ตำรวจภูธรภาค 1 วางแผนซ้อนแผนจับกุมขบวนการคอลเซ็นเตอร์ หลังนักศึกษาชายวัย 19 ปี ถูกหลอกให้ถอนเงินสดรวม 2.5 ล้านบาท โดยมีการนัดส่งมอบเงินบริเวณลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต จังหวัดปทุมธานี
ถอนเงินก้อนแรก 1.2 ล้าน ส่งให้มิจฉาชีพ
เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ผู้เสียหายถอนเงินสดก้อนแรกจำนวน 1.2 ล้านบาท ก่อนนำไปส่งมอบให้ผู้ที่หลอกลวงบริเวณลานจอดรถของห้างฯ
ต่อมาในวันเดียวกัน ผู้เสียหายกลับมายัง ธนาคารออมสิน สาขาฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต เพื่อถอนเงินเพิ่มอีก 1.3 ล้านบาท
แต่พนักงานธนาคารสังเกตเห็นพฤติกรรมผิดปกติ เนื่องจากผู้เสียหายเปิดวิดีโอคอลพูดคุยกับบุคคลอื่นอยู่ตลอดเวลา จึงเกิดข้อสงสัยว่าอาจกำลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง
พนักงานจึงรีบประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ ทำให้สามารถ อายัดเงินก้อนที่สองจำนวน 1.3 ล้านบาทไว้ได้ทัน
ตำรวจซ้อนแผน นัดส่งเงิน จับคนรับคาลานจอดรถ
หลังจากนั้นตำรวจวางแผนซ้อนแผน โดยนัดหมายส่งมอบเงินบริเวณลานจอดรถของห้างฯ ตามที่ผู้เสียหายได้รับคำสั่งจากกลุ่มมิจฉาชีพ
กระทั่งสามารถจับกุมชายอายุ 25 ปี ซึ่งทำหน้าที่เป็น “คนรับเงิน” พร้อมยึดเงินสดจำนวน 1.2 ล้านบาท กลับคืนมาได้
ขยายผลถึงชายสัญชาติมาเก๊า
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหารายแรกให้การว่ารับเงินไปส่งต่อให้ชาวต่างชาติในพื้นที่ ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
ตำรวจจึงขยายผลต่อจนสามารถจับกุมชายสัญชาติมาเก๊า อายุ 40 ปี ซึ่งถูกระบุว่าทำหน้าที่รับเงินเพื่อส่งต่อให้ผู้สั่งการระดับสูงอีกทอดหนึ่ง
เบื้องต้นตำรวจดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น”
ตำรวจเตือนนักศึกษา–เยาวชน ระวังคอลเซ็นเตอร์
ตำรวจฝากเตือนประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาและเยาวชน หากได้รับโทรศัพท์หรือวิดีโอคอลจากบุคคลที่อ้างตัวเป็น ตำรวจ ธนาคาร หรือผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ แล้วข่มขู่ว่าบัญชีมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน ก่อนสั่งให้ถอนเงินหรือโอนเงิน
อย่าหลงเชื่อ
ให้ตัดสายและติดต่อหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงโดยตรง เพื่อตรวจสอบข้อมูลก่อนดำเนินการใด ๆ
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ตำรวจภูธรภาค 1 / ข่าวเวิร์คพอยท์ออนไลน์
#แก๊งคอลเซ็นเตอร์ #นักศึกษา19ปี #เตือนภัยออนไลน์ #ตำรวจภูธรภาค1 #ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต #ฉ้อโกงประชาชน #ข่าวอาชญากรรม #ปทุมธานี #วิหคนิวส์
