ข่าวประจำวัน » เพิ่มงบเป็น 1ล้านล้าน ! ดร.เทอดศักดิ์ ยันมาถูกทาง แต่ต้องปรับตรงนี้

เพิ่มงบเป็น 1ล้านล้าน ! ดร.เทอดศักดิ์ ยันมาถูกทาง แต่ต้องปรับตรงนี้

10 April 2020
650   0

10 เมษายน 2563 ดร.เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญยุทธศาสตร์การเมืองการปกครอง ได้โพสข้อความระบุว่า เพิ่มงบเป็น 1ล้านล้าน

การเพิ่มเงินเยียวยาจาก 4 แสนล้านเป็น 1 ล้านล้านนั้น ถูกต้องแล้ว โดยเป้าหมายจะต้องเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบทุกคน ไม่ว่าจะอาชีพใดๆก็ตามไม่มียกเว้น เพราะทุกคนต่างเสียภาษีอย่างทัดเทียมกัน ในยามวิกฤติจึงควรนำเงินเหล่านั้นกลับมาช่วยเหลือ

ไม่ว่าจะเป็น ประชาชน เด็ก นักศึกษา คนชรา คนพิการ เกษตรกร ฯลฯ ก็ควรได้รับสิทธินี้ เช่นเดียวกัน ยกเว้นข้าราชการ เท่านั้น จากตัวเลข 1 ล้านล้านนั้น ได้คำนวนมาจากประชากรสูงสุด 70 ล้านคน คนละ 5000 บาท/3 เดือน แต่ประชากรไทยมีจริง 67 ล้านคน อีกประมาณ 1-2 ล้านคน จะมิได้รับสิทธิ์ เพราะเป็นข้าราชการ คนมีฐานะที่ไม่ต้องการรับสิทธิ์ นั้นหมายถึงจะมีเงินเหลือเพียงพอมากมาย ที่จะนำมาเป็นทุนสำรอง และเยียวยาในระยะต่อไปตามลำดับ

การเยียวยานั้น ต้องเร่งในการเยียวยา อันเนื่องจากปัจจุบันประชาชนกำลังลำบากหนัก ทั้งชาวเขา ชาวเรา ต่างด้าว คดีอาชญากรรมจึงพุ่งสูงขึ้น ลัก วิ่ง ชิง ปล้น 18 มงกุฎ ฆ่าตัวตายจึงเกิดขึ้นมาก จึงต้องเร่งให้เยียวยาทั้งคนที่ลงทะเบียนแล้วให้ครบ และคนที่มิได้ลงทะเบียน เช่น เกษตรกร คนชรา คนพิการ เป็นต้น ให้ทั่วถึงทุกคน

เงิน 1 ล้านล้านนั้น สามารถออกพันธบัตรช่วยชาติ หรือ สลากกินแบ่งฉบับพิเศษ จะสามารถนำเงินมาช่วยเหลือในการเยียวยา เชิญชวน ธนาคารรัฐ เอกชน เจ้าสัว พ่อค้า ประชาชนมาร่วมกันซื้อ เพื่อช่วยชาติ อันจะทำให้คนไทยไม่ต้องเป็นหนี้ชาติใด อันจะสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว เป็นอำนาจรัฐบาลไม่ต้องผ่านสภา หากไม่เพียงพอค่อยไปดำเนินการตาม พรก.เงินกู้ ผ่านสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ได้ในภายหลังได้

ปัจจุบันต้องอาศัยการทำงานของอาสาสมัครสาธารณะสุข(อสม.) ต้องทำงานอย่างหนักมากขึ้น ประกอบกับเงินเดือนต่ำมาก อสม.ได้600บาท /เดือน ต่ำกว่าแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยหลายสิบเท่า จึงควรพิจารณาเพิ่มโบนัส หรือเงินเดือน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการทำงานระหว่างนี้ หลังจากที่ได้เพิ่มเบี้ยเลี้ยงบุคลากรทางการแพทย์รายละ 1000-1200 บาท และบรรจุเข้าเป็นข้าราชการกว่า 42000 ราย

กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ได้ขอเพิ่มเงินเดือนจาก 8000-10000 บาทต่อรายหากเป็นบุคคลที่ได้รับความเดือดร้อน จากผลกระทบจากอาชีพ กรณีคำสั่งของรัฐ เช่น ค้าขาย รับจ้าง ฯลฯ ก็ควรได้รับสิทธิ เฉกเช่นประชาชนทั่วไป 5000บาท/เดือน ยังไม่จำเป็นต้องขึ้นเงินเดือน ตามคำร้องขอ เพราะเพิ่งขึ้นให้เมื่อปี 2562 มาหมาดๆ

ปัจจุบัน สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน กำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดระลอกที่ 2 จากภายนอกประเทศเข้าสู่ภายในประเทศ การประการปิดน่านฟ้าจึงเกิดขึ้น คนไทยในต่างประเทศกว่า 12000 คนที่ได้ขอลงทะเบียน เดินทางกลับประเทศไทยนั้น ถือว่าระหว่างนี้อยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงมาก

ปัจจัยการแพร่ระบาดจากภายนอกกำลังทะลักเข้ามาภายใน ตามสถิติ 16-25 เมษายน จะเกิดการสูญเสียจำนวนมากและยาวนานกว่าปกติ จึงควรระงับการเดินทาง ให้สถานทูตให้คำแนะนำให้อยู่กับที่หากใครต้องการกลับไทย ก็ให้สถานทูตควบคุมการเข้าสู่กระบวนการกักโรคยังต่างประเทศให้ครบ 14 วันก่อนเดินทางเข้ามายังประเทศไทย

โดยให้สถานทูตดูแลอาหาร สถานที่กักโรค ส่งแพทย์ทหาร บุคลากรการแพทย์ เข้าไปสนับสนุน ไม่จำเป็นต้นจ่ายเงินช่วยเหลือเป็นรายบุคคล โดยขอความร่วมมือจากประเทศที่พำนักอยู่ จะลดการระบาดในไทยในยามวิกฤติเช่นนี้ การล๊อคดาว์ภายนอกควรดำเนินการต่อไป จนถึงสิ้นเดือนเมษายน จึงค่อยพิจารณาตามสถานการณ์ต่อไป

การละหมาด หรือการสอนศาสนา ทั้ง พุทธ คริสต์ อิสลาม พราม ซิก ในระหว่างนี้ที่ไม่สามารถชะลอการรวมตัวของคนหมู่มากได้ จึงควรใช้สื่อของรัฐอย่าง NBT (ช่องภูมิภาคที่จะมีช่องสื่อพิเศษ ที่ปกติมิค่อยได้ใช้) ให้ผู้นำทางศาสนาบันทึกเทป และถ่ายทอดทางสถานีวิทยุ-โทรทัศน์-สื่อใหม่ facebook ฯลฯ จัดให้ตรงตามเวลาของแต่ละศาสนา ให้ประมุขศาสนานำทำพิธีทางศาสนา ผ่านโทรทัศน์ วิทยุ อย่างทัดเทียมกัน ก็จะลดปัญหาการชุมนุมคน ในมัสยิส โบส์ วัด ได้เป็นอย่างดี

ในเวลานี้ส่วนใหญ่ได้เดินมาอย่างถูกหลัก ยุทธศาสตร์การเมือง การปกครองแล้ว เพียงแต่ปรับยุทธวิธีตามสถานการณ์เท่านั้น สงครามไวรัสครั้งนี้ ที่มหาอำนาจใช้เล่นงานกัน หวังผลชนะเลือกตั้ง จะยาวนานไปถึงอย่างน้อยสิงหาคม แม้สถานการณ์ในปลายพฤษภาคมจะดีขึ้นบ้างก็ตาม จนกว่าจะมีวัคซีนออกมา

“ ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ ประชาชนย่อมยินยอมให้ปกครอง “