ข่าวประจำวัน » อาชญากรรม » #’มหาเถร’สะเทือน ‘พงศ์พร’ร้องปปป.เอาผิดพระชั้นผู้ใหญ่3รูปเข้าข่ายปาราชิก

#’มหาเถร’สะเทือน ‘พงศ์พร’ร้องปปป.เอาผิดพระชั้นผู้ใหญ่3รูปเข้าข่ายปาราชิก

16 April 2018
130   0

สะเทือนมหาเถรสมาคม “ผอ.พศ.” แจ้งความต่อ ปปป.ตร. เอาผิดแก๊งเงินทอนวัดล็อต 3 หึ่ง “พระผู้ใหญ่” 3 วัดดังกรุงเทพฯ มีเอี่ยวทุจริตเงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรม อึ้งเข้าข่ายอาบัติปาราชิกด้วย


มีรายงานแจ้งว่า ก่อนวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้เดินทางไปร้องทุกข์กล่าวโทษคดีทุจริตเงินทอนวัดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 3 แห่ง 4 คดี ต่อกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยแบ่งเป็นการทุจริตเกี่ยวกับการทุจริตงบการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา แผนกธรรม และแผนกบาลี และงบเผยแพร่ศาสนา มีความเสียหายทั้งสิ้น 70 ล้านบาท


รายงานแจ้งว่า ในวันที่ 11 เม.ย. ที่ผู้อำนวยการ พศ.ได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ปปป.ให้ดำเนินคดีกับพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป ประกอบด้วย 1.พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร 2.พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม กรรมการ มส. และเจ้าคณะภาค 4-7 3.พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรรมการ มส. และเจ้าคณะภาค 10 4.พระเมธีสุทธิกร (สังคม ญาณวฑฺฒโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และ 5.พระวิจิตรธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ กระทำความผิดอาญาคดีทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม
“การกระทำของผู้ต้องหาที่ 1-3 นอกจากกระทำผิดทางอาญาแล้ว ยังเข้าข่ายอาบัติปาราชิกตามพระธรรมวินัย ไม่สมควรครองสมณศักดิ์พระราชาคณะชั้นเจ้า คณะรอง และดำรงตำแหน่งกรรมการ มส.” รายงานระบุข้อหาที่ พ.ต.ท.พงศ์พรแจ้งความไว้


ทั้งนี้ การแจ้งความร้องทุกข์เพื่อเอาผิดผู้กระผิดในคดีเงินทอนวัดครั้งนี้ ถือเป็นล็อตที่ 3 แล้ว โดยมีทั้งหมด 10 วัด แต่ พ.ต.ท.พงศ์พรได้แจ้งความเอาไว้ก่อน 3 วัด ส่วนอีก 7 วัด ทาง ปปป.ได้นัดผู้อำนวยการ พศ.มาสอบปากคำในวันที่ 19 เม.ย.นี้ อย่างไรก็ตาม 3 วัดดังกล่าว หลังสอบปากคำเสร็จ ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.จักษ์ เพ็งสาธร รองผู้บังคับการ ปปป. นำพนักงานสอบสวน พร้อมสำนวน 4 แฟ้มใหญ่ ไปส่งให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทันที
สำหรับคดีเงินทอนวัด ก่อนหน้านี้มีการดำเนินคดีไปแล้ว 2 ล็อต โดยล็อตแรก ปปป.ได้นำสำนวนการตรวจสอบกรณีการทุจริตเงินอุดหนุนงบประมาณบูรณปฏิสังขรณ์วัด ไปให้สำนักงาน ป.ป.ช.ไต่สวนทั้งสิ้น 12 คดี อาทิ วัดในจังหวัดอำนาจเจริญ พระนครศรีอยุธยา ลำพูน และที่ผ่านมาคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติชี้มูลความผิดมูลความนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีตผู้อำนวยการ พศ., นายพนม ศรศิลป์ อดีตผู้อำนวยการ พศ., น.ส.ประนอม คงพิกุล รองผู้อำนวยการ พศ. กับพวกทุจริตงบประมาณโครงการเงินอุดหนุนการบูรณปฏิสังขรณ์วัดและการพัฒนาวัด กรณีวัดพนัญเชิงวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับงบฯ อุดหนุนในปี 2557-2558 ไปแล้ว

แฟ้มภาพ

นอกจากนี้ เมื่อต้นปี 2561 ยังได้ชี้มูลความผิด น.ส.ประนอม, นายพนม และข้าราชการ พศ. รวม 9 คน ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริต กรณีอนุมัติจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนแก่วัด 3 แห่ง ใน จ.สงขลา ยะลา นราธิวาส วัดละ 4 ล้านบาท เมื่อปี 2558
ในส่วนของล็อตที่ 2 มีผู้ถูกกล่าวหาทั้งสิ้น 19 ราย โดยเป็นการทุจริตเงินอุดหนุนบูรณปฏิสังขรณ์วัดและพัฒนาวัด จำนวน 23 วัด ตั้งแต่ปี 2555-2560 ความเสียหายประมาณ 140 ล้านบาท แยกเป็น 21 สำนวน 33 แฟ้ม รวมเอกสารกว่า 13,000 แผ่น โดย ปปป.ได้นำสำนวนยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 ก.ย.2560.

Cr.thaipost

สำนักข่าววิหคนิวส์