ข่าวประจำวัน » เศรษฐกิจ » #เจ้าสัวธนินท์ ผุดโมเดล “เมืองเกษตรซีพี” ผลิต-ขายครบวงจร

#เจ้าสัวธนินท์ ผุดโมเดล “เมืองเกษตรซีพี” ผลิต-ขายครบวงจร

9 January 2018
676   0

ไม่บ่อยครั้งนักที่จะปรากฏตัวให้สัมภาษณ์กับสื่ออย่างเป็นกันเองแต่หลังร่วมเป็นประธานมอบที่ดินให้ข้าราชการตำรวจ ที่เข้าร่วมโครงการหมู่บ้านเกษตรสันติราษฎร์ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี เมื่อ 4 ม.ค. 2561 เจ้าสัว “ธนินท์ เจียรวนนท์” ประธานกรรมการอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ได้ให้มุมมองแนวโน้มเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย แนวคิดการทำเกษตรโมเดลใหม่ รวมทั้งทิศทางการดำเนินธุรกิจของเครือ CP รองรับการปรับเปลี่ยนของโลก

พลิกธุรกิจรับมือโลกเปลี่ยน

“ธนินท์” เริ่มเล่าว่า อดีตในสหรัฐอเมริกา เด็กอัจฉริยะอยากไปทำงานธนาคาร ในบริษัทใหญ่ ๆ แต่วันนี้จะไปเป็น startup เป็นเถ้าแก่น้อย “โลกมันเปลี่ยน” แล้ว นักเรียนไทยก็เริ่มเปลี่ยนเช่นกัน ต่อไปแรงงานจะเหลือ 1% ถ้าไม่เหลือ 1% แสดงว่าประเทศนี้ยังยากจน คนในอาชีพเกษตรกรจะเหลือ 1% ธุรกิจจะเกิดใหม่ในยุค 4.0 CP เองต้องเปลี่ยนให้ทัน ถ้าตามไม่ทัน CP ก็เปลี่ยนแปลงได้เหมือนกัน คือถูก “ยุบ” ได้เลย

โมเดลเมืองเกษตร CP

“ผมกำลังศึกษาโมเดลธุรกิจที่จะสร้างเมืองขนาดใหญ่ ประชากร 3-4 แสนคนมาอยู่รวมกัน โดยคนที่อยู่ในเมืองนี้สามารถทำธุรกิจเลี้ยงตัวเองได้ ทั้งปลูกพืชเกษตร ทำปศุสัตว์ โดยซีพีจะเข้าไปรับซื้อผลผลิต ผมศึกษาตัวอย่างจากเมืองเชียงใหม่ และโคราช ยกตัวอย่าง มีประชากร 3-4 แสนคน คนที่อาศัยอยู่รอบนอกก็มาใช้บริการ การสร้างโมเดลเมืองลักษณะนี้ต่อ 1 จุด ต้องใหญ่ หากประชากรน้อยไป เป็นเมืองขนาดเล็กอยู่ไม่ได้ การจะสร้างโมเดลลักษณะนี้จึงต้องมีจำนวนคนถึงระดับหนึ่ง ธุรกิจถึงเกิดได้”

“โมเดลใหม่จะเป็นเมืองขนาดใหญ่ สมมุติที่ดินรวมกันได้ 1,000 ไร่ เคยปลูกพืชขายผลผลิตได้ 1,000 บาทไม่ต้องมาปลูกเอง ผมรับจ้างปลูกให้โดยการันตีว่าได้เงิน 1,200 บาท ถ้าผลผลิตเสียหาย ผมรับผิดชอบ และให้รัฐบาลการันตีว่า ที่ดินแปลงนี้ยังเป็นของคุณ”

“แนวคิดอย่างนี้เกษตรกรเอาแน่ ผมทำโครงการเลี้ยงไก่ไข่ 3 ล้านตัว ที่เขตผิงกู่ กรุงปักกิ่ง ในจีน สำเร็จมาแล้ว”

CP ผลิตขายครบวงจร

“CP เก่งเรื่องเกษตร การทำโครงการลักษณะนี้ CP ได้ประโยชน์ แต่เกษตรกรต้องได้ก่อน ต้องรับผิดชอบให้เกษตรกรมีกำไรเลี้ยงครอบครัวได้ พร้อมทั้งต้องคืนเงินต้น คืนดอกเบี้ยให้ธนาคารได้ มีโอกาสขยายการปลูก ถึงเรียกว่า ยั่งยืน”

“ธนินท์” บอกว่า เกษตรกรขาด 3 เรื่อง 1.ขาดเงินทุน 2.ไม่มีความรู้ ไม่มีเทคโนโลยี 3.ไม่มีตลาด เรามีเงิน มีเทคโนโลยี แต่ไม่มีตลาดก็ล้มอีก ผลิตสินค้าแล้วไปขายให้ใคร หรือซื้อราคาถูก แล้วจะไปคืนเงินต้น คืนดอกเบี้ย มีกำไรได้อย่างไร CP จึงต้องรับผิดชอบ

“คิดว่าต่อไปเมืองในประเทศไทยจะกระจายไม่ได้ กระจายไป รัฐบาลก็ขาดทุน คนก็อยู่ไม่ได้ เพราะทุกคนต้องมีรถ แล้วรัฐบาลสร้างถนนไปไกล ต้องมีไฟฟ้า น้ำประปา แต่คนอยู่อาศัย 2 ข้างทางน้อย การค้าไม่เกิด”

“อย่าไปคิดว่า ผมต้องไปสร้างอะไรแล้วมาขายอะไร ต่อไปยุค 4.0 การสร้าง GDP เกิดขึ้นโดยผมบริการคุณ คุณบริการผม ร้านค้ามีรายได้ เถ้าแก่น้อยก็มีรายได้ เงินจะหมุนเวียน ผมเชื่อมั่นว่าสินค้าเกษตร ประเทศไทยพืชอะไรปลูกในเมืองไทยได้หมด ผลผลิตที่ได้จะหอม อร่อยกว่าประเทศอื่นในอาเซียน แต่จะไปถึงจุดนั้นได้ ต้องรีบทำ”

EEC ดัน GDP 7.8%

EEC (ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก) ถ้าเกิดจะทำให้เศรษฐกิจเมืองไทยเติบโตขึ้น 7-8% แต่ต้องมีกฎหมายรองรับ ดึงเอาคนเก่งในโลกนี้มาช่วยสร้างคนไทย ให้เก่งขึ้น รัชกาลที่ 5 ยังใช้อังกฤษมาสร้างทหาร ใช้เยอรมันมาสร้างกฎหมาย วันนี้เมืองไทยเราเนื้อหอมคนทั่วโลกที่มาอยู่เมืองไทย

1.EEC ต้องทำให้สำเร็จ รวม 3 จังหวัด (ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา) ใหญ่กว่าประเทศสิงคโปร์ แต่ละจังหวัดมีพื้นที่ริมทะเล มีอุตสาหกรรมที่ทำไว้ในยุคป๋าเปรม (พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์) ต่อยอดไปอีก นำธุรกิจ 4.0 มาใส่

2.ออกกฎหมายให้สอดคล้องกับนโยบาย 4.0 รัฐบาลต้องกล้าหาญ

3.ผมอยากเสนอเรื่องระยะเวลาเช่าที่ดินใน EEC ที่จะกำหนดให้ 99 ปีแล้ว มีคนออกมาคัดค้านว่า ขายชาติ อยากให้พิจารณาว่า คนที่เข้ามาลงทุน ไม่สามารถขนอะไรกลับไปได้ มันไม่ได้เสียหายอะไรนักลงทุนมาสร้างงาน มาสร้างโอกาสให้เมืองไทย ทำไมไม่ให้เช่า 99 ปีเต็มเลย นักลงทุนก็ถือว่าซื้อขาดแล้ว ไม่รู้กี่ชั่วคนก็พอใจ แต่รัฐบาลชุดนี้กลัวก็เลยจะทำให้เช่า 50 ปีก่อน แล้วต่อสัญญาเช่าอีก 49 ปี ไม่ให้ถูกโจมตี

แก้ปัญหาสินค้าเกษตรตกต่ำ

“เรื่องแก้ปัญหาเกษตร รัฐบาลควรดูว่า อะไรเกินก็ปลูกให้น้อยลง อะไรที่ขาดก็ปลูกทดแทน เช่น มะพร้าว ทุเรียน กล้วยหอม ราคาดี ตลาดยังต้องการก็ส่งเสริมให้ปลูก”

“สำหรับยางพาราเชื่อว่าล้นตลาดเพียงชั่วคราว เพราะน้ำมันจะราคาถูกอีกไม่นานต้องราคาขึ้น ถ้าผลิตน้ำมันน้อยลง “ยางเทียม” ก็น้อยลง จะหันมาใช้ยางธรรมชาติ ราคายางจะกลับมาดีขึ้น แต่พื้นที่ปลูกที่ไม่เหมาะสม บางพื้นที่ปลูกแล้วมีรายได้น้อย น่าเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่น เช่น ทุเรียน มะพร้าว ขายตรงกับผมเลย แต่ CP จะถูกพ่อค้าคนกลางด่าผม แต่ผมต้องช่วยเกษตรกรคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่ไปช่วยคนกลาง”

ในรัศมี 30 ตารางกิโลเมตรของพื้นที่สวนยาง ผมจะสร้างโรงงานยางแท่ง 1 โรงงาน จะมีผู้เชี่ยวชาญสอนกรีดยาง รักษายางให้ได้คุณภาพ

ภาพรวมเศรษฐกิจไทย

“ผมมีความเชื่อมั่นรัฐบาลชุดนี้ อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะไม่ต่ำกว่า 4% และมีโอกาสเกินกว่า 4% ถ้าทำนโยบายด้านการเกษตรให้ถูกต้อง ผมมองเมืองไทยเต็มไปด้วยโอกาส เพียงแต่อยู่ที่นโยบายรัฐบาล วันนี้นโยบายทางด้านเศรษฐกิจของไทยกับของโลก ของเราใช้ได้แล้ว เห็นได้จากกรุงเทพฯมีความคึกคัก แต่ต่างจังหวัดยังมีเรื่องราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ แต่เชื่อว่าการปรับคณะรัฐมนตรี แล้วให้รองนายกฯสมคิด (นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์) ดูแลทั้งเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ ครบวงจรจะเอื้อกันแล้ว ผมมีความหวังมาก เพราะชอบมองโลกในแง่ดี และคิดว่าคงไม่ผิดพลาด”

ค่าเงินบาทแข็งส่งออกลำบาก

“วันนี้ค่าเงินบาทแข็งเกินไปแล้วทำให้ส่งออกลำบาก ควรอ่อนกว่านี้ ผมแนะนำว่าควรใช้เงินบาทซื้อเงินดอลลาร์ รับรองค่าเงินดอลลาร์ต้องแข็งขึ้น ยิ่งเศรษฐกิจอเมริกาดีขึ้นเงินจะไหลเข้าอเมริกา เพราะดอลลาร์แข็งค่าขึ้น เราใช้เงินบาทที่สูงไปซื้อเงินดอลลาร์ที่ต่ำ เมื่อดอลลาร์แข็งค่าถึงตอนนั้นเราก็เอาเงินดอลลาร์ที่สูงขายกลับมา ซื้อบาทคืน ได้ทั้งขึ้นทั้งล่องค่าเงินบาทอ่อนลงทำให้การส่งออกดีขึ้น แต่ผมอาจจะคาดการณ์ผิดก็ได้นะ”

Cr.ประชาชาติธุรกิจ

สำนักข่าววิหคนิวส์