ข่าวประจำวัน » อาชญากรรม » #ลูกน้องแฉ“เสี่ยอ้วน”ลั่นไกเอง ตร.ยัน จับตาย หากขัดขืน

#ลูกน้องแฉ“เสี่ยอ้วน”ลั่นไกเอง ตร.ยัน จับตาย หากขัดขืน

3 August 2018
84   0

ตำรวจสั่งเตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง หากเจอ หรือพบความเคลื่อนไหวของ “เสี่ยอ้วน” จะนำกำลังบุกจับทันที พร้อมสั่งให้เฝ้าระวัง เพราะเสี่ยอ้วนมีความชำนาญการใช้ปืน หากเกิดยิงต่อสู้ ก็จะถูก “จับตาย” สถานเดียว

จากเหตุการณ์ที่ นายอนันตชัย จิตรัมย์ หรือฟอส อายุ 20 ปี และ น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือ สปาย อายุ 20 ปี ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนจ่อยิงจนเสียชีวิต ที่บริเวณลานจอดรถถนนฝั่งตรงข้ามหน้าพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ หมู่ 6 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ที่ผ่านมา

และต่อมาตำรวจก็สืบสวนจนทราบว่า คนร้ายที่ก่อเหตุมี 3 คน ก็คือ “นายปัญญา ยิ่งดัง” หรือ “เสี่ยอ้วน” อายุ 39 ปี “นายจิรศักดิ์ อุนัยบัน” ลูกน้องเสี่ยอ้วน และ “นายสายันต์ ศรีสุข” ที่เป็นคนชี้เป้า

ซึ่งนายสายันต์ ได้ถูกตำรวจจับกุมได้เป็นคนแรก และคุมตัวไปทำแผนเมื่อวันที่ (1 ส.ค.) และวานนี้ (2 ส.ค.) ตำรวจก็จับ “บอน” ผู้ต้องหาอีก 1 คน ที่ถูกออกหมายจับ ที่ทำหน้าที่ขับรถกระบะพาเสี่ยอ้วนไปก่อเหตุและพาหลบหนี ก่อนได้ค่าจ้างตอบแทนมา 1 แสนบาท จากนั้นก็นำตัวไปชี้จุด-ทำแผนตามลำดับ ส่วนเสี่ยอ้วนยังคงหลบหนี

และเมื่อช่วงค่ำวานนี้ (2 ส.ค.) นายจิรศักดิ์ อุนัยบัน หรือ ป๊อปปี้ อายุ 34 ปี ลูกน้องคนสนิทของเสี่ยอ้วน และยังเป็น 1 ใน ผู้ร่วมทีมสังหาร น้องฟอส และ น้องสปาย ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ที่จังหวัดภูเก็ต หลังถูกตำรวจกดดันหนักจนกลัวถูกวิสามัญ

ต่อมาเวลา 00.30 น. วันที่ 3 ส.ค.61 ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พ.ต.อ.พัฒนา ปรีชานันท์ พร้อมชุดทำงาน จึงรีบมาควบคุมตัว นายจิรศักดิ์ ขึ้นเครื่องบินจาก จ.ภูเก็ต มาลงยังสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เพื่อมาทำการสอบสวน พร้อมของกลางคือ รถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว ที่ใช้เป็นยานพาหนะในวันก่อเหตุ จากนั้นก็จะให้พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนคดี ก่อนส่งฟ้องศาลจังหวัดพัทยาต่อไป

และจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ในวันเกิดเหตุ นายป๊อปปี้ ซึ่งถือว่าเป็นสมุนมือขวาของเสี่ยอ้วน ได้ใช้รถเก๋ง โตโยต้า ยาริส (ของกลาง) ที่เช่ามาจากเมืองพัทยา ทำหน้าที่คอยประกบตามรถผู้ตายไม่ให้คาดสายตา ก่อนที่คนในทีมจะลงมือยิงทั้งคู่จนเสียชีวิต และหลังก่อเหตุได้หลบหนีไปกบดานที่ จ.ภูเก็ต ก่อนจะขอเข้ามอบตัวสู้คดี

นอกจากนี้ ยังมีรายงานข่าวจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนที่ทำการสอบปากคำนายบอน ผู้ต้องหาอีก 1 คน ที่ขับรถกระบะพาเสี่ยอ้วนไปก่อเหตุและพาหลบหนี ซึ่งถูกจับกุมตัวได้เมื่อวานนี้ว่า จริงๆ แล้ว ก่อนเกิดเหตุ นายปัญญาได้ถือปืนลงจากรถ และตั้งใจจะอุ้ม น.ส.ปวีณา แต่ตอนที่ลงไป เสี่ยอ้วนไปเจอภาพที่น้องฟอสและน้องสปายสนิทสนมกันมากเกินไป จึงทำให้เสี่ยอ้วนเกิดมีปากเสียงกับน้องสปาย

กระทั่งทะเลาะกันจนบานปลาย เสี่ยอ้วนเลยกระหน่ำยิงทั้งคู่ รวม 7 นัดแล้วหลบหนีไป จ.สุรินทร์ เพื่อที่จะผ่านด่านช่องจอม แต่ไม่สามารถออกไปได้ จึงหลบหนีกลับออกมาทางช่องทางธรรมชาติที่ จ.สระแก้ว กระทั่งเจ้าหน้าที่ตรวจพบสัญญาณโทรศัพท์มือถือของเสี่ยอ้วนโผล่อยู่ฝั่งประเทศกัมพูชา

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเรื่องนี้ทางได้เตรียมความพร้อมตลอด 24 ชม. หากได้รับเบาะแสหรือมีความเคลื่อนไหวของ “เสี่ยอ้วน” เมื่อไหร่ ก็จะนำกำลังบุกไปจับได้ทันที

โดยเฉพาะชุดจับกุมมีการสั่งให้เฝ้าระวังมากเป็นพิเศษ เนื่องจากตามประวัติของ “เสี่ยอ้วน” ค่อนข้างมีความชำนาญใช้ปืนอยู่พอสมควร โดยหลังก่อเหตุได้หลบหนีไปพร้อมอาวุธด้วย ซึ่งหากเจอตัวแล้วเกิดการยิงสู้หรือขัดขืน ก็จะถูก “จับตาย” สถานเดียว

และวันนี้ (3 ส.ค.) มีรายงานว่า ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้ควบคุมตัว นายป๊อปปี้ สอบสวนเครียดตั้งแต่เที่ยงคืนจนถึงช่วงเช้า ก่อนนำตัวไปฝากขังที่ สภ. เมืองพัทยา เพื่อที่จะแยกขังคนละที่กับนายบอน ซึ่งจากการสอบสวน พบว่าคำให้การไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมากนัก โดยยอมรับว่าได้เดินทางมาด้วยกันกับเสี่ยอ้วนจริง แต่ปฎิเสธว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นกับการสังหารแต่อย่างใด

จากนั้นเมื่อเวลา 15.00 น. วันนี้ ตำรวจได้นำตัวนายบอน ไปทำแผนเพิ่มเติม โดยจะนำไปชี้จุดเกิดเหตุและจุดต่างๆ โดยเริ่มที่สนามบินอู่ตะเภา จ.ชลบุรี ที่ขับตามผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คนไป ส่วนนายป๊อปปี้ ที่ให้การอีกแบบ เจ้าหน้าที่จึงยังไม่นำตัวไปทำแผน

สำนักข่าววิหคนิวส์