ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อดีตประธานรัฐสภา ได้ระบุว่า
วิเคราะห์โดย ดร. เชาว์ เต็มรักษ์
การวิเคราะห์รายละเอียดทั้ง 6 ข้อ
- การปรับย้ายข้าราชการระดับสูง (ฝ่ายปกครอง)
- มีการโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดถึง 50 คน (จาก 76 จังหวัด) และอธิบดี 5 กรม (จาก 6 กรมหลักของกระทรวงมหาดไทย)
- วิเคราะห์: การเปลี่ยนตัวผู้บริหารระดับสูงจำนวนมากขนาดนี้ก่อนปีเลือกตั้ง มักถูกตีความว่าเป็นการ “จัดทัพ” เพื่อวางคนของฝ่ายตนเองหรือคนที่ไว้ใจได้ลงไปคุมพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งผู้ว่าฯ มีอำนาจและอิทธิพลต่อข้าราชการในจังหวัดสูงมาก
- การย้ายข้าราชการระดับกลาง-ปฏิบัติการ
- มีการย้ายปลัดจังหวัด 40 ตำแหน่ง และนายอำเภอถึง 203 ตำแหน่ง
- วิเคราะห์: นายอำเภอเป็นกลไกสำคัญที่สุดในระดับพื้นที่ เพราะใกล้ชิดกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน การปรับเปลี่ยนจำนวนมากอาจเป็นการกระชับฐานเสียงหรือเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการช่วงเลือกตั้ง
- บทบาทของนายอำเภอใน กกต.
- กกต. ทาบทามให้นายอำเภอมาเป็น “ประธาน กกต. ประจำเขต” ทั้ง 400 เขต (จากเดิมที่กระจายไปในกลุ่มข้าราชการสังกัดอื่นๆ)
- วิเคราะห์: นี่คือประเด็นสำคัญมาก เพราะหากนายอำเภอ (ซึ่งสังกัดกระทรวงมหาดไทย) เป็นประธาน กกต. เขต ย่อมทำให้ฝ่ายปกครองมีบทบาทในการควบคุมและจัดการการเลือกตั้งโดยตรง ซึ่งอาจนำมาสู่ข้อครหาเรื่องความเป็นกลาง หากฝ่ายการเมืองเข้าแทรกแซงฝ่ายปกครองได้
- การแต่งตั้งอธิบดีกรมการปกครอง
- นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ได้รับตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง โดยย้ายมาจาก “ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์”
- วิเคราะห์: การระบุชื่อจังหวัด “บุรีรัมย์” มีนัยยะทางการเมืองชัดเจน เนื่องจากเป็นฐานที่มั่นสำคัญของพรรคภูมิใจไทย (พรรคสีน้ำเงิน) ซึ่งปัจจุบันคุมกระทรวงมหาดไทยอยู่ การดึงคนที่ไว้ใจได้จากฐานที่มั่นมาคุม “กรมการปกครอง” (ซึ่งคุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ ทั่วประเทศ) จึงถูกมองว่าเป็นการรวบอำนาจเบ็ดเสร็จ
- การพิมพ์บัตรเลือกตั้ง
- โรงพิมพ์อาสารักษาดินแดน (สังกัดกรมการปกครอง) ประมูลได้งานพิมพ์บัตรเลือกตั้ง โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (รมว.มหาดไทย) เป็น ผบ.กองอาสารักษาดินแดน (ผบ.อส.)
- วิเคราะห์: การที่หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของนักการเมือง (รัฐมนตรี) เป็นผู้พิมพ์บัตรเลือกตั้งเอง ทำให้เกิดความกังวลเรื่องความโปร่งใส ความปลอดภัยของบัตร และความเสี่ยงต่อการทุจริต หรือบัตรเขย่ง เหมือนที่เคยมีข้อครหาในอดีต (ระบุว่าได้งานครั้งแรกในรอบหลายปี ตั้งแต่ปี 2544)
- การรายงานผลคะแนนคู่ขนาน
- มีหนังสือสั่งการให้นายอำเภอรายงานผลเลือกตั้งคู่ขนานไปกับ กกต. โดยอ้างถึงเหตุการณ์ในอดีตที่เว็บ กกต. ล่ม แต่ระบบของกรมการปกครองยังรายงานได้
- วิเคราะห์: การมีระบบรายงานผลของตนเอง (Real-time) โดยกระทรวงมหาดไทย หมายความว่าฝ่ายปกครองจะรู้คะแนนดิบก่อนหรือพร้อมๆ กับ กกต. ซึ่งหากข้อมูลไม่ตรงกัน หรือมีการใช้ข้อมูลนี้เพื่อประโยชน์ทางการเมือง ก็เป็นประเด็นที่น่าจับตามอง
บทสรุปภาพรวม
“พรรคสีน้ำเงิน” หรือผู้มีอำนาจใน กระทรวงมหาดไทย ในขณะนี้ กำลังวางกลไกครอบคลุมทุกมิติของการเลือกตั้งปี 2569 ไว้หมดแล้ว ตั้งแต่:
- คนคุมพื้นที่: (ผู้ว่าฯ, นายอำเภอ)
- คนจัดการเลือกตั้ง: (นายอำเภอเป็นประธาน กกต. เขต)
- อุปกรณ์การเลือกตั้ง: (โรงพิมพ์อาสารักษาดินแดนพิมพ์บัตร)
- ข้อมูลผลคะแนน: (รายงานผลคู่ขนานผ่านกรมการปกครอง)
(สุนัขเฝ้าบ้าน) เพื่อเตือนให้สังคมจับตาดู “ความบังเอิญ” เหล่านี้ว่าอาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการเตรียมการเพื่อความได้เปรียบทางการเมืองอย่างเป็นระบบหรือไม่

CR:ภาพมติชน
