ประชามติล้มรัฐธรรมนูญเท่ากับล้มมาตรา112 จริงหรือ *คำตอบคือไม่จริงครับ
เพราะการล้มรัฐธรรมนูญนั้นอาจร้ายแรงกว่ามาก !!!
โดยมีข้อเท็จจริงที่ควรพิจารณาลงประชามติดังนี้คือ
1)รัฐธรรมนูญ2560 เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ส่วนประมวลกฎหมายอาญามาตรา112 เป็นกฎหมายลำดับรอง ใช้เพื่อ
ให้ความคุ้มครองพระประมุข เอาผิดต่อผู้หมิ่นประมาทอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี และองค์รัชทายาท
โดยมีโทษจำคุกเฉพาะผู้กระทำความผิด ตามกฎหมายเท่านั้น
แต่ถ้ามีประชามติล้มรัฐธรรมนูญแล้วร่างใหม่ ทั้งหมด โดยไม่มีความชัดเจนในเรื่องการดำรงอยู่ขอบสถาบันพระมหากษัตริย์ในฐานะพระประมุขผู้ใดจะละเมิดมิได้
ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงแบบสุดขั้ว
อาจสร้างผลกระทบรุนแรงกว่า ด้วยการร่างรัฐธรรมนูญในรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงสถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามที่เราเคยเห็นผู้นำจิตวิญญาณบางพรรคเสนอร่างรัฐธรรมนูญสุดโต่งดังกล่าว เกี่ยวกับปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เราได้เห็นแนวคิดสุดโต่งของพวกเขามาแล้ว
2)การแก้ไขรัฐธรรมนูญ2560 เป็นการแก้ไขกฎหมาย ตามหลักการที่ว่า เมื่อใช้กฎหมายไประยะหนึ่ง ต้องมีการประเมินผลการบังคับใช้ และรัฐธรรมนูญ2560 ก็เขียนให้สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ทุกมาตราอยู่แล้ว โดยให้ทำผ่านที่ประชุมรัฐสภา จะมีเพียงข้อยกเว้นเด็ดขาดมาตราเดียวคือ “ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้ ส่วนที่เหลือรัฐสภาสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ทุกมาตรา โดยกำหนดวิธีแก้ไขไว้ในมาตรา256ว่าการแก้ไขที่กระทบต่อหมวด 1 หมวด2 หรือกระทบเปลี่ยนแปลงที่มาและอำนาจหน้าที่ ของ ครม สส สว องค์กรอิสระ และศาล จะต้องดำเนินการสอบถามประชามติว่า จะให้ความเห็นชอบหรือไม่
3)การออกเสียงประชามติ8 กุมภาพันธ์นี้
คือการลงมติว่าจะเห็นชอบหรือไม่ ให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แทนรัฐธรรมนูญ2560 นั่นคือมีประชามติเพื่อล้มประชามติ้ดิที่เคยให้ความเห็นชอบรัฐธรรมนูญ2560 ด้วยคะแนนเสียงเดิม16.8 ล้านเสียง และอนุญาตให้ไปร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งหมด
4)การร่างรัฐธรรมนูญนั้น จะสามารถร่างใหม่ได้ทั้งหมดทุกมาตราไม่มีข้อยกเว้นใดๆ
ซึ่งรวมถึงการยกเลิกมาตรา1 ของรัฐธรรมนูญเดิม ที่เคยเขียนให้เป็นข้อห้ามเด็ดขาด และสามารถแก้ไขยกเลิก หมวด1 หมวด2 รวมถึง อีก38 มาตราที่เกี่ยวข้องกับพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ที่อยู่ในหมวดอื่นๆได้ทั้งหมดด้วย
5)การเลิกรัฐธรรมนูญ2560 จะส่งผลให้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่มีอยู่ตามรัฐธรรมนูญเดิมสิ้นผลไปทุกฉบับ โดยผู้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จะต้องเขียนพรบประกอบรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ทั้งหมด ส่งผลต่อองค์กรอิสระที่มีอยู่อาจถูกยกเลิกไปทั้งหมดหรือบางส่วน และส่งผลต่อการยกเลิกบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญในบางมาตราที่ดีด้วย มาตรา160(4)(5) ที่ระบุให้รัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และไม่ประพฤติผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง คงถูกยกเลิกไปด้วย มาตรา144 ที่ใช้ป้องกันและติดตามการนำเงินงบประมาณแผ่นดินไปใช้ผิดประเภท หรือทุจริตหาเสียงหรือเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวและพรรค มาตรานี้ก็จะถูกยกเลิกตามไปด้วยเช่นกัน
ยกตัวอย่างมาพอสังเขปให้ทุกท่านได้พิจารณาการลงประชามติเรื่องการล้มรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อร่างใหม่ทั้งหมด
ให้ตัดสินใจ ลงประชามติด้วยความรอบคอบและคำนึงถึงประโยชน์ประเทศชาติเป็นที่ตั้ง
ส่วนผมตัดสินใจชัดเจนแล้วว่า แม้ผมเห็นด้วยว่า มีบทบัญญัติบางมาตรา ของรัฐธรรมนูญนี้ มีปัญหา อาทิ การทุจริตฮั้ว สว
การไม่ทำหน้าที่ขององค์กรอิสระในการทำให้การเลือกตั้งสุจริต เที่ยงธรรม หรือการไม่ดำรงความยุติธรรมอย่างถูกต้องรวดเร็ว ของบางองค์กร โดยเห็นว่า ต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราในอนาคตอย่างถูกต้องโปร่งใส เพื่อประโยชน์ชาติ
ผมจึงตัดสินใจลงประชามติ”ไม่เห็นชอบ“
ให้ล้มรัฐธรรมนูญ2560 เพื่อให้ผู้ใดไปร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งหมดในวันที่8กุมภาพันธ์ นี้ครับ
สมชาย แสวงการ
อดีตสมาชิกวุฒิสภา
12กพ2569
https://www.facebook.com/share/p/1CF6u1r4ui/?mibextid=wwXIfr
https://www.facebook.com/share/1DgDuJA6zd/?mibextid=wwXIfr
https://www.facebook.com/share/p/1AZKzfUTP5/?mibextid=wwXIfr
12กพ2569https://www.facebook.com/share/p/1CF6u1r4ui/?
mibextid=wwXIfrhttps://www.facebook.com/share/1DgDuJA6zd/?
mibextid=wwXIfrhttps://www.facebook.com/share/p/1AZKzfUTP5/?mibextid=wwXIfr
