เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน เดินทางมายัง ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ตามนัดไต่สวนมูลฟ้อง ในคดีที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล มอบอำนาจให้ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายษิทรา ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา รวม 3 กรรม
นายษิทราเปิดเผยว่า วันนี้จะทำหน้าที่ ซักค้านด้วยตนเอง โดยไม่ใช้ทนายความ พร้อมระบุว่าคดีดังกล่าวมีสาเหตุมาจากการที่ตนออกมาตอบโต้ฝ่ายนายสนธิ หลังสื่อในเครือของนายสนธิพูดถึงตนจนได้รับความเสียหายมาตลอดช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา
นายษิทราระบุว่า แม้ในช่วงที่ตนเข้าไปอยู่ในเรือนจำ ก็ยังมีการพูดถึงในลักษณะที่ทำให้เกิดความเสียหาย โดยมีทั้งคลิปหลักพันถึงหลักหมื่นคลิป แต่ที่ผ่านมาเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย จึงไม่ได้ใส่ใจและไม่เคยคิดดำเนินคดีหรือฟ้องกลับแม้แต่คดีเดียว
“โต้กลับ 2 วัน” ก่อนถูกดำเนินคดี
นายษิทรากล่าวว่า สิ่งที่ทำให้รู้สึกแปลกใจคือ หลังจากตนออกมาตอบโต้เพียง 2 วัน ฝ่ายนายสนธิก็ดำเนินการทางกฎหมายทันที
โดยระบุว่า ขั้นแรกมีการยื่นขอถอนประกันต่อศาล เพื่อให้ตนกลับเข้าไปอยู่ในเรือนจำ แต่ศาลมีคำสั่งยกคำร้อง ทำให้ตนยังคงอยู่ภายนอก จากนั้นฝ่ายนายสนธิจึงยื่นฟ้องหมิ่นประมาทเพิ่มเติม
นายษิทราตั้งข้อสังเกตถึงเรื่องดังกล่าว พร้อมกล่าวว่า เหตุใดจึง “ใจบาง” ขนาดนี้ ทั้งที่ตนถูกพูดถึงเป็นร้อยเป็นพันคลิปก็ไม่เคยมีปฏิกิริยาในลักษณะเดียวกัน
นายษิทรายังกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวทำให้ตนได้เห็นว่านายสนธิเป็นคนอย่างไร และคาดว่านายสนธิอาจไม่ได้เดินทางมาศาลด้วยตัวเอง แต่จะให้นายปานเทพเป็นผู้เบิกความแทน พร้อมยืนยันว่าจะซักค้านอย่างเต็มที่ในชั้นศาล
ย้ำคดีนี้ไม่ใช่ “คดีท้าให้ดื่มปัสสาวะ”
นายษิทราย้ำว่า คดีที่กำลังไต่สวนในวันนี้ ไม่ใช่คดีท้าให้ดื่มปัสสาวะ แต่เป็นคนละกรณีกัน
สำหรับคดีที่ถูกฟ้อง 3 กรรมครั้งนี้ นายษิทราระบุว่า เกี่ยวข้องกับการที่ตนเคยออกมาเปิดประเด็นและตั้งคำถามว่า นายสนธิมีการให้ผลประโยชน์แก่พยานหรือไม่ ซึ่งฝ่ายนายสนธินำประเด็นดังกล่าวมาฟ้องร้อง และต้องรอดูว่าศาลจะมีคำสั่งรับฟ้องหรือไม่
“ปานเทพ” แจงเหตุฟ้อง
ด้านนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้รับมอบอำนาจจากฝ่ายโจทก์ในการไต่สวนมูลฟ้อง หลังนายสนธิยื่นฟ้องนายษิทราจากกรณีการโพสต์และพูดพาดพิงนายสนธิหลายครั้ง
ประเด็นหนึ่งที่นายปานเทพกล่าวถึง คือการกล่าวอ้างว่า บ้านพระอาทิตย์หรือสื่อใหญ่ต้องการเรียกเงินจากนางจตุพร อุบลเลิศ หรือ “เจ๊อ้อย” และทำทุกอย่างเพื่อเรียกเงินจากเจ๊อ้อย ซึ่งนายปานเทพยืนยันว่าไม่เป็นความจริง
อีกประเด็นคือการกล่าวอ้างว่ามีการวิ่งงาน รับงาน และได้งานจาก บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT จากพยานคนหนึ่ง โดยมีบ้านพระอาทิตย์เป็นผู้จัดการหรือช่วยให้ได้งาน ซึ่งนายปานเทพระบุว่าไม่เป็นความจริงเช่นกัน
นายปานเทพระบุว่า การพูดในลักษณะดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหาย จึงเป็นเหตุให้นายสนธิตัดสินใจดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาท
ยืนยัน “เจ๊อ้อย” เคยให้สัมภาษณ์
เมื่อถูกถามถึงความเสียหาย นายปานเทพระบุว่า การกระทำดังกล่าวทำให้สังคมมองนายสนธิในแง่ร้าย ว่าดำเนินการเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว และต้องการยุแยงให้เจ๊อ้อยเกิดคดีความ เพื่อนำไปสู่การเรียกร้องเงินในทางใดทางหนึ่ง
นายปานเทพยืนยันว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริงและเป็นการกล่าวหาอย่างเลื่อนลอย
พร้อมกล่าวถึงกรณีเจ๊อ้อยว่า เคยให้สัมภาษณ์ที่บ้านพระอาทิตย์อย่างละเอียดแล้ว โดยระบุว่าสิ่งที่นายษิทราพูดไม่เป็นความจริง และเจ๊อ้อยเป็นฝ่ายร้องขอให้บ้านพระอาทิตย์และนายสนธิเข้ามาช่วยเหลือเอง ขณะที่นายสนธิไม่เคยเรียกร้องเงินหรือค่าตอบแทนใด ๆ
คดีดังกล่าวอยู่ในขั้นตอน ไต่สวนมูลฟ้อง โดยคำกล่าวอ้างของทั้งสองฝ่ายยังเป็นข้อโต้แย้งในกระบวนการศาล
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: PPTV HD 36 / นายษิทรา เบี้ยบังเกิด / นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
#ษิทราเบี้ยบังเกิด #ทนายตั้ม #สนธิลิ้มทองกุล #ปานเทพพัวพงษ์พันธ์ #หมิ่นประมาท #ศาลอาญา #ไต่สวนมูลฟ้อง #ข่าวด่วน #วิหคนิวส์

