กรุงเทพฯ 18 กรกฎาคม 2569
วิกฤตการเงินโรงพยาบาลรัฐกำลังกลายเป็นระเบิดเวลาของระบบสาธารณสุขไทย
นวพร เรืองสกุล อดีตเลขาธิการ กบข. เสนอให้รื้อโครงสร้างการบริหารและการเงินอย่างเร่งด่วน
เธอชี้ว่า สปสช.ได้รับอำนาจเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนเกิดความไม่สมดุลระหว่างผู้ถือเงินกับผู้รักษา
ทางออกแรก คือเปลี่ยนจากการเน้น “จ่ายเมื่อป่วย” ไปสู่การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค
ตัวชี้วัดต้องดูว่าประชาชนเจ็บป่วยลดลงเพียงใด ไม่ใช่วัดจากยอดเบิกค่ารักษาเท่านั้น
ทางออกที่สอง คือปฏิรูประบบการคลังสุขภาพ ลดการรวมศูนย์งบประมาณไว้ที่หน่วยงานเดียว
ควรใช้ฐานข้อมูลกลางที่ตรวจสอบต้นทุน รายรับ หนี้ และค่ารักษาของโรงพยาบาลได้ตรงกัน
ทางออกที่สาม คือคืนหน้าที่และศักดิ์ศรีแก่แพทย์ ให้รักษาคนไข้โดยไม่ต้องไล่ตามรหัสเบิกจ่าย
หากปล่อยให้โรงพยาบาลต้องอ้อนวอนขอเงิน บุคลากรจะหมดไฟ และสมองไหลออกจากระบบรัฐ
ข้อเสนอนี้เคยถูกหยิบขึ้นมาตั้งแต่ปี 2558 แต่ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง
สิบปีผ่านไป โรงพยาบาลรัฐกว่า 400 แห่งยังเผชิญปัญหาสภาพคล่องและต้นทุนที่สูงขึ้น
นวพรยังเตือนว่าแนวคิด “รักษาฟรีทุกโรค” อาจทำให้คนบางส่วนไม่ตระหนักถึงต้นทุนของระบบ
อย่างไรก็ตาม บัตรทองยังเป็นหลักประกันสำคัญที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และป้องกันประชาชนล้มละลายจากค่ารักษา
การร่วมจ่ายจึงต้องออกแบบอย่างระมัดระวัง พร้อมคุ้มครองผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง
การรื้อบอร์ด สปสช.ต้องไม่กลายเป็นการย้ายอำนาจจากฝ่ายหนึ่ง ไปสู่อีกฝ่ายโดยไร้การถ่วงดุล
ประเทศไทยต้องรักษาสิทธิประชาชน พร้อมทำให้โรงพยาบาล แพทย์ และพยาบาลอยู่รอดได้จริง
นี่ไม่ใช่ศึกว่าใครคุมเงิน แต่คืออนาคตว่าคนไทยจะยังมีโรงพยาบาลให้พึ่งพาหรือไม่
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: Thai PBS Policy Watch, ThaiPublica และภาพโพสต์ Facebook
#บัตรทอง #สปสช #โรงพยาบาลรัฐ #สามสิบบาทรักษาทุกโรค #ปฏิรูประบบสุขภาพ #สำนักข่าววิหคนิวส์




