ข่าวประจำวัน » อาชญากรรม » #จำคุก 10 กระทง 60 ปี ‘ดร.สวัสดิ์’ ฟอกเงินสหกรณ์จุฬาฯ

#จำคุก 10 กระทง 60 ปี ‘ดร.สวัสดิ์’ ฟอกเงินสหกรณ์จุฬาฯ

1 February 2019
319   0

จำคุก 10 กระทง 60 ปี “ดร.สวัสดิ์” ฟอกเงินสหกรณ์จุฬาฯ ศาล ชี้ เป็นเจ้าพนักงานทำผิดต้องโทษ 2 เท่าจำคุกกระทงละ 8 ปี คำรับสารภาพชั้นสอบสวนมีประโยชน์บ้างลดเหลือกระทง 6 ปี สุดท้ายรวมโทษสูงสุด 20 ปี ขณะที่สาวรับโอนเงิน เจอคุก 3 ปี

ที่ห้องพิจารณา 903 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีฟอกเงินฉ้อโกงสหกรณ์จุฬาฯ สำวนที่ 2 หมายเลขดำ ฟย.20/2560 ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ฟ้องนายสวัสดิ์ แสงบางปลา อายุ 80 ปีเศษ ตำแหน่งวิชาการด็อกเตอร์ อดีตประธานกรรมการบริหารสหกรณ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , น.ส.จิรัชญา หรือไข่เจียว คุณยศยิ่ง อายุ 25 ปีเศษ ถิ่นฐานชลบุรี และ น.ส.ภวิษย์พร ใบเกตุ อายุ 30 ปีเศษ ถิ่นฐานกทม.ซึ่งเป็นคนรักกับ น.ส.จิรัชญา เป็นจำเลยที่ 1 -3 ในความผิดสมคบและร่วมกันฟอกเงินสหกรณ์จุฬาฯ จำนวน 42 ล้านบาท ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542

ตามฟ้องอัยการโจทก์ ระบุพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างวันที่ 1 เม.ย.58 13 มี.ค.60 นายสวัสดิ์ จำเลยที่ 1 ได้ร่วมกันหลอกลวงข้าราชการประจำและข้าราชการบำนาญ สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมลงทุนโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล (ลอตเตอรี่) ซึ่งอ้างว่าจะได้รับค่าตอบแทนร้อยละ 10-12 ต่อปี โดยอัตราผลตอบแทนที่จะจ่ายให้นั้นสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายพึงจะจ่ายให้ได้ แล้วเมื่อเดือน มี.ค.60 กลุ่มผู้เสียหายไม่สามารถเบิกเงินจากสหกรณ์ที่จำเลยอ้างได้ โดยจำเลยที่ 2-3 ร่วมกันฟอกเงินจากการกระทำผิดของจำเลยที่ 1

ขณะที่คดีเริ่มสืบพยาน เมื่อเดือน พ.ค.61 โดยจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ซึ่งชั้นพิจารณา น.ส.จิรัชญา จำเลยที่ 2 และ น.ส.ภวิษย์พร จำเลยที่ 3 นำสืบว่าจำเลยที่ 3 คบหากับจำเลยที่ 2 ในฐานะคนรักและอยู่ด้วยกัน ระหว่างนั้นเคยขอยืมเงินจากจำเลยที่ 1 มาใช้ในครอบครัวและลงทุนค้าขาย แต่ไม่ทราบว่าจำนวนเงินที่จำเลยที่ 1 โอนมาให้จะมีจำนวนหลายล้านบาท ขณะที่จำเลยที่ 3 อ้างติดพนันสล็อตออนไลน์ โดยไม่ทราบว่าจำเลยที่ 1 ทำงานที่ไหน ทำงานอะไร และไม่ทราบว่าจำเลยที่ 1 ได้รับโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล

ส่วน นายสวัสดิ์ จำเลยที่ 1 นำสืบอ้างว่า การโอนเงินผ่านบัญชีของจำเลยที่ 2 เป็นการให้จำเลยที่ 3 ยืมเงิน แต่จำไม่ได้ว่าโอนให้กี่ครั้ง และไม่น่าจะโอนถึง 829 ครั้ง

ซึ่งระหว่างการพิจารณาคดี นายสวัสดิ์ จำเลยที่ 1 ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำมาตลอด นับตั้งแต่ถูกจับกุมเมื่อเดือน พ.ค.60 ที่ผ่านมา

โดยวันนี้ ศาล เบิกตัว นายสวัสดิ์ จากเรือนจำ มาฟังคำพิพากษา ส่วน น.ส.จิรัชญาหรือไข่เจียว และ น.ส.ภวิษย์พรหรือชมพู่ ซึ่งได้รับการประกันตัว ก็เดินทางมาศาลพร้อมครอบครัว

ทั้งนี้ ศาล พิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยนำสืบหักล้างกันแล้ว รบฟังได้ว่า นายสวัสดิ์ จำเลยที่ 1 และ น.ส.ภวิษย์พร จำเลยที่ 3 คบหากันฉันท์ชู้สาวมาเป็นเวลานานหลายปีย่อมมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง จนมีความสนิทสนมและไว้วางใจซึ่งกันและกัน ระหว่างเกิดเหตุมีการโอนเงินจำนวนมากผิดปกติวิสัยซึ่งมีลักษณะการโอนเงินเช่นเดียวกับการที่ นายสวัสด์ จำเลยที่ 1 โอนเงินให้แก่ น.ส.เมธวัชร์หรือพชกร คนมั่น (อายุ 33 ปีเศษ บุคลิกเป็นทอม จำเลยคดีฟอกเงินอีกสำนวน ซึ่งศาลอาญาพิพากษาเมื่อวันที่ 21 พ.ย.60 จำคุก 8 ปี 6 เดือน หลังจากให้การรับสารภาพ) และเกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน โดย น.ส.ภวิษย์พร จำเลยที่ 3 อ้างว่านำเงินที่ได้จากจำเลยที่ 1 ไปเล่นการพนันและใช้จ่ายในครอบครัวข้ออ้างของจำเลยที่ 3 เชื่อถือไม่ได้

พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักมั่นคงให้รับฟังได้ว่า นายสวัสดิ์ จำเลยที่ 1 โอนเงินที่ได้จากการฉ้อโกงประชาชนและการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ โดยร่วมกระทำผิดและแบ่งหน้าที่กันทำ โดย นายสวัสดิ์ จำเลยที่ 1 โอนส่งต่อเงินดังกล่าวให้แก่ ภวิษย์พร จำเลยที่ 3 โดยผ่านบัญชีเงินฝากของ น.ส.จิรัชญา จำเลยที่ 2 ซึ่งตกลงยินยอมให้ใช้บัญชีเงินฝากรับโอนเงินดังกล่าว จึงเห็นได้ชัดว่าเป็นการร่วมกันซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของเงินหรือทรัพย์สินนั้น โดยจำเลยที่ 3 รู้ในขณะรับโอนทรัพย์สินนั้นว่าได้จากการกระทำผิดมูลฐาน การกระทำของจำเลยที่ 3 จึงเป็นความผิดตามฟ้อง

Cr.กรุงเทพธุรกิจ

สำนักข่าววิหคนิวส์