ดร. เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญยุทธศาสตร์การเมืองการปกครองชั้นสูงระบุว่า
นักการทหารผู้กล้าต้องใจเย็นๆ
ทราบเป็นอย่างดีว่านักการทหารกำลังเดือดดาลกับพฤติกรรมการกระทำของนักการเมืองและนักโกงเมือง ทั้งทุนเทาทุจริตคอรัปชั่น ดูถูกเหยียดหยาม นักการทหารที่เสียสละเพื่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ด้วยชีวิต อยากจะใช้กำลังเต็มที่ เหมือนอดีตที่ผ่านมา 15 ครั้ง
และอยู่ในระหว่างการสู้รบกับศัตรูโดยนักการเมือง-นักโกงเมืองเหล่านั้น ใช้วาทะกรรมหวังหาเสียงยึดประโยชน์ของตัวเองและพรรคพวก ไม่ตระหนักถึงความเป็นชาติไทยเข้าข้างศัตรูอย่างเปิดเผยอันเป็นการผิดกฎหมายและผิดรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน ซึ่งมีการแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่กองปราบปรามเป็นที่เรียบร้อย เหลือเพียงนักการทหารหยิบยกประเด็นดังกล่าวมาใช้ให้ถูกต้องกับเวลาที่สมควร
แต่ในเวลานี้ประเทศไทยยังคงมีความจำเป็น บางประการที่จะต้องรอเวลาที่เหมาะสม แต่ให้นักการทหารยังคงธำรงความมุ่งหมายเดิม และเดินไปตามเป้าหมาย 3 ประการ ทั้งการปิดด่าน ปราบปรามแก๊งค์สะแกมเมอร์ และลุกคืบ อันเป็นภารกิจสำคัญตามยุทธศาสตร์ของชาติ
การหยุดจริงเป็นการชั่วคราวมีเจตนาเพื่อให้ได้พักผ่อนทั้งจิตใจร่างกายอารมณ์เพื่อที่จะไปรับศึกหนักรับใช้ชาติอีกครั้งนายกที่สามและยุคที่สี่หรืออาจจะมียุคที่ห้าอีกครั้งหนึ่ง
จึงควรปล่อยให้พวกนักโกงเมือง-นักการเมืองเห่าหอนให้สุด เพื่อประชาชนจะได้เห็นธาตุแท้พฤติกรรมการกระทำสันดานของคนเหล่านี้ดังจุดประสงค์ของชาติ และเมื่อถึงเวลากรรมมักเกิดจากการกระทำเสมอ จึงขออย่าให้หุนหันพันแล่นต้องใจเย็นๆ มิฉะนั้นจะเสียการใหญ่
ขอให้ร่วมแรงร่วมใจ มั่นคง นำชาติเข้าสู่ความสันติสุข อันจะก้าวสู่แดนศรีวิไลซ์ ต้องอดทนไปอย่างน้อยสองถึงสามเดือน ภารกิจต่างๆจึงจะแล้วเสร็จลง
ขอย้ำว่าการกระทำของนักการเมือง-นักโกงเมืองบางคนพวกกลุ่ม เกี่ยวข้องกับผลกรรมตามหลักของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่กรรมย่อมเกิดจากการ ใครทำกรรมไว้ย่อมได้รับผลกรรมตามนั้น
“ การเมืองคือการแสวงหาอำนาจ
นักการเมืองคือนักแสวงหาอำนาจ
อำนาจที่ยิ่งใหญ่คืออำนาจการปกครองประเทศ
ประชาชนจึงต้องรู้จักนักการเมืองและพรรคการเมืองอย่างลึกซึ้ง
ก่อนจะมอบอำนาจให้นักการเมือง ”
ดร. เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา
3 มกราคม 2569

