ข่าวประจำวัน » อายัดทรัพย์ !! ผู้สมัครส.ส.พรรคส้มค่า 20.3 ล้าน เอี่ยวฟอกเงินยาเสพติด

อายัดทรัพย์ !! ผู้สมัครส.ส.พรรคส้มค่า 20.3 ล้าน เอี่ยวฟอกเงินยาเสพติด

6 January 2026
82   0

เปิดคำสั่ง ปปง.อายัดทรัพย์  คดีความผิดยาเสพติด-ฐานฟอกเงิน ‘ไมตรี-บุญฤทธิ์ ผู้สมัคร สส.ปชน. เครือข่าย  เงินฝาก 26 บัญชี 20.3 ล. ในชื่อบุคคล-บริษัท มีคนต่างชาติด้วย 


สืบเนื่องจาก สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ได้เปิดเผยธุรกิจของนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ผู้สมัครฯสส.)  เขตบางพลัด-บางกอกน้อย พรรคประชาชน  ซึ่งถูกออกหมายจับเนื่องจากมีชื่อในบริษัทที่เชื่อมโยงกับการฟอกเงิน ทำให้พรรคประชาชนต้องมีการเปลี่ยนตัวผู้สมัครคนใหม่

ล่าสุดสำนักข่าวอิศราตรวจสอบคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์พบว่า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมที่ ย 303/2568 ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2568 เรื่อง ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว ราย นายไมตรี กับพวก ในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและความผิดฐานฟอกเงิน โดยมีพฤติการณ์ร่วมกันจัดตั้งบริษัทนิติบุคคลบังหน้าจำนวน 4 แห่ง เพื่อใช้เป็นช่องทางในการทำธุรกรรมทางการเงินและฟอกเงินให้กับเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับคดีตรวจยึดยาไอซ์ 16 กระสอบ และเคตามีน 199 กิโลกรัม พบเส้นทางการเงินสัมพันธ์กับบัญชีธนาคารของผู้ต้องหาและกลุ่มนิติบุคคลที่จดทะเบียนในที่ตั้งเดียวกันเพื่อซุกซ่อนแหล่งที่มาของทรัพย์สิน

ทรัพย์สินที่ ปปง.มีคำสั่งอายัด จำนวน 26 รายการ เป็นเงินในบัญชีเงินฝากในชื่อบุคคลต่างๆ รวมจำนวนเงินทั้งสิ้นประมาณ 20,308,116.75 บาท

คำสั่งคณะกรรมการธุรกรรม มีรายละเอียด ดังนี้

ด้วยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) ได้รับหนังสือรายงานการกระทำความผิด ราย นายไมตรี ซึ่งเป็นกรณีมีพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือกฎหมายว่าด้วยมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด อันเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (1) และความผิดฐานฟอกเงินตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

กล่าวคือสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 เจ้าหน้าที่ทหารพรานทำการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) จำนวน 16 กระสอบ พร้อมผู้ต้องหาชาวลาว จำนวน 13 คน จากนั้นได้ทำการสืบสวนขยายผลจนกระทั่งวันที่ 18 มีนาคม 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้จับกุมผู้ต้องหากับพวก พร้อมของกลางยาเสพติดเคตามีน จำนวน 199 กิโลกรัม ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวน ขยายผลบุคคลคดีเครือข่ายยาเสพติด พบว่ามีคดีที่เกี่ยวเนื่องกัน รวมจำนวน 5 คดี โดยจากการสืบสวนมีพยานหลักฐานเชื่อว่า 1. บริษัท… จำกัด 2. บริษัท… จำกัด 3. บริษัท… 4. บริษัท…จำกัด ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อฟอกเงินให้กับกลุ่มนักค้ายาเสพติด และยังพบว่านิติบุคคลทั้งสี่ได้จดทะเบียนที่ตั้งแห่งเดียวกัน อีกทั้งพบความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงในการทำธุรกรรมทางการเงินทั้งโอนออก และรับโอนกับบัญชีธนาคารผู้ต้องหาในคดียาเสพติดรายสำคัญ และคดีอื่นอีกหลายคดี โดยเชื่อว่าการเปิดบริษัทดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ในการฟอกเงินเป็นหลัก และเชื่อว่ากรรมการ รวมทั้งผู้ถือหุ้นในบริษัททั้งสี่แห่งรับรู้ถึงการทำธุรกรรมทางการเงินของบริษัท ที่มาของรายได้ต่าง ๆ ซึ่งเปิดบริษัททั้งสี่มาบังหน้าเพื่อฟอกเงินให้กับกลุ่มนักค้ายาเสพติด

วันที่ 22 ธันวาคม 2568 พนักงานสอบสวนกลุ่มงานสอบสวน บก.ปส.2 ได้รวบรวมหลักฐานร้องทุกข์กล่าวหานิติบุคคล 4 บริษัท กรรมการ/หุ้นส่วน 7 ราย ดำเนินคดีในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน โดยโอนหรือรับโอนทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น หรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นไม่ว่า ก่อน ขณะหรือหลังการกระทำความผิดมิให้ต้องรับโทษ หรือรับโทษน้อยลง ในความผิดมูลฐาน สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำผิดฐานฟอกเงินและได้กระทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 มาตรา 5 มาตรา 9 และมาตรา 60 ตามคดีอาญา ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการสอบสวน ซึ่งเป็นพฤติการณ์การกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือกฎหมายว่าด้วยมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด อันเป็นความผิดมูลฐาน ตามมาตรา 3 (1) และความผิดฐานฟอกเงินตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และกรณีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า นายไมตรี ได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดดังกล่าว

ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงาน ปปง. ได้รับข้อมูลประกอบการพิจารณาออกคำสั่งตรวจยึดทรัพย์สิน ได้ทำการสืบสวนขยายผลกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางการเงินให้กับเครือข่ายนักค้ายาเสพติด และได้ออกหมายจับนายไมตรี ประกอบกับพบความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงในการทำธุรกรรมการเงินกับบัญชีธนาคารผู้ต้องหาในคดียาเสพติดรายสำคัญ และพบรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยที่เชื่อมโยงกับการกระทำความผิดในคดียาเสพติด ตลอดจนเส้นทางการเงินของบริษัทที่เชื่อมโยงสัมพันธ์กับคดีอื่น ๆ อีกหลายคดี

ปรากฎหลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่า นายไมตรี มีพฤติการณ์แห่งการกระทำอันเข้าลักษณะเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (1) และความผิดฐานฟอกเงิน ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 หรือเป็นผู้ซึ่งเกี่ยวข้อง หรือเคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดมูลฐาน หรือความผิดฐานฟอกเงิน และจากการตรวจสอบข้อมูล การทำธุรกรรมหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด รวมทั้งจากการรวบรวมพยานหลักฐาน ปรากฏว่าบุคคลดังกล่าวได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 26 รายการ พร้อมดอกผล

และเนื่องจากทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดดังกล่าว เป็นสังหาริมทรัพย์ประเภทเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร อันเป็นทรัพย์สินที่สามารถโอน ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้นได้โดยง่าย หากมิได้มีการออกคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินดังกล่าวไว้ชั่วคราว เมื่อเจ้าของหรือผู้มีส่วนได้เสียหรือผู้มีสิทธิในทรัพย์สินดำเนินการโอน จำหน่าย ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้นทรัพย์สินดังกล่าวไปเสีย และหากต่อมาศาลได้มีคำสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน สำนักงาน ปปง. อาจไม่สามารถติดตามทรัพย์สินดังกล่าวกลับคืนมาได้

ประกอบกับจากการตรวจสอบการทำธุรกรรมของผู้กระทำความผิดและบุคคลที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์ในรายคดีดังกล่าว พบข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมจำนวนมาก จึงเป็นกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่านายไมตรี ได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดและอาจมีการโอน จำหน่าย ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้นทรัพย์สินดังกล่าว รวมทั้งหากเป็นช้ากว่าจะประชุมคณะกรรมการธุรกรรมเพื่อพิจารณาอายัดทรัพย์สินในกรณีดังกล่าว ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในคดีนี้อาจมีการโอน จำหน่าย ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้นเสียได้ อันเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 48 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และระเบียบคณะกรรมการธุรกรรม ว่าด้วยการรับเรื่อง การตรวจสอบ การพิจารณาดำเนินการ และการควบคุมตรวจสอบการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2568 ข้อ 22 เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน จึงมีคำสั่งอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว จำนวน 26 รายการ พร้อมดอกผล มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน (เก้าสิบวัน) นับตั้งแต่วันที่มีคำสั่ง กล่าวคือ นับตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2564 ถึงวันที่ 28 มีนาคม 2569 โดยมีรายการทรัพย์สินที่อายัดปรากฏตามบัญชีทรัพย์สินแนบท้ายคำสั่งนี้

ทั้งนี้ ให้รวมถึงเงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาจากการจำหน่าย จ่าย โอนด้วยประการใด ๆ ซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวหรือสิทธิเรียกร้องหรือผลประโยชน์หรือดอกผลของเงินหรือทรัพย์สินดังกล่าวด้วย

ในกรณีผู้ซึ่งถูกอายัดทรัพย์สินตามคำสั่งนี้หรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินดังกล่าวประสงค์จะขอให้มีการเพิกถอนคำสั่งอายัดทรัพย์สินดังกล่าวนั้น ให้ยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พร้อมด้วยหลักฐานที่เกี่ยวข้องที่แสดงว่าเงินหรือทรัพย์สินที่ถูกอายัดดังกล่าวนั้นไม่ใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งเป็นหนังสือ

อนึ่ง การยักย้าย ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย ทำให้สูญหายหรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานอายัดไว้หรือที่ตนรู้หรือควรรู้ว่าจะตกเป็นของแผ่นดิน อาจมีความผิดทางอาญาและต้องระวางโทษตามนัยมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542  (ดูเอกสารคำสั่งท้ายเรื่อง) 

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวอิศรารายงานว่า นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ และนายไมตรี สมบัติอารีพาณิชย์ และ บุคคลสัญชาติลาว มีธุรกิจขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมอย่างน้อย 4 บริษัท มีสำนักงานที่ตั้งในซอยสตรีวิทยา 2 ซอย 29 แขวงและเขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ ซึ่งกรรมการและหรือหุ้นส่วนบางรายถูกอายัดทรัพย์สินในคำสั่งของ ปปง.ครั้งนี้ด้วย

ล่าสุด สำนักข่าวอิศรา รายงานว่า ปปง.มีประกาศเรื่อง อายัดทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดไว้ชั่วคราว (แก้ไข) ระบุว่า จากการตรวจสอบพบความผิดพลาดทางธุรการเกี่ยวกับบัญชีและชื่อเจ้าของทรัพย์สินรายการที่ 1 จากเดิม ชื่อบัญชี นายไมตรี แก้ไขเป็น ชื่อบัญชี นายบุญฤทธิ์ ผู้ถือกรรมสิทธิ์/ผู้ครอบครอง

CR: สำนักข่าวอิศรา