ข่าวประจำวัน » มงคลกิตติ์ ซัดรัฐบาล ‘ลวงโลก’ ดองกฎหมายทหารผ่านศึก ปล่อยนักรบสิ้นศักดิ์ศรี”

มงคลกิตติ์ ซัดรัฐบาล ‘ลวงโลก’ ดองกฎหมายทหารผ่านศึก ปล่อยนักรบสิ้นศักดิ์ศรี”

24 January 2026
22   0

“มงคลกิตติ์ “ ซัดรัฐบาลไม่จริงใจ ดอง พรบ. เงินผดุงเกียรติทหารผ่านศึก – จ่อเดินหน้าดัน พรบ.ไม่ว่ามีอำนาจหรือไม่

  วันที่ 24 มกราคม 2569 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แคนดิเดทนายกรัฐมนตรีพรรคทางเลือกใหม่  พร้อมด้วย นายราเชน ตระกูลเวียง หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่,นางสาวภคอร จันทรคณา ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคทางเลือกใหม่   ลงพื้นที่พบปะกับพี่น้องทหารผ่านศึก พร้อมกล่าวว่า การทำเรื่อง พรบ.เงินผดุงเกียรติ ตนทำมาตั้งแต่ปี 2565 เมื่อก่อนตนไม่รู้ว่าทหารผ่านศึกจะถูกปล่อยปละละเลยขนาดนี้ ที่ตนเห็นคือผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิตส์ 

ที่ถูกคำสั่ง 66/23 เปลี่ยนมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ที่ได้ทั้งเงิน สวัสดิการ และที่ดินทำกิน แต่เมื่อมาเห็นผู้ที่ปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ที่เคยล้มสถาบันมาก่อน จับอาวุธสู้สมัยปี 2516-2519 ซึ่งแตกต่างกันเหลือเกิน ความจริงแล้วรัฐบาลควรจะดูแลทหารผ่านศึกก่อนจะไปดูแลอดีตผู้ก่อการร้าย แต่ปัจจุบันไม่ใช่แบบนั้น เมื่อตนรู้ว่าทหารผ่านศึกที่เคยเป็นนักรบรับจ้างในช่วงสงครามร่มเกล้า สงครามช่องบก ช่วงผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ช่วงสงครามเวียดนาม แต่ละคนรับราชการ 5 -15 ปี 

เมื่อสิ้นสุดสงครามเวียดนาม หลายคนออกจากราชการ และสุดท้ายมีเงินที่ดูแลประมาณปีละ 1,000 บาทเท่านั้น นั่นหมายความว่าสวัสดิการของทหารผ่านศึกแย่มาก มีเหรียญเต็มหน้าอกแต่รัฐดูแลน้อยมาก ปัจจุบัน พรบ. องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ดูแลเฉพาะผู้ที่ขาขาด แขนขาด ทุพพลภาพ ซึ่งตนได้เสนอร่าง พรบ. เงินผดุงเกียรติทหารผ่านศึกตั้งแต่ปี 2565 โดยให้สภาฯ ร่างกฎหมายฉบับแรก ด้วยการแก้ไขกฎหมาย พรบ. องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก มาตรา 11 ที่เปิดช่องให้มีการดูแลสวัสดิการทหารผ่านศึก บัตรชั้น 2 3 4 เพิ่มเติม โดยห้วงนั้นเรากำหนดไว้ 3,000 บาท มีการทำประชาพิจารณ์กันกว่า 125,000 คน ที่สนับสนุนเป็น พรบ.ในสภาชุดที่ 25 รัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ 

แต่ปรากฎว่ามีการยุบสภาฯ และเข้าใจว่าจัดตั้งรัฐบาลทัน ตนก็ลงรับเลือกตั้งอีกรอบ ไม่ได้คิดว่าคะแนนจะไม่ถึง การเลือกตั้งไม่ผ่าน ก็ได้เสนอร่างไปอีกรอบหนึ่งโดยการล่ารายชื่อในรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งตนก็ดำเนินกระบวนการทุกอย่างจนกระทั่งถึงกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของสำนักงบประมาณ กระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่ตนก็ได้รับเอกสารจากนายกฯ ที่ไม่รับรอง พรบ. เงินผดุงเกียรติทหารผ่านศึก นั่นคือเขาไม่สนับสนุน เราอุตส่านำทหารผ่านศึกกว่า 5,000 นาย ไปที่ สป.กระทรวงกลาโหม เพื่อให้กำลังใจ นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหมในขณะนั้น ที่รับปากอย่างดิบดีว่าจะทำให้เรา และก่อนหน้านั้น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็รับปากว่าจะช่วยคุยกับนายเศรษฐา นั่นแสดงว่าไม่จริงใจกับทหารผ่านศึก คุณเป็นทหารแต่ทำไมไม่ผลักดันตั้งแต่วันที่มีอำนาจ ฉะนั้นตนมองว่าเขาไม่มีความจริงใจที่จะทำ พรบ. เงินผดุงเกียรติทหารผ่านศึก ให้สำเร็จ 

“ไม่ว่าผมจะอยู่ในสถานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือกรรมาธิการทหาร จะมีเสียงหรือไม่มีเสียง ผมต้องทำ พรบ.เงินผดุงเกียรติทหารผ่านศึก ให้สำเร็จ ทุกวิถีทาง นี่คือสิ่งที่ผมให้คำมั่นกับพี่น้องทหารผ่านศึกทั้งประเทศไว้ ซึ่งผมพูดแล้วนักรบไม่คืนคำ” นายมงคลกิตติ์ กล่าว

  ทั้งนี้ หลังจากนายเศรษฐา พ้นจากตำแหน่งนายกฯ นายอนุรักษ์ ชอบสอาด และ นายอิศรพงศ์  ณ เชียงใหม่ อดีตทหารผ่านศึก  ก็ทำหนังสือแสดงเจตจำนงค์ไปถึง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ ในโควต้าพรรคเพื่อไทย ตอนนั้นอุปสรรคเยอะมาก เขาพยายามไม่ให้เราเสนอเข้าสภาฯ อีก โดยให้ฝ่ายกฎหมายตีกลับหลายรอบ ฉะนั้นเท่าที่เช็คดูเขาพยายามกันไม่ให้เข้าสู่สภาฯ แต่พี่น้องทหารผ่านศึกไม่ยอม ตนจึงบอกไปทางนายวันนอร์ ว่าหากไม่ผ่าน ตนกับเขาคงต้องมีเรื่องกัน หากยังยับยั้ง หลังจากนั้นมีการล่าทหารผ่านศึกกว่า 10,000 รายชื่อ และมีการดำเนินการต่างๆ มาเสร็จแล้ว ปัจจุบันกระทรวงกลาโหมทยอยทำหนังสือมาแล้วว่าสนับสนุน แต่ไม่ใส่รายละเอียดมา และเมื่อนางสาวแพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จนกระทั่งได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งทำหน้าที่ได้เพียงสองเดือน ก็ประกาศหยุดสภาไป ทำร่าง พรบ. ของเรา ยังอยู่ที่สภาฯ 

  นายมงคลกิตติ์ ระบุว่า หากวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เราตั้งรัฐบาลเร็ว พรบ.ฉบับนี้จะไม่ตก เดิมทีตนจะเวินวรรคการเมือง แต่ด้วย 001,002 บอกว่าทำอย่างไรก็ได้ให้มีสถานะในการลงเลือกตั้ง และเป็น สส.ให้มากที่สุด เพื่อส่งให้ พรบ.สำเร็จ ซึ่งต้องมีอำนาจทางการเมือง หากไม่มีก็ยากมาก ตนจึงฝากทหารผ่านศึกทั่วประเทศ ว่า พรรคทางเลือกใหม่ มีนโยบายหลักคือเงินผดุงเกียรติทหารผ่านศึก 36,000บาท/ปี ตนตั้งใจว่ารอบนี้ต้องสำเร็จ และเชื่อมั่นว่าในสถานการณ์แบบนี้ ทหารมีความสำคัญกับชาติมากกว่านักการเมือง และตนก็เป็นเพียงตัวแทนนักการเมืองที่ทำงานให้พี่น้องทหารผ่านศึกทั่วประเทศ