กรุงเทพฯ — วันที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น.
เศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณชะลอตัวชัดเจน หลัง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยตัวเลข GDP ไตรมาส 2/2569 ขยายตัวเพียง 1.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ลดลงจากไตรมาสแรกที่ขยายตัว 2.8%
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะกำลังซื้อภาคครัวเรือน ภาคบริการ และภาคการผลิต ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเข้ามาซ้ำเติมผ่านต้นทุนพลังงานและการเดินทาง
⛽ พลังงานแพงกระแทกเศรษฐกิจ
ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 มีทิศทางชะลอลงจากไตรมาสก่อน โดยได้รับผลกระทบจาก ราคาพลังงานที่สูงขึ้น และข้อจำกัดด้านการเดินทางจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง
ผลกระทบเห็นได้ชัดในภาคท่องเที่ยว หลังจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและรายรับจากการท่องเที่ยวลดลง ขณะที่กิจกรรมในธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารชะลอตัวตามไปด้วย
ภาคการบริโภคภาคเอกชนก็ถูกกดดันจาก ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ส่งผลให้การใช้จ่ายลดลงในหลายหมวด
📉 แต่ยังมีแรงพยุงจากลงทุน–ส่งออก
แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่ยังมีแรงส่งจาก การลงทุนภาคเอกชนและการส่งออก โดยเฉพาะวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โลก รวมถึงการลงทุนด้าน Data Center ที่ช่วยพยุงภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2
สภาพัฒน์ระบุว่า การลงทุนภาคเอกชนไตรมาส 2 ขยายตัวถึง 13.4% ซึ่งเป็นแรงสนับสนุนสำคัญท่ามกลางภาคบริโภคและอุตสาหกรรมที่อ่อนแรง
⚠️ SME–ครัวเรือนยังถูกกดดัน
ภาพรวมจึงเป็นเศรษฐกิจที่ยังขยายตัว แต่แรงส่งไม่ได้กระจายตัวทั่วถึง โดยภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงครัวเรือน ยังคงเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขัน รายได้ที่เติบโตช้า และต้นทุนการดำรงชีวิตที่สูงขึ้น
ธปท.ประเมินก่อนหน้านี้ว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 มีโอกาสขยายตัวประมาณ 2.3% แต่ยังต้องจับตาความเสี่ยงจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ราคาพลังงาน และผลกระทบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
สรุปชัด ๆ — เศรษฐกิจไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะหดตัว แต่กำลังโตในอัตราที่ต่ำลง ขณะที่สงครามและพลังงานแพงกำลังส่งแรงกระแทกจากตลาดโลกเข้าสู่ต้นทุนธุรกิจ การท่องเที่ยว และกำลังซื้อของประชาชนโดยตรง
สำนักข่าววิหคนิวส์ อ้างอิง สศช. และธนาคารแห่งประเทศไทย
