ข่าวประจำวัน » #เบื้องลึก !! สหรัฐทำสำเร็จ?…เยรูซาเล็มกลับมาระอุ(ชมคลิป)

#เบื้องลึก !! สหรัฐทำสำเร็จ?…เยรูซาเล็มกลับมาระอุ(ชมคลิป)

16 May 2018
52   0

เอพี/เอเจนซีส์ – ยอดเสียชีวิตล่าสุดหลังกองกำลังอิสราเอลสังหารผู้ประท้วงปาเลสไตน์อยู่ที่ 58 ราย และมีผู้บาดเจ็บจำนวนไม่ต่ำกว่า 2,700 คน หลังการประท้วงใหญ่ตลอดแนวพรมแดนกาซาวันจันทร์ (14 พ.ค.) หลังลูกสาวลูกเขยทรัมป์ทำพิธีเปิดที่ทำการสถานทูตสหรัฐฯ กลางเยรูซาเลม ทั่วโลกประณาม ตุรกีออกคำสั่งเรียกเอกอัครราชทูตประจำสหรัฐฯ และอิสราเอลกลับประเทศ

เอพีรายงานวันนี้ (15 พ.ค.) ว่า หลังจากที่พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นทารกวัยแบเบาะถูกพบจากการขาดอากาศหายใจเนื่องจากสูดสารแก๊สน้ำตาเข้าปอด อ้างอิงจากแถลงการณ์กระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ ส่งผลทำให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตจากเหตุประท้วงย้ายสถานทูตสหรัฐฯมายังเมืองเยรูซาเลมอยู่ที่ 58 ราย และมีจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บไม่ต่ำกว่า 2,700 คน

ตลอดทั้งวันจันทร์ (14) พบว่ากลุ่มผู้ประท้วงปาเลสไตน์จุดไฟเผายางรถ ส่งให้ควันดำเหม็นคละคลุ้งกลบท้องฟ้า โยนระเบิดเพลิงและก้อนหินเข้าใส่ตำรวจอิสราเอล ในขณะที่กองกำลัง IDF ของอิสราเอล ที่ถูกนานาชาติรุมประณามเนื่องมาจากการใช้กำลังเกินขอบเขตต่อกลุ่มผู้ประท้วงที่ไร้อาวุธ แต่ทาง IDF อ้างว่า ทางกลุ่มติดอาวุธฮามาสพยายามที่จะโยนระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ และยิงปืนเข้าใส่ ซึ่งทาง IDF ชี้ว่า กลุ่มฮามาสแฝงตัวเป็นผู้ประท้วง พร้อมกับแสดงวิดีโอคลิปให้เห็นภาพหลักฐานบรรดาผู้ประท้วงทำลายขดลวดสนาม

เอพีชี้ว่า ที่ตั้งใหม่ของสถานทูตสหรัฐฯ ประจำอิสราเอล ห่างออกไปราว 80 กม.เท่านั้น ซึ่งในพิธีเปิดเมื่อวานนี้ (14) นายกรัฐมนตรียิว เบนจามิน เนทันยาฮู พร้อมกับบรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าร่วมในพิธี ซึ่งมีการถ่ายทอดวิดีโอลิงก์ของผู้นำสหรัฐฯจากกรุงวอชิงตัน ดีซี และในพิธีเปิดสถานทูตแห่งใหม่ ทรัมป์ได้ส่งลูกสาวและลูกเขย อิวองกา ทรัมป์ และจาเรด คุชเนอร์ ร่วมเป็นสักขีพยาน นอกจากนี้คณะรัฐมนตรีสหรัฐฯ ที่ร่วมในพิธี พบว่า สตีฟ มนูชิน รัฐมนตรีการคลังสหรัฐฯ ได้ยืนอยู่ในที่ทำการสถานทูตแห่งใหม่เช่นกัน

สถานีโทรทัศน์สหรัฐฯ ต่างรายงานสดการเปิดที่ตั้งสถานทูตแห่งใหม่ให้กับประชาชนชาวอเมริกันได้ร่วมรับชม โดยในการถ่ายทอดสด พบว่าสาธุคุณ โรเบิร์ต เจฟเฟรส (Robert Jeffress) จากอิแวนเจลิตัล (evangelical) นิกายที่มีอิทธิพลในการเมืองสหรัฐฯ ขึ้นกล่าวในพิธีนี้ พร้อมการร้องเพลงชาติสหรัฐฯ จากตัวแทนของกองทัพสหรัฐฯ

โดยทรัมป์ได้ทวีตแสดงความยินดีในวันจันทร์ (14) ว่าถือเป็นวันที่ดีสำหรับอิสราเอล

เอพีชี้ว่า ที่ผ่านมาชาวปาเลสไตน์ต่างตั้งความหวังว่าจะทำให้เมืองเยรูซาเลมตะวันออกเป็นเมืองหลวงของรัฐปาเลสไตน์ ประกาศตัดความสัมพันธ์กับรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดทรัมป์ พร้อมกล่าวว่าสหรัฐฯ ไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวงในการเป็นตัวกลางความขัดแย้งอีกต่อไป

โดยประธานาธิบดีปาเลสไตน์ มาห์มูด อับบาส แสดงความโกรธต่อพิธีเปิดสถานทูตแห่งใหม่ พร้อมลั่นสัจวาจาว่า เขาจะไม่มีวันยอมรับข้อเสนอสันติภาพที่ออกมาจากรัฐบาลทรัมป์เป็นอันขาด

นอกจากนี้ อับบาสยังเรียกร้องไปที่ประชาคมโลกให้ร่วมประณามสหรัฐฯ โดยกระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์รายงานว่า มีผู้ประท้วงอย่างน้อย 58 คนถูกสังหาร โดยจากทั้งหมดพบว่า 57 คนเสียชีวิตจากการถูกยิงด้วยกระสุนปืน และทารกอีก 1 รายเสียชีวิตจากการสูดแก๊สน้ำตาเข้าไป

นอกจากนี้ ในแถลงการณ์ทางกระทรวงยังชี้แจงต่อว่า จากตัวเลขผู้เสียชีวิตทั้งหมดด้วยกระสุนพบว่า มีผู้เยาว์รวมอยู่ด้วย 6 คน และมีชาวปาเลสไตน์ได้รับบาดเจ็บจากแผลถูกยิงราว 1,360 คน รวมไปถึง 130 คนที่อยู่ในอาการขั้นวิกฤต

อียิปต์ซึ่งเป็นพันธมิตรชาติสำคัญของอิสราเอล ออกมาประณามการสังหารชาวปาเลสไตน์ในครั้งนี้ ในขณะที่เซอิด ราอัด อัล ฮุสเซน ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า รู้สึกตกตะลึงต่อจำนวนผู้เสียชีวิตจำนวนหลายสิบคนที่เกิดขึ้น

ด้านตุรกีออกแถลงการณ์ ประกาศเรียกเอกอัครราชทูตตุรกีประจำสหรัฐฯ กลับ จากเหตุผู้ประท้วงปาเลสไตน์เสียชีวิต โดยชี้ว่าสหรัฐฯ ไม่สนใจในสิทธิอันชอบธรรมของประชาชนชาวปาเลสไตน์ และจะไม่มีวันสามารถเป็นตัวกลางทำให้เกิดสันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพได้ในภูมิภาค

นอกจากนี้ ทางตุรกียังออกคำสั่งเรียกเอกอัครราชทูตประจำอิสราเอลกลับประเทศ โดยชี้ว่าเป็น “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์บริเวณพรมแดนประเทศ”

และประเทศแอฟริกาใต้ได้เรียกเอกอัครราชทูตประจำอิสราเอลกลับประเทศเพื่อการปรึกษาหารือ อ้างอิงจากแถลงการณ์กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล

ด้านหัวหน้านโยบายต่างประเทศประจำสหภาพยุโรป เฟเดริกา มอเกริรี (Federica Mogherini) ออกแถลงการณ์เรียกร้องอิสราเอลให้ “เคารพในหลักการใช้กำลังอย่างเหมาะสม” และแสดงความอดทนอดกลั้นออกมาให้ชาวโลกเห็น พร้อมกับเรียกร้องไปยังกลุ่มฮามาสให้สร้างหลักประกันว่า การประท้วงที่เกิดขึ้นต้องมีขึ้นอย่างสันติ

ทั้งนี้ พบว่ากองทัพ IDF ของอิสราเอลได้ออกมาประเมินตัวเลขผู้เข้าร่วมว่าทีจำนวน 40,000 คนในวันจันทร์(14) แต่เป็นตัวเลขที่น้อยกว่าที่ทางกลุ่มฮามาสตั้งความหวังไว้

เอพีรายงานว่า นับตั้งแต่การประท้วงที่เริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค. ล่าสุด มีประชาชนชาวปาเลสไตน์ถูกสังหารไปแล้วร่วม 100 ราย ด้าน อิสมาอิล ราดวาน (Ismail Radwan) เจ้าหน้าที่ระดับสูงของฮามาสออกมายืนยันว่า การประท้วงบริเวณแนวพรมแดนจะเกิดขึ้นต่อไปจนกว่า สิทธิของประชาชนชาวปาเลสไตน์จะได้รับกลับคืน

ตลอดทั้งวันจันทร์ (14) พบว่าเสียงไซเรนได้ยินตลอดทั้งวันจากเหตุที่รถฉุกเฉินเร่งรีบนำตัวผู้บาดเจ็บไปโรงพยาบาล ในขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงคนรุ่นใหม่พากันเดินหน้าเข้าหารั้วแนวพรมแดนอย่างไม่หวาดหวั่น แต่ต้องแตกกระจายด้วยกระสุนปืนที่ถูกยิงออกมา รวมไปถึงแก๊สน้ำตา