ข่าวประจำวัน » กกต.พลาดแล้ว !! อัยการยันสารภาพเองโค้ดเลือกตั้งไม่รับ จุดจบไม่ใช่แค่เลือกตั้งโมฆะ

กกต.พลาดแล้ว !! อัยการยันสารภาพเองโค้ดเลือกตั้งไม่รับ จุดจบไม่ใช่แค่เลือกตั้งโมฆะ

15 February 2026
141   0

มติชน – อัยการมองกฎหมาย ปม กกต.แจงปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ถือว่ารับสารภาพ ขัดทั้ง รธน. ผิดทั้งกฎหมายเลือกตั้ง โทษคุก 5 ปี แถมส่อผิด ม.157 ยกบรรทัดฐานคำวินิจฉัยศาล รธน.49 เบากว่านี้ยังโดน
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ แหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยกรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งว่า ประเด็น กกต.ทำบาร์โค้ดหรือคิวอาโค้ดในบัตรเลือกตั้งและในต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง ถือเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 85 (กระทำการเลือกตั้งโดยไม่รักษาความลับของผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง) และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 มาตรา 96, 164 (การทำเครื่องหมายใดๆ ลงในบัตรเลือกตั้ง)

การกล่าวหา กกต.ในประเด็นนี้จึงเป็นการกล่าวหาว่า กกต.ทำการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย หรือกระทำผิดกฎหมาย การที่ กกต.ไปแถลงว่าแม้ทำ QR Code ก็ไม่รู้ว่าใครกาให้ใคร จึงเป็นคนละประเด็น เพราะนั่นเป็นประเด็นปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับปัญหาข้อกฎหมายที่ กกต.ถูกกล่าวหาอยู่ในเวลานี้

การที่ กกต.ไปพิมพ์ QR Code หรือบาร์โค้ด ลงในบัตรเลือกตั้งและต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง หากมีการสแกนเข้าไปจะทราบหมายเลขในบัตรเลือกตั้ง และหมายเลขดังกล่าวจะตรงกับหมายเลขที่อยู่ต้นขั้วบัตรบัตรเลือกตั้ง โดยในขั้นตอนการใช้สิทธิเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งจะมีการเขียนทั้งหมายเลขประจำตัวประชาชนของผู้ใช้สิทธิในต้นขั้วบัตรเลือกตั้งอีกด้วย

ดังนั้น การที่ กกต.ทำเช่นนี้ถือเป็นการกระทำที่อยู่ในข่ายฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 มาตรา 85 ที่กำกนดให้การใช้สิทธิเลือกตั้งจะต้องเป็นความลับยิ่งไปกว่านั้น การทำบาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้งดังกล่าวยังถือเป็นการทำเครื่องหมายใดๆ ลงในบัตรเลือกตั้งอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 96 ของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 มาตรา 96 ซึ่งกำหนดไว้ว่า บุคคลใดจะทำเครื่องหมายลงในบัตรเลือกตั้งไม่ได้

หากบุคคลใดฝ่าฝืนไปทำเครื่องหมายใดๆ ลงในบัตรเลือกตั้ง (เช่น ใส่ QR Code ลงไป) จะมีมีโทษตาม มาตรา 164 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 100,000 บาทนอกจากนี้ หากคนทำเป็นเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องย่อมเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ โดยไม่ชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 อีกด้วย

การที่ กกต.ออกมาแถลงว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมา แม้จะพิมพ์ QR Code หรือบาร์โค้ด ลงในบัตรเลือกตั้ง แต่ก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าใครกาให้ใคร จึงเป็นคนละประเด็น และการแถลงดังกล่าวยังน่าจะถือได้ว่าเป็นการรับสารภาพว่าได้กระทำการสิ่งที่ผิดต่อกฎหมายด้วยซ้ำไปเพราะการแถลงดังกล่าวเป็นเรื่องข้อเท็จจริง ซึ่งไม่ใช่ประเด็นที่ กกต.ถูกตั้งคำถาม หรือถูกกล่าวหาอยู่ในเวลานี้ เพราะการไม่รู้ว่าใครกาให้ใครเป็นประเด็นข้อเท็จจริง คือไม่ไปสแกนก็จะไม่รู้ แต่เมื่อไหร่ที่เจ้าหน้าที่สแกนก็จะรู้

ซึ่งตามหลักข้อกฎหมายก็คือไม่ว่ากรณีใดๆ จะต้องไม่รู้ หรือล่วงรู้ความลับของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งดังนั้น กกต.จึงต้องเข้าใจใหม่ และจับประเด็นให้ถูกต้องว่าเรื่องนี้ประชาชนและสังคมเขากล่าวหาท่านว่าอย่างไร ประเด็นปัญหาเวลานี้ไม่ใช่ประเด็นปัญหาข้อเท็จจริงว่ามีใครรู้ว่าใครคนใดกาให้ใครหรือไม่ ดังที่ท่านแถลงหากแต่คำถาม หรือข้อกล่าวหา คือ กกต.ไปกระทำการที่ฝ่าฝืนต่อสิ่งที่กฎหมายไม่ให้กระทำ คือกระทำการซึ่งไม่เป็นความลับในการลงคะแนนเลือกตั้งของผู้มาใช้สิทธิ รวมไปถึงการไปทำเครื่องหมายใดๆ ลงในบัตรเลือกตั้ง ซึ่งการทำเครื่องหมายใดๆ ไม่ได้หมายความว่าห้ามเฉพาะผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ส่วน กกต.ได้รับการยกเว้นให้ทำใดๆ ก็ได้

ดังนั้น การที่ กกต.ทำแบบนี้ถือว่าจำนนต่อหลักฐาน และยิ่ง กกต.มาแถลงว่าการพิมพ์บาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้งจริง แต่ไม่มีใครรู้ว่าใครกาให้ใคร จึงเป็นคนละประเด็น และถือเป็นการหลงประเด็น เพราะกกต.ไปทำเครื่องหมาย จนทำให้สามารถตรวจสอบได้ว่าประชาชนผู้ใช้สิทธิคนใดลงคะแนนเลือกตั้งให้ใครผลพวงที่จะตามมา

จากการที่ กกต.กระทำจึงอยู่ในข่ายฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และที่จะตามมาในเรื่องการไม่รักษาความลับของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งโดยประเด็นที่ประชาชนคนทั้งประเทศตั้งคำถามอยู่เวลานี้คือ กกต.ไปทำการฝ่าฝืนต่อสิ่งที่กฎหมายห้าม จนส่งผลกระทบต่อผู้ใช้สิทธิทุกคนทั่วประเทศบทสรุปก็คือ ถ้อยคำแถลง ของ กกต.จึงไม่เป็นเพียงการหลงประเด็นเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นการแถลงให้การรับสารภาพ ในสิ่งที่ตนเองได้กระทำไป ตามที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้เคยให้สัมภาษณ์ไว้

CR: มติชน