ข่าวประจำวัน » อาชญากรรม » #ปปง.คืนเงิน1.6ล้านให้เหยื่อแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์11ราย

#ปปง.คืนเงิน1.6ล้านให้เหยื่อแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์11ราย

12 January 2018
171   0

ปปง.ส่งมอบเงิน 1.6 ล้านบาท ให้เหยื่อแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ 11 ราย เตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อ ด้าน ที่ปรึกษา ตร. ยังไม่สรุป คดี “ณิชา” เหยื่อแก๊งคอลเซนเตอร์หรือไม่

นายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการกองคดี 1 เป็นผู้แทนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ร่วมกับผู้แทนธนาคารหลายแห่ง ส่งมอบเงินของผู้เสียหาย 5 ราย ที่เจ้าหน้าที่สามารถยับยั้งการถอน จากแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ได้ รอบที่ 2 จำนวน 316,000 บาท มอบให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เป็นตัวแทนรับมอบ ขณะที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มอบเงินคืนให้กับผู้เสียหายอีก 6 ราย รวมวันนี้ส่งมอบเงินคืนจำนวน 11 ราย มูลค่ารวม 1,641,000บาท

นายพีระพัฒน์ กล่าวว่า หากประชาชนที่ถูกแก๊งค์มิจฉาชีพ โทรศัพท์ มาหลอกลวง ให้รีบแจ้งไปยัง ศปก.ปปง. สายด่วน 1710 โดยเร็วที่สุด เะอจะได้สามารถระงับยับยั้งการถอนเงินของกลุ่มมิจฉาชีพได้ทันท่วงที โดยเฉพาะการหลอกลวงรูปแบบปลอมแปลงหมายศาล โดยอ้างว่าผู้เสียหายเกี่ยวข้องยาเสพติด หรือฟอกเงิน หากต้องการแสดงความบริสุทธิ์ต้องนำหลักฐาน อาทิ ฉโนดที่ดิน บ้าน รถ สมุดบัญชีธนาคาร จึงขอแนะนำให้ประชาชน หาเจอในลักษณะนี้ ให้รีบสอบถามโดยตรงที่ศาล หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่มิจฉาชีพอ้างถึง หรือติดต่อมายังสำนักงาน ปปง.1710 พร้อมกันนี้ยังได้ขอให้คนรอบข้าง ให้กำลังผู้เสียหาย เนื่องจากเขาไม่ได้กระทำผิดไม่ควรไปซ้ำเติมจะทำให้ผู้เสียหาย ไม่กล้าที่จะเปิดเผยข้อมูล

ด้าน พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผย กรณีที่นางสาวณิชา เกียรติธนไพบูลย์ ผู้ต้องหาในคดีรับจ้างเปิดบัญชีให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ทำบัตรประจำตัวประชาชนหาย ว่า ยังไม่อยากให้ด่วนสรุปในเรื่องดังกล่าวว่า นางสาวณิชาเป็นผู้บริสุทธิ์หรือเป็นผู้กระทำความผิด แต่ยืนยันว่าการที่นางสาวณิชาตกเป็นผู้ต้องหา เนื่องจากไม่ยอมมารายงานตัวตามหมายเรียกของตำรวจครบ 2 ครั้ง พนักงานสอบสวนจึงต้องปฏิบัติตามขั้นตอนระเบียบปฏิบัติของกฎหมาย ที่ต้องออกหมายจับในข้อหารับจ้างเปิดบัญชี

ทั้งนี้ต้องรอการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ก่อนจึงจะสามารถสรุปได้ ส่วนกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า ธนาคารที่รับเปิดบัญชีมีความประมาทเลินเล่อนั้น นายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการกองคดี 1 ปปง. เปิดเผยว่าขณะนี้ทางสำนักงาน ปปง.ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งตามระเบียบปฏิบัติสำนักงาน ปปง. มีกฎหมายให้ธนาคารตรวจสอบประวัติของลูกค้าที่มาเปิดบัญชีทุกครั้ง ทั้งก่อนเปิดและหลังจากเปิดบัญชีไปแล้ว ซึ่งหากไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนจะถูกลงโทษปรับตามเงื่อนไขของ ปปง. สูงสุดถึง 1 ล้านบาท

นอกจากนี้สำนักงาน ปปง. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบตามธนาคารต่างๆแล้ว 3 แห่ง และจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบเพิ่มเติมอีก 4 แห่งเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานที่เป็นเอกสารและภาพจากกล้องวงจรปิดของทุกธนาคารที่มีการเปิดบัญชีตามที่เป็นปัญหา โดยภายหลังจากได้ข้อมูลแล้วจะนำเรื่องเข้าคณะกรรมการตรวจสอบว่า ธนาคารต่างๆมีความประมาทเลินเล่อหรือละเลยเงื่อนไขของสำนักงาน ปปง. หรือไม่ ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวต้องใช้เวลาในการตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมกับธนาคารต่างๆด้วย โดยในวันที่ 15 มกราคมนี้ จะประชุมธนาคาร 36 แห่งเพื่อกำชับถึงเงื่อนไขและนโยบายของสำนักงานปปง.ในการป้องกันการรับจ้างเปิดบัญชี

Cr.inn

สำนักงานวิหคนิวส์