เมื่อวันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ศาลฎีกานัดไต่สวนพยานนัดที่ 3 ในคดีหมายเลขดำที่ คมจ. 1/2569 ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นผู้ร้องกล่าวหาอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 44 คน จากพรรคก้าวไกล ในประเด็นจริยธรรมร้ายแรง กรณีร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
การไต่สวนใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง โดยมีพยานฝ่ายผู้ร้อง 3 ปากขึ้นเบิกความ ได้แก่ นายสุชาติ ตันเจริญ อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง นายคารม พรหมพรกลาง อดีตรองโฆษกรัฐบาล และนายเกษมสันต์ มีทิพย์ อดีต สส. พรรคก้าวไกล
“สุชาติ” แจงขั้นตอนยื่นร่างกฎหมายและอำนาจของประธานสภาฯ
ในการเบิกความของนายสุชาติ ศาลและผู้ร้องซักถามเกี่ยวกับขั้นตอนธุรการในการยื่นเสนอร่างกฎหมาย รวมถึงอำนาจหน้าที่ของประธานสภาผู้แทนราษฎร
นายสุชาติให้การว่า ฝ่ายธุรการและสำนักกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรไม่มีอำนาจโดยตรงในการวินิจฉัยว่าร่างกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถเสนอความเห็นประกอบได้หากพบข้อบกพร่อง
นายสุชาติยังยืนยันว่า ได้ตรวจสอบตามขั้นตอนธุรการที่ได้รับมอบหมายก่อนนำร่างกฎหมายเข้าสู่การบรรจุระเบียบวาระ
ศาลไต่สวนพยานต่อเนื่องในคดีจริยธรรมร้ายแรง
คดีนี้เป็นการไต่สวนคำร้องของ ป.ป.ช. ที่ขอให้พิจารณาความรับผิดทางจริยธรรมร้ายแรงของอดีต สส. พรรคก้าวไกล จำนวน 44 คน จากกรณีร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยการไต่สวนพยานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพิจารณาคดีในศาลฎีกา
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ข้อมูลข่าวต้นทางที่ได้รับ
#คดี44สส #พรรคก้าวไกล #มาตรา112 #ศาลฎีกา #ปปช #การเมืองไทย #VihokNews
