ข่าวประจำวัน » ข่าวเด่น » #สศช.เปิดตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ทะลุ 4.3% สูงที่สุดในรอบ 4 ปี พร้อมเปิดตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจปี 61 จะโตกว่า 4% ตลท.ตอกย้ำไทยมีเสถียรภาพคาดปีหน้าโตมากกว่า 4% มั่นใจผลประกอบการ บจ.เป็นบวกตามเศรษฐกิจที่ดีขึ้น

#สศช.เปิดตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ทะลุ 4.3% สูงที่สุดในรอบ 4 ปี พร้อมเปิดตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจปี 61 จะโตกว่า 4% ตลท.ตอกย้ำไทยมีเสถียรภาพคาดปีหน้าโตมากกว่า 4% มั่นใจผลประกอบการ บจ.เป็นบวกตามเศรษฐกิจที่ดีขึ้น

21 November 2017
40   0

ไทยโพสต์ – เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ของปี 2560 ซึ่งพบว่าขยายตัวได้ 4.3% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายตัว 3.8% และเป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 18 ไตรมาส หรือประมาณ 4 ปีครึ่ง โดยมีปัจจัยหนุนมาจากการส่งออกสินค้ามีมูลค่า 61,633 ล้านดอลลาร์ ขยายตัวสูงสุดในรอบ 19 ไตรมาส หรือขยายตัว 12.5% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ขยายตัว 7.9% ขณะเดียวกันภาคอุตสาหกรรมก็มีการขยายตัวสูงสุดในรอบ 18 ไตรมาส ในอัตรา 4.3%

“ตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 นี้ถือว่าสูงที่สุดในรอบ 4 ปี โดยหากจะนับย้อนไปที่สูงกว่านี้ คือ ไตรมาส 1 ปี 2556 ซึ่งตอนนั้นขยายตัว 5.2% โดยขณะนั้นเป็นการเติบโตที่ผิดปกติ เพราะเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ใหม่ๆ” นายปรเมธีกล่าว

เลขาฯ สศช.กล่าวว่า จากการเติบโตของเศรษฐกิจในไตรมาส 3 ส่งผลให้ สศช.ปรับประมาณการเศรษฐกิจในปี 2560 ใหม่ จากเดิมคาดขยายตัว 3.5-4.0% ค่ากลาง 3.7% ปรับเพิ่มเป็นทั้งปี 3.9% โดยในไตรมาส 4 ปีนี้ยังคงได้รับแรงส่งต่อเนื่องทำให้ขยายตัวได้สูง เห็นได้จากการลงทุนและการบริโภคที่ยังขยายตัวในทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขการซื้อสินค้าคงทนอย่างบ้านและรถยนต์เพิ่มขึ้น รวมถึงตัวเลขรายรับรวมจากการท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าประเมินทั้งปีเกือบจะถึง 2 ล้านล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เหลือของปีนี้ต่อเนื่องไปถึงปีหน้าควรให้ความสำคัญต่อการสนับสนุนการขยายตัวการผลิตนอกภาคเกษตร โดยดูแลการส่งออกให้ขยายตัวได้เต็มศักยภาพและต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงการสนับสนุนการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชน ทั้งในด้านการดำเนินการตามโครงการลงทุน การชักจูงนักลงทุนในสาขาเป้าหมาย รวมถึงการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และการสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนในความต่อเนื่องของนโยบาย และมาตรการที่สำคัญในช่วงหลังการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การเลือกตั้ง การสนับสนุนการท่องเที่ยว

สำหรับประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2561 จะขยายตัวได้ 3.6-4.6% หรือมีค่ากลางที่ 4.1% เนื่องจากมองว่าเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกยังคงขยายตัวได้ดีมากกว่าปีนี้ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวในเกณฑ์ที่ดีของเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะเป็นตัวสนับสนุนการส่งออกอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันการลงทุนภาครัฐจะมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น จากโครงการขนาดใหญ่ที่จะเข้าสู่กระบวนการก่อสร้างมากขึ้นในปี 2561 ประเมินว่าจะขยายตัว 11.8% ส่วนการลงทุนภาคเอกชนเติบโต 3.7% ขณะที่ภาคการส่งออกในปีหน้าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5.0% จากเดิมคาดขยายตัวได้ 8.6% ในปี 60 ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2561 คาดว่าจะอยู่ที่ 0.9-1.9% เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 0.7%

“เศรษฐกิจปีหน้ามีความเสี่ยงเรื่องฐานสูง ตัวเลขอาจจะไม่สูงกว่าปีนี้โดยเฉพาะภาคเกษตร และอาจมีความเสี่ยงด้านนโยบายที่ยังไม่แน่นอน แาจส่งผลกระทบต่อการค้าโลก รวมถึงนโยบายของสหรัฐฯ และความขัดแย้งในโลก โดยในปีนี้มาตรการภาครัฐประคับประคองมาเรื่อยๆ ซึ่งเป็นตัวสนับสนุนให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ดีขึ้น ส่วนการลงทุนภาครัฐที่ชะลอตัวในปีนี้เกิดจากปีก่อนที่มีมาตรการกระตุ้นใช้จ่ายมากเป็นพิเศษ ทำให้เกิดฐานสูงและการเบิกจ่ายทำได้ต่ำกว่าเป้าเล็กน้อย” เลขาฯ สศช.กล่าว

นายปรเมธีกล่าวด้วยว่า สำหรับมาตรการช็อปช่วยชาติจะเป็นแรงส่งให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวได้ถึง 4% หรือไม่นั้น มองว่ามีส่วนช่วย แต่ไม่ได้มากนักที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่เหมือนช่วง 2 ปีก่อนที่มีมาตรการออกมาเพื่อต้องการกระตุ้น แต่ปัจจุบันเป็นให้กระตุ้นด้านบริโภค มีผลบวก แต่ไม่ได้เป็นตัวหลักในการช่วยเศรษฐกิจขยายตัว

ด้านนางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตัวเลขจีดีพีไทยไตรมาส 3/2560 ของ สศช.ที่ประกาศออกมาอยู่ที่ 4.3% นั้น แสดงให้เห็นถึงความมีเสถียรภาพของเศรษฐกิจไทย รวมถึงเป็นการตอกย้ำการเติบโตอย่างต่อเนื่องของจีดีพีไทยในทุกไตรมาสที่ผ่านมา ทั้งนี้ คาดว่าในปี 2561 จีดีพีไทยจะโตได้มากกว่า 4% หลังจาก สศช.ปรับประมาณการจีดีพีปีนี้โตที่ 3.9% โดยมองว่าจีดีพีไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และจะดีขึ้นเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของตลาดทุนต้องรอดูผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่คาดว่าจะเป็นบวก ซึ่งนักวิเคราะห์จะปรับคาดการณ์ผลประกอบการในปีหน้าใหม่ตามตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ขณะที่หุ้นในกลุ่มธนาคารคาดว่าการตั้งสำรองหนี้เผื่อสงสัยจะสูญในปีหน้าไม่น่ากังวล ด้านหุ้นกลุ่มพลังงานไม่มีผลกระทบมากนัก เพราะราคาน้ำมันดิบในปีนี้ไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนกลุ่มอุปโภคและบริโภคจะปรับดีขึ้นตามจีดีพีที่ขยับสูงขึ้น

“ปกติดัชนีหุ้นไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงก่อน จากการคาดการณ์จีดีพีล่วงหน้าว่าจะเป็นไปในทางที่ดี แต่ปัจจุบันที่ดัชนีหุ้นปรับเพิ่มขึ้นมาจากการที่ตลาดรับรู้ไปก่อนหน้าแล้ว และคาดการณ์ล่วงหน้าว่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึงปีหน้า ส่วนการปรับเพิ่มขึ้นของจีดีพีในมุมมองนักลงทุนต่างชาตินั้น มองว่านักลงทุนต่างชาติจะเปรียบเทียบผลประกอบการ บจ.ของแต่ละประเทศ แล้วเลือกลงทุนรายตัว ซึ่งยืนยันว่านักลงทุนต่างชาติยังเลือกลงทุนหุ้นที่มีผลประกอบการดีอย่างต่อเนื่องและยังเติบโตได้ดี” นางเกศรา กล่าว.

สำนักข่าววิหคนิวส์