ไทยโพสต์ – ‘แก้วสรร’ ฟาดโซเชียลปั่น ‘หนูร้อยศพ’ แนะรัฐเร่งจัดการแบบมีระบบ ไม่ใช่ป้ายแพะ
อาจารย์แก้วสรร เห็นพาดหัวโจมตีนายกฯ แรงเกินเหตุ ชี้ไม่ช่วยแก้ปัญหา แนะรัฐบาลเร่งเดินหน้าเรื่องจำเป็น เช่นสอบสวนเหตุอุทกภัย-ทำสมุดปกขาว-พัฒนาระบบเตือนภัยจุลภาค เพื่อให้หาดใหญ่รับมือภัยได้จริง
29 พฤศจิกายน 2568 – นายแก้วสรร อติโพธิ เผยแพร่บทความเรื่อง “หนู..ร้อยศพ ???”
มีเนื้อหาดังนี้ถาม ทำไมไปเรียก นายกฯหนู เขาอย่างนี้ตอบ ผมไม่ได้เรียก แต่ไปเห็นพาดหัวในโซเชียลรายหนึ่งชื่อ TOP TALK มีคุณต้นสัมภาษณ์อาจารย์สมชัย ที่เสนอให้นายกหนูแสดงสปิริตลาออก ด้วยเหตุรับมืออุทกภัยหาดใหญ่ไม่ได้ทั่นท่วงทีจนคนตายเป็นร้อย ซึ่งข้อเสนอนี้ก็เป็นความเห็นที่พูดคุยกันได้เป็นธรรมดา แต่ที่เล่นพาดหัวว่า“หนู..ร้อยศพ !!”เลยนั้น ผมเห็นแล้วมันรับไม่ได้จริงๆ

จึงขอเอามาถามกันกลางวงนี้ก่อนว่า ถ้าคุณเป็นคนชื่ออนุทิน ควรใช้สิทธิฟ้องร้องสื่อตัวนี้ให้เป็นตัวอย่าง เพื่อยกมาตรฐานสื่อโซเชียลไทยขึ้นมาบ้าง จะดีหรือไม่ครับ?ถาม บุคคลสาธารณะ ต้องอดทนเปิดรับยอมรับคำวิพากษ์วิจารณ์นะอาจารย์ตอบ พาดหัวอย่างนี้ มันถึงขั้น “ทำร้าย”แล้วนะคุณ มันเกินเลยมาตรฐานสื่อไปมากเลยทีเดียว
ทำไมคราวเกิดสึนามิเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน เราไม่เรียกนายกฯว่า “ทักษิณ พันศพ”บ้างล่ะครับถาม สึนามิคราวโน้น มันเหมือนกับ อุทกภัยหาดใหญ่คราวนี้หรือครับ
ตอบ สึนามิมันเฉียบพลันกว่ามาก มาเร็วไปเร็ว ปัญหาอยู่ที่รู้ทันแล้วอพยพทันหรือไม่ แต่อุทกภัยฟ้ารั่วห้าวันห้าคืนอย่างหาดใหญ่นี่ เราก็เลยรู้สึกกันว่ามันน่าจะรู้ทันแล้วช่วยได้ทันมากกว่าสึนามิ ข้อนี้เป็นที่เข้าใจได้ถาม เป็นความรู้สึกที่สมเหตุผลไหมครับ
ตอบ ต้องตอบด้วยการสอบสวน ที่ญี่ปุ่นนั้นทุกครั้งที่มีอุบัติภัย เขาจะสอบสวนทั้งสาเหตุและการจัดการแล้วจบด้วยการประเมินผลกับข้อเสนอแนะที่ต้องแก้ไขปรับปรุง แล้วเผยแพร่เป็น “สมุดปกขาว” รายงานทุกภาคส่วนทุกครั้งไป บ้านเมืองเขาจึงพัฒนาใช้ความคิดความรู้ จัดการอุบัติภัยต่างๆได้ถาม นายกฯอนุทิน ควรสั่งให้ทำสมุกปกขาวอย่างนั้นบ้างไหมครับ
ตอบ ต้องทำ..ต้องทำให้ได้ หาดใหญ่เป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญ ต้องฟื้นฟูความมั่นใจในการรับภัยคืนมาให้ได้ ภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลงไปมากอย่างเป็นการถาวรเสียด้วย อะไรที่ต้องรื้อ ต้องทำใหม่ ทั้งทางเดินของน้ำ การตั้งรกรากและการพัฒนาที่ผิดทำเล ระบบติดตามและเตือนภัย เลยไปถึงอาคารอยู่อาศัยที่รับภัยได้ดีกว่าเดิม ทั้งหมดนี้รัฐบาลต้องสั่งการให้เกิดขึ้นเร็วที่สุดถาม อะไรที่ไม่ทำไม่ได้เลย
ตอบ ผมเห็นว่าข้อเสนอของ อาจารย์ ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา อดีตผู้อำนวยการ GISDA ที่ให้ลงทุนสร้างโครงข่ายระบบเตือนอุทกภัยภัยขึ้นมาใหม่ ให้ครอบคลุมลงไปถึงระดับจุลภาค ทราบและประมาณปริมาณฝน เจาะจงถึงระดับตำบลระดับอำเภอได้นั้น จำเป็นมากจริงๆ ไม่ใช่พยากรณ์และเตือนได้แค่ระดับมหภาค บอกเป็นฝนตกในภาคใต้ตอนบน,ภาคใต้ตอนล่าง, กรุงเทพมหานคร เช่นทุกวันนี้ อย่างนี้มันเป็นแค่คำบอกเล่าเท่านั้น ถาม ถ้ามีระบบจุลภาคแบบนี้ เราก็เตือนภัยและอพยพชาวหาดใหญ่ได้ทันหรือครับ
ตอบ ต้องมีโปรแกรมทั้งภูมิอากาศ และภูมิประเทศ มาประกอบกันจนเห็นเป็นระดับภัยที่ต้องเตือน เตือนได้ละเอียดเป็นรายชุมชน พร้อมระดับความใกล้ชิดและขนาดของภัยได้ในที่สุด เมื่อไม่มีคำเตือนที่ชัดเจนจากข้อมูลที่ครบถ้วนอย่างนี้ ก็ไม่มีทางที่เจ้าหน้าที่และชาวบ้านจะจัดการตัวเองได้หรอกครับ ไม่ว่านายกฯเทศมนตรี หรือนายอำเภอ หรือผู้ว่าราชการ ต่างก็ไม่รู้ทั้งการมาถึงของภัย จนทำอะไรไม่ถูกทั้งนั้น ไม่ต้องพูดถึงนายกรัฐมนตรีหรอกคุณถาม กรณีที่หาดใหญ่นี่ ข่าวในพื้นที่ยืนยันว่า นายกเทศมนตรี บอกชาวบ้านว่า “เอาอยู่” เลยนะครับ
ตอบ ผมเห็นใจเค้านะครับ เดินเครื่องสูบน้ำเต็มอัตราจนน้ำลดลงต่อหน้าต่อตา ฝนก็หยุดแล้ว เค้าก็ต้องโบกธงเขียว ตามสภาพที่มองเห็นอยู่ตรงหน้าเป็นธรรมดา คำเตือนทางอุตุนิยมก็มีแต่คำเตือนฝนตกหนักมากๆๆๆในภาคใต้ตอนล่างๆๆๆ อยู่เท่านั้น เป็นคุณ คุณจะทำอย่างไรถาม ระบบเตือนภัยที่ใช้งานได้อย่างนี้ พัฒนายากไหมครับ
ตอบ อาจารย์อานนท์ท่านบอกว่า เทคโนโลยีวันนี้ราคาไม่แพงแล้ว เหลือการรวบรวมข้อมูลภูมิอากาศ ภูมิประเทศ การพัฒนา ระบบ AI เพื่อประเมินผล และการสร้างบุคลากรอันจำเป็น ที่ทาง GISDA ได้เสนอไว้นานแล้ว แต่ค้างคาอยู่จนทุกวันนี้ถาม น่าจะทำเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยก่อนก็ได้นะครับ
ตอบ ครับ รัฐบาลตั้งคณะทำงานได้เลย ทั้งสมุดปกขาวอุทกภัยหาดใหญ่ และการพัฒนาระบบเตือนภัย ถ้าไม่ทำ ไม่ใช้ความคิด ความรู้ เราก็ต้องจมอยู่กับความโกรธ หาแพะมารับบาป เช่นทุกวันนี้ไปตลอด เมื่อมีระบบเตือนภัยระดับตำบลใดแล้ว ก็พัฒนาแผนปฎิบัติการเฉพาะพื้นที่ ทั้งแผนอพยพ แผนขนส่ง แผนสื่อสาร แผนสวัสดิการ แผนเงินและบุคลากรฯ สอดรับขึ้นมา ตามด้วยการทำความเข้าใจกับชาวบ้าน และซ้อมอพยพก่อนหน้าฝนอีกที ทำอย่างนี้แล้วหาดใหญ่ก็ฟื้นขึ้นมาได้ครับ
สรุปแล้ว เรื่องอุบัติภัยวันนี้ มันไม่ใช่รัฐล้มเหลวหรอกครับ เป็นเรื่องสมองล้มเหลวแล้ว ปากพล่อยอีกต่างหาก น้ำท่วมหาดใหญ่คราวนี้ผมสงสาร “แพะร้อยศพ”มากจริงๆ มีหลายตัวเลยทีเดียว.

CR: ไทยโพสต์
