตุร้ายต่างๆ ก็มีการดำเนินคดีไปเกือบหมดแล้ว ศาลจึงเห็นควรให้ฝ่ายจำเลยไปรวบรวมรายละเอียดเพื่อจะเป็นพยานเอกสารหลักฐานประกอบการสืบพยานจำเลย

ซึ่งศาลกำหนดให้สืบพยานจำเลยจำนวน 10 นัด ตั้งแต่เดือน ก.พ. 2562 เป็นต้นไป โดยนัดสืบครั้งแรกวันที่ 21 ก.พ. 2562 เมื่อการดำเนินการสืบพยานจำเลยไปครบกำหนดแล้ว หากมีความจำเป็นที่จะต้องสืบพยานเพิ่มเติม ศาลก็จะพิจารณาตามความเหมาะสมอีกครั้ง

ทั้งนี้ ศาลเห็นว่าที่ผ่านมาคดีนี้ได้มีการสืบพยานมาเยอะแล้ว ซึ่งศาลจะดำเนินการสืบพยานจำเลยให้เสร็จสิ้น เพื่อจะพิพากษาภายในเดือน ก.ย.2562

ภายหลังนายจตุพร ให้สัมภาษณ์ว่า คดีนี้การสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้นไปแล้ว ยังเหลือการสืบพยานฝ่ายจำเลย วันนี้ศาลได้นัดให้เตรียมเอกสารประกอบการสืบพยานจำเลยในวันที่ 21-22 ก.พ. และเดือน มี.ค., เม.ย. 2562 แล้วหลังจากนั้นศาลก็อาจจะพิจารณาเพิ่มอีกครั้ง จำเลยทั้งหมด 24 คนจะต้องขึ้นเบิกความทุกคน ส่วนพยานจำเลยอื่นๆ ก็อยู่ที่ศาลจะพิจารณาเห็นชอบ

“ทุกเรื่องราวที่ผ่านมาในชีวิตล้วนแต่หนักทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าถ้าเรารู้ว่าเราได้ทำอะไร และสิ่งที่เราทำไม่ได้ทำเพื่อตัวเราเอง แต่ทำเพื่อคนอื่น ความทุกข์ก็จะลดลง แต่ก็ยังเป็นหนทางที่ยากลำบากอยู่ นอกจากจะยากลำบากแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างจะยังยากมากขึ้นถ้าเราไร้ซึ่งสมาธิ” นายจตุพร กล่าว.