เรื่องฮอต ประเด็นฮิต » #ตำรวจสรุปสำนวนส่งฟ้อง “เปรมชัย” กับพวก 9 ข้อหา

#ตำรวจสรุปสำนวนส่งฟ้อง “เปรมชัย” กับพวก 9 ข้อหา

13 March 2018
147   0

“ศรีวราห์”เผยคดีเสือดำทุ่งใหญ่นเรศวร ครบถ้วนทั้งพยานหลักฐาน ตำรวจสรุปสำนวนส่งฟ้อง “เปรมชัย” พร้อมพวก 9 ข้อหา เว้นข้อหาทารุณกรรมสัตว์แล้ว ขณะที่อัยการลั่น หลังจากนี้จะเร่งรัดการทำสำนวนในทุก 7 วัน เพื่อให้การทำสำนวนมีความเห็นในการสั่งคดีให้เร็วที่สุด


วันนี้(13 มี.ค.)ที่สำนักงานอัยการจังหวัดทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. พร้อมพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ นำสำนวนคดีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทยดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวกรวม 4 คน ล่าสัตว์ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ส่งมอบให้กับนางสมศรี วัฒนไพศาล อธิบดีอัยการภาค7 และนายทนง ตะภา อัยการจังหวัดทองผาภูมิ


พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ขณะนี้สำนวนมีความสมบูรณ์ เรียบร้อยครบถ้วนทั้งพยานหลักฐาน สามารถสั่งฟ้องนายเปรมชัย พร้อมพวก ต่อพนักงานอัยการจังหวัดทองผาภูมิได้ทั้ง 9 ข้อหา ที่เกี่ยวข้องกับการล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ส่วนการตรวจซากสัตว์ ชิ้นเนื้อ และวัตถุพยานอื่นๆ ทางกรมอุทยานฯได้ส่งรายงานเบื้องต้นมาแล้ว ทั้งเรื่องของดีเอ็นเอบนเขียง มีด ได้นำไปรวมกับสำนวนเรียบร้อยแล้ว
ส่วนกรณีที่มีรายงานว่า นายเปรมชัย จะเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาก่อนกำหนด ที่ บก.ปทส. รองผบ.ตร. กล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับรายงานจากพนักงานสอบสวน แต่ถ้าประสงค์จะเดินทางมาก่อนก็สามารถกระทำได้

รองผบ.ตร. กล่าวว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนมีการสอบปากคำพยาน ทั้งสิ้น 51 ปาก ส่งหลักฐานและวัตถุพยานไปตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ 28 รายการ จำนวน 225 ชิ้น เอกสารสำนวน 2 แฟ้ม รวมทั้งสิ้น 857 แผ่น
“พนักงานสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ทำสำนวนเพียง36 วันก็ สามารถมีความเห็นสั่งฟ้องให้กับพนักงานอัยการได้ มั่นใจในพยานหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์ 99 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 1 เปอร์เซนต์ รอหลักฐานบางส่วนเล็กๆ น้อยๆ จากทางกรมอุทยานฯ”
สำหรับคดีนี้ นายวิเชียร ชินวงษ์ เป็นผู้กล่าวหา มีนายเปรมชัย กรรณสูต นายยงค์ โดดเครือ นางนที เรียมแสน และนายธานี ทุมมาศ เป็นผู้ต้องหาที่ 1 – 4 ตามลำดับ ในข้อหา“พนักงานสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ทำสำนวนเพียง36 วันก็ สามารถมีความเห็นสั่งฟ้องให้กับพนักงานอัยการได้ มั่นใจในพยานหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์ 99 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 1 เปอร์เซนต์ รอหลักฐานบางส่วนเล็กๆ น้อยๆ จากทางกรมอุทยานฯ”
สำหรับคดีนี้ นายวิเชียร ชินวงษ์ เป็นผู้กล่าวหา มีนายเปรมชัย กรรณสูต นายยงค์ โดดเครือ นางนที เรียมแสน และนายธานี ทุมมาศ เป็นผู้ต้องหาที่ 1 – 4 ตามลำดับ ในข้อหา
1.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
2.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
3.ร่วมกันล่าและพยายามล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
4.ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากของสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ี
5.ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับไว้ด้วยประการใด ซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยการกระทำความผิด
6.ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากของสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
7.ร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
8.ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
9.ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน
10.ร่วมกันกระทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์ โดยไม่มีเหตุอันสมควร
เหตุเกิดระหว่างวันที่ 4-6 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ตำบลชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ชั้นสอบสวนพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาที่ 1 ถึง 9 แก่ผู้ต้องหาทั้งสี่แล้ว ผู้ต้องหาทุกคนให้การปฎิเสธ ส่วนข้อกล่าวหาที่ 10 พนักงานสอบสวนไม่ได้แจ้งข้อกล่าวกับผู้ต้องหาทั้งสี่

พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนเสนอพนักงานอัยการ เสนอเห็นควรสั่งฟ้อง นายเปรมชัย กรรณสูต ผู้ต้องหาที่ 1 ข้อหาที่ 1 ถึง 8 และเห็นควรสั่งฟ้อง ในข้อหาที่ 9 เฉพาะข้อหาพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร ส่วนข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เห็นควรสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากอาวุธปืนของกลางเป็นของนายเปรมชัย กรรณสูต ผู้ต้องหาคนที่ 1 ที่ได้รับใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองโดยชอบตัวกฎหมาย

เห็นควรสั่งไม่ฟ้อง นายเปรมชัยฯ ผู้ต้องหาที่ 1 ในข้อหาร่วมกันกระทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์ โดยไม่มีเหตุอันสมควร เพราะเห็นว่า การกระทำไม่เป็นความผิดตามกฏหมาย
เห็นควรสั่งฟ้องนายยงค์ โดดเครือ ผู้ต้องหาที่ 2 นางนที เรียมแสน ผู้ต้องหาที่ 3 และนายธานี ทุมมาศ ผู้ต้องหาที่ 4 ตามข้อกล่าวหาที่ 1 ถึง 9 ทุกข้อกล่าวหา และเห็นควรสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาที่ 2 ถึง 4 ในข้อหาร่วมกันการะทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์ โดยไม่มีเหตุอันสมควร เพราะเห็นว่าการกระทำไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย

ด้าน นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนทั่วไป ผู้ต้องหาเป็นผู้มีชื่อเสียงในสังคม สื่อมวลชนติดตามและนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง และกลุ่มองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองพิทักษ์สัตว์ป่าและทรัพยากรธรรมชาติ ได้ติดตามการดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นคดีสำคัญ เพื่อให้การพิจารณาคดีนี้เป็นไปโดยรอบคอบ รวดเร็วและโปร่งใส นางสมศรี วัฒนไพศาล อธิบดีอัยการภาค 7 จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อร่วมกันพิจารณาดำเนินคดีนี้ ประกอบด้วย นายสมเจตน์ อำนวยสวัสดิ์ อัยการพิเศาฝ่ายคดีอาญา2 ภาค 7 เป็นหัวหน้าคณะทำงาน , นายทนง ตะภา อัยการจังหวัดทองผาภูมิ คณะทำงาน , พ.ต.ท.อำนาจ สุจริตชัย รองอัยการจังหวัดกาญจนบุรี คณะทำงาน และนายกฤษฎา ชูโต รองอัยการจังหวัดทองผาภูมิ คณะทำงานและเลขานุการ
เมื่อคณะทำงานพิจารณาและมีความเห็นเสนออธิบดีอัยการภาค 7 มีคำสั่งทางคดีเรียบร้อยแล้ว สำนักงานอัยการสูงสุดจะได้แถลงให้ทราบในโอกาสต่อไป
วันนี้พนักงานสอบสวนไม่ได้ส่งผู้ต้องหาทั้ง 4 มาพร้อมสำนวน เนื่องจากผู้ต้องหาได้มีการฝากขังไว้ที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิแล้ว ตามคดีหมายเลขดำที่ ฝ.34/2561 โดยจะครบฝากขังครั้งที่ 4 ในวันที่ 25 มีนาคม 2561
ด้านนางสมศรี วัฒนไพศาล อธิบดีอัยการภาค 7 กล่าวว่า หลังจากนี้ทางอัยการจะเร่งรัดการทำสำนวนในทุก 7 วัน เพื่อให้การทำสำนวนมีความเห็นในการสั่งคดีให้เร็วที่สุด แต่หากมีการต้องให้พนักงานสอบสวนสอบเพิ่ม ก็จะมีการประสานข้อมูลกันเพื่อให้การทำงานมีความรวดเร็ว ส่วนเรื่องรายละเอียดในสำนวนยังไม่สามารถเปิดเผยได้ พร้อมยืนยัน การทำงานของอัยการต่อจากนี้ จะดำเนินการอย่างถูกต้อง โปร่งใส รวดเร็ว สามารถตรวจสอบได้

Cr.mgronline