ไลฟ์สไตล์ » สุขภาพ » #“ใบกระท่อม” ของต้องโทษ ผิดกฎหมายในไทย ตอนนี้ญี่ปุ่นคว้าไปทำยาเรียบร้อยโรงเรียนญี่ปุ่น ท่านคิดอย่างไร?

#“ใบกระท่อม” ของต้องโทษ ผิดกฎหมายในไทย ตอนนี้ญี่ปุ่นคว้าไปทำยาเรียบร้อยโรงเรียนญี่ปุ่น ท่านคิดอย่างไร?

6 April 2018
658   0

ไม่นานมานี้…. ประเทศญี่ปุ่นก็วิจัยและจดทะเบียนใบกระท่อมมีสรรพคุณทางยา จนมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนรักใบกระท่อมขึ้นมา ล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ยะหยา มั่นคง ก็ได้ออกมาพูดถึงประเด็นนี้.

ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร กลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ กล่าวถึงกรณีที่ประเทศญี่ปุ่นจดสิทธิบัตรกระท่อมเพิ่มเติมว่า การจดสิทธิบัตรครั้งนี้ นักวิจัยจากประเทศญี่ปุ่นจดสิทธิบัตร ในส่วนของ สารอนุพันธ์ Alkaloid (อัลคาลอยด์) ในใบกระท่อมซึ่งเป็นสารที่ช่วยในการระงับอาการปวด รักษาอาการอ่อนเพลีย ระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นสารที่ดีที่สุดในใบกระท่อมที่ช่วยในการแก้อาการเหล่านี้ ซึ่งการยื่นจดสิทธิบัตรครั้งนี้เป็นการยื่นขอจดสิทธิบัตรผ่านสนธิสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตร หรือ PCT เพื่อให้มีผลในประเทศต่างๆ ซึ่งเป็นภาคีในสนธิสัญญาดังกล่าว 117 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วยซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเพราะทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสในการพัฒนายาจากสมุนไพรไทยแท้ ทั้งที่กระท่อมเป็นสมุนไพรประจำชาติไทยและมีการใช้ประโยชน์ทางยามาตั้งแต่อดีต

ภญ.ดร.สุภาภรณ์ กล่าวต่อว่า แต่เมื่อมีการจัดให้ใบกระท่อมเป็นยาเสพติดประเภทที่ 5 ทำให้งานวิจัยเป็นไปค่อนข้างยาก ทำให้เกิดคำถามว่าการทำวิจัยครั้งนี้ ที่มีข้อมูลว่ามหาวิทยาลัยญี่ปุ่นร่วมกับมหาวิทยาลัยในไทย มีการละเมิดกฎหมายหรือไม่อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจหารือกันว่าจะสามารถยับยั้งได้หรือไม่ ก่อนที่องค์กรตรวจสอบระหว่างประเทศจะจัดส่งคำขอมายังกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อเข้าสู่การพิจารณาอนุมัติสิทธิบัตรของไทย ในเดือนเมษายน ปี 2560 นี้ ควรมีการออกกฎหมายพิเศษ ให้กระท่อม รวมถึงกัญชาสามารถทำการศึกษาวิจัยได้ หรือจัดให้เป็นพืชควบคุมที่มีการอนุญาตใช้สำหรับยาแผนโบราณเท่านั้น เพื่อให้ไทยได้ใช้ประโยชน์จากสมุนไพรได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดการสั่งซื้อยาจากต่างชาติได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม หากย้อนกลับไปในปี 2556 พบว่ามีข้อเสนอของกระทรวงยุติธรรมถึงความเป็นไปได้ในการลดระดับใบกระท่อมเป็นพืชธรรมดาที่ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ จากเดิม ใบกระท่อม จัดเป็นพืชชนิดหนึ่งที่ถูกยกระดับให้อยู่ในกลุ่มยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกับกัญชา อยู่ในการควบคุมของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 โดยผู้ใดผลิต จำหน่าย นำเข้า หรือส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2-15 ปีและปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 150,000 บาท ซึ่ง พ.ร.บ.นี้มีคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ ที่มีปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธาน

เพราะหลงบ้าเชื่อตามฝรั่งว่ากระท่อมเป็นยาเสพติด จึงขึ้นบัญชีเป็นยาเสพติด ทั้งที่ความจริงกระท่อมเป็นทั้งอาหารและยาสามัญประจำบ้าน ที่ทำให้มีเรี่ยวแรงกระชุ่มกระชวย ดีกว่าดื่มเครื่องดื่มชูกำลังมากมายนัก กินแล้วก็มุ่งทำงาน ไม่เกะกะระรานใคร อารมณ์ดีทั้งวัน จะกลัวบ้างก็ฝนตกเท่านั้นเอง แดดร้อน แดดจ้าอย่างไรก็ไม่กลัว แต่เพราะเชื่อฝรั่งว่าเป็นยาเสพติด จึงขึ้นบัญชีเป็นยาเสพติด และเที่ยวไล่ตัด ไล่ทำลายต้นกระท่อม ที่ผู้คนเขาปลูกและกินกันมาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษจนเหี้ยนเตียนเกือบหมดทั้งประเทศ

มาถึงวันนี้ผลการศึกษาวิจัยชัดเจนว่ากระท่อมไม่ใช่ยาเสพติด มิหนำซ้ำ ญี่ปุ่นก็ไปขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าของกระท่อมไปแล้ว และเป็นเจ้าของผลผลิตทั้งหลายที่เกี่ยวกับกระท่อมไปแล้ว ทีนี้พี่ไทยจะว่าอย่างไรละครับ?

ได้เวลาที่จะต้องสำรวจผลงานความโง่เขลาของการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบขี้ข้าฝรั่ง แล้วสำรวจว่าได้ทำอะไรโง่เขลาเบาปัญญาทำลายทรัพย์สินและภูมิปัญญาของชาติไปแค่ไหนแล้ว จะได้ฟื้นฟูเสียให้ทันท่วงที

..ขอบคุณบทความจาก..พิสมัย เหล่าจินดา

Cr:sharenoi.com

สำนักข่าววิหคนิวส์