ข่าวประจำวัน » #ตร.แจ้งข้อหา-คุมตัวฝากขัง “อ.สมเกียรติ” คดีพันธมิตรฯ บุกเอ็นบีที ย้อนหลังป10ปี

#ตร.แจ้งข้อหา-คุมตัวฝากขัง “อ.สมเกียรติ” คดีพันธมิตรฯ บุกเอ็นบีที ย้อนหลังป10ปี

14 February 2018
75   0

MGR – ตำรวจสุทธิสารออกหมายเรียก “สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์” ข้อหามั่วสุม 10 คนขึ้นไป ก่อความวุ่นวายคดีพันธมิตรฯ บุกสถานีโทรทัศน์ NBT ปี 51 ก่อนนำตัวฝากขัง อ้างยังสอบสวนไม่เสร็จ ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขัง ขณะที่ญาติยื่นหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินมูลค่า 1.7 ล้าน ศาลอนุญาตให้ประกัน

ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก วันนี้ (13 ก.พ.) ร.ต.อ.ศรายุทธ์ สันทัด พนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ได้ควบคุมตัวนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อายุ 67 ปี แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ผู้ต้องหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 13-24 ก.พ. 2561 ซึ่งผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่ 22-25 ส.ค. 2551 กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ แขวงและเขตดุสิต กทม. ซึ่งมี พล.ต.จำลอง ศรีเมือง กับพวกเป็นแกนนำได้พูดปราศรัยบนเวทีเพื่อขับไล่รัฐบาลที่มีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี และวันที่ 26 ส.ค. 2551 ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ พล.ต จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ ได้พูดกับกลุ่มผู้ชุมนุมว่า “วันนี้เราจะไป NBT, กระทรวงการคลัง, กระทรวงคมนาคม, กระทรวงเกษตรฯ, กระทรวงพลังงาน จะไปเพื่อไม่ให้ข้าราชการทำงาน” ซึ่งในเวลาประมาณ 05.00 น.เศษ ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งเชื่อว่าเป็นกลุ่มพันธมิตรฯ ได้ร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ และพนักงานรักษาความปลอดภัยที่อยู่บริเวณทางเข้าออกด้านหน้ากับบริเวณประตูรั้วด้านหลังของสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) โดยมีมีด, ปืนพกเป็นอาวุธ โดยเจตนาก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง แล้วบุกรุกเข้าไปในสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในความครอบครองของผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และได้ข่มขืนใจเจ้าหน้าที่ของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย, เจ้าหน้าที่วิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรือเสรีภาพของเจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องหยุดทำงาน หยุดการออกอากาศรายการวิทยุและโทรทัศน์ และออกจากอาคารสำนักงานด้วยความกลัว นอกจากนี้ยังได้ทำลายทรัพย์สินภายในอาคารได้รับความเสียหาย โดยในฐานะหนึ่งในแกนนำผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ ได้สลับกันพูดบนรถบรรทุกติดเครื่องขยายเสียงดัดแปลงเป็นเวทีปราศรัยที่จอดอยู่พูดโจมตีรัฐบาลและสั่งการต่อกลุ่มผู้ชุมนุมว่าต้องยึดสถานีโทรทัศน์ NBT ให้ได้ และในวันเดียวกันเวลา 08.00 น.เศษ กลุ่มผู้ชุมนุมได้ร่วมกันพังประตูรั้วเหล็กกั้นทางเข้าออก ด้านหน้าติดกับถนนวิภาวดี-รังสิต จนพังลงมา จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่ด้านนอกจำนวนมากโดยบางคนมีอาวุธได้บุกรุกเข้าไปในบริเวณสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย โดยมี น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก ผู้ต้องหาที่ 86, นายภูวดล ทรงประเสริฐ ผู้ต้องหาที่ 87, นายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที ผู้ต้องหาที่ 88, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ผู้ต้องหาที่ 89, นายชิติพัทธ์ หรือสนชัย ลิ้มทองกุล ผู้ต้องหาที่ 90 และนายอมร อมรรัตนานนท์ ผู้ต้องหาที่ 91 เป็นหัวหน้า หรือผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำดังกล่าวและเป็นหนึ่งในจำนวนของผู้บุกรุกเข้าไปด้วยจากนั้นกลุ่มผู้บุกรุกได้ทุบทำลายประตูกระจกแล้วเข้าไปในอาคารสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย โดยมีนายชิติพัทธ์ หรือสนชัย ลิ้มทองกุล ผู้ต้องหาที่ 90 เป็นหัวหน้าสั่งการกลุ่มผู้บุกรุกดังกล่าว โดยบางส่วนเข้าไปในอาคารสถานีวิทยุกระเสียงแห่งประเทศไทยและบางส่วนกระจายอยู่ที่ถนน สนามหญ้า และรอบๆ อาคารภายในบริเวณของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย โดยมี น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก ผู้ต้องหาที่ 86, นายภูวดล ทรงประเสริฐ ผู้ต้องหาที่ 87, นายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที ผู้ต้องหาที่ 88, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ผู้ต้องหาที่ 89 และนายอมร อมรรัตนานนท์ ผู้ต้องหาที่ 91 พูดปราศรัยและสั่งการเป็นระยะๆบนรถบรรทุกติดเครื่องขยายเสียงดัดแปลงเป็นเวทีปราศรัยซึ่งขับเคลื่อนเข้าไปภายในบริเวณของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จนกระทั่งเวลาประมาณ 17.00 น.ของวันที่ 26 ส.ค. 2551 จึงได้ถอนตัวกลับออกไป ผู้กล่าวหาจึงได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีต่อผู้ต้องหาในความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิดนั้น, ซ่องโจร, ร่วมกันบุกรุกเข้าไปในสำนักงานในความครอบครองของผู้อื่น โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธและร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป, ร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป โดยมีอาวุธข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำนนต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อร่างกาย เสรีภาพ หรือทรัพย์สินของผู้นั้นหรือของผู้อื่น,ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 210, 215, 309, 358 และ 365

อนึ่ง ผู้ต้องหาที่ 1-85 อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เหตุเกิดที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระเสียงแห่งประเทศไทย ถนนวิภาวดี-รังสิต แขวงและเขตดินแดง กทม.

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนยังระบุว่าได้สอบสวนผู้ต้องหาไว้แล้ว โดยผู้ต้องหาขอเสนอพยานหลักฐานเพื่อต่อสู้คดีภายในกำหนดเวลา 30 วัน ทำให้การสอบสวนไม่เสร็จสิ้น และเป็นกรณีที่ผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก แต่พนักงานสอบสวนเห็นว่ามีเหตุที่จะออกหมายขังผู้ต้องหา ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 วรรคท้าย จึงได้นำตัวผู้ต้องหามาศาลเพื่อขอหมายขัง ด้วยความจำเป็นดังกล่าวจึงขอฝากขังผู้ต้องหานี้ไว้ระหว่างการสอบสวนมีกำหนด 12 วัน ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขัง

ต่อมานายสมเกียรติได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินมูลค่า 1.7 ล้านบาท ขอประกันตัวระหว่างต่อสู้คดี ต่อมาเวลา 16.00 น. ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัว โดยตีราคาประกัน 3 แสนบาท โดยนายสมเกียรติได้เดินทางกลับทันที

สำนักข่าววิหคนิวส์